CHAPTER 3 ผู้หญิงคนนั้น

1622 Words
ปั๊ก! เสียงดังขึ้นเมื่อคิรินทร์โยนแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะอย่างแรง จนไข่มุกสะดุ้งเฮือก เธอเงยหน้าขึ้นช้าๆ ด้วยแววตาตื่นกลัว “ทำผิดอีกแล้ว คุณตกเลขหรือไงถึงได้ทำพลาดแบบนี้ซ้ำๆ” น้ำเสียงเขาเย็นเฉียบ “ขะ…ขอโทษค่ะ มุกตรวจสอบไม่ดีเอง” เธอก้มหน้างุด มือกำแฟ้มในมือแน่น ความจริงเธอเป็นแค่คนรวบรวมข้อมูล ไม่ใช่คนตรวจตัวเลขด้วยซ้ำ แต่เธอก็ไม่กล้าแก้ต่าง “ขอโทษแล้วมันดีขึ้นไหม?” คิรินทร์พ่นลมหายใจแรง เสียงของเขาเข้มขึ้น “…” เธอเงียบรู้ดีว่าคำตอบใดๆ ในตอนนี้คงยิ่งทำให้เขาไม่พอใจ “กลับไปแก้ให้เรียบร้อย ถ้าทำผิดอีกผมจะเชิญคุณลงไปช่วยงานแผนกแม่บ้านแทน” เขาเอ่ยเสียงเรียบแต่แฝงแรงกดดัน “ค่ะ…” ไข่มุกเม้มปากแน่นพยักหน้า แล้วหมุนตัวเดินออกไปช้าๆ ขณะที่เธอกำลังเอื้อมมือเปิดประตู กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่เธอใช้ลอยมาแตะจมูกเขา กลิ่นเดียวกับเมื่อคืนนั้นที่ทำให้เขาหัวเสียมาจนถึงทุกวันนี้ เขาชะงักสายตาแข็งค้างอยู่ที่แผ่นหลังบอบบางของเธอ “อย่าเพิ่งไป…” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาโดยไม่รู้ตัว “ท่านประธานมีอะไรอีกคะ” ไข่มุกหยุดชะงักหันกลับมาช้าๆ ด้วยแววตาสับสน ขณะที่หัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกมา เขาลุกจากเก้าอีกและเดินเข้ามาใกล้หญิงสาวอย่างเชื่องช้า สายตาของเขาจับจ้องเธอไม่วางตา เขาเดินมาหยุดตรงหน้าของไข่มุก “น้ำหอมกลิ่นอะไร?” เขาเอ่ยถามเสียงเข้ม กำลังเกิดความสับสน “คะ?” เธอไม่เข้าใจในคำถาม “คุณใช้น้ำหอมกลิ่นอะไร” กลิ่นหอมอ่อนๆ ราวกับแป้งเด็กซึ่งทำให้เขาผ่อนคลายไม่น้อย “ฟลอรัลค่ะ” เธอรีบหลบสายตาหัวใจเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมาด้านนอก มือบางบีบเข้าหากันแน่นเหมือนกลัวอะไรบางอย่าง “คืนนั้น...” “มุกขอตัวก่อนนะคะมีงานต้องทำต่อ” เธอรีบหมุนตัวแล้ววิ่งออกจากห้องทำงานของเขาอย่างรวดเร็ว หัวใจเต้นแรงราวจะทะลุออกจากอก เมื่อเข้ามาในห้องน้ำได้เธอรีบปิดประตูแน่น แผ่นหลังพิงกับบานประตูเย็นเฉียบ ร่างกายอ่อนแรงเหมือนหมดเรี่ยวแรงจะยืนต่อ ลมหายใจสั่นระรัวปลายนิ้วเย็นเฉียบ เธอพยายามกลั้นเสียงสะอื้นที่กำลังจะหลุดออกมา ก่อนที่ภาพเหตุการณ์ในคืนนั้นจะย้อนกลับมาในหัวอย่างห้ามไม่อยู่ “อื้อ คุณคิรินทร์เบาๆ หน่อยได้ไหม” “อืม เธอทำให้ฉันคลั่ง” ไข่มุกสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมความเมื่อยล้าทั้งร่าง แสงอ่อนจากหน้าต่างสาดเข้ามาในห้อง เธอกะพริบตาช้าๆ ก่อนที่ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนจะไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวอย่างรวดเร็ว หัวใจของเธอเต้นแรง มือสั่นเทาเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นร่างของชายที่ยังหลับอยู่ข้างกายท่านประธานคิรินทร์ ลมหายใจของเธอสะดุดทันที ไข่มุกยกมือขึ้นปิดปากกลั้นเสียงสะอื้นไว้ ดวงตาร้อนผ่าวด้วยความตกใจและเสียใจปนกัน เมื่อคืนเธอนอนกับเขา และที่สำคัญเขามีคู่หมั้นอยู่แล้วหัวใจเธอแทบแตกสลาย ไข่มุกรีบลุกจากเตียง คว้าเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายมาสวมอย่างลนลาน ก่อนจะออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่แม้แต่หันกลับมามองอีกครั้ง หญิงสาวรีบตั้งสติและกลับมานั่งทำงานเหมือนเดิม เธอไม่กล้าบอกเรื่องนั้นกับเขา หวังว่าเขาจะจำเธอไม่ได้เช่นกัน “คุณคินอยู่ไหม” เสียงหวานดังขึ้นหน้าห้องทำงาน “คุณคือ...” เธอกำลังจะถามต่อ แต่หญิงสาวอีกคนพูดแทรกขึ้นทันที “ฉันคือลิต้าคู่หมั้นของเขา ไม่ต้องบอกว่าฉันมาฉันจะเข้าไปหาเขาเอง” ลิต้ามองผู้หญิงตรงหน้าขนาดไม่แต่งหน้าจัดยังสวยขนาดนี้ ปล่อยไว้ใกล้คิรินทร์ไม่ได้เด็ดขาด “ไม่ได้ค่ะฉันต้องแจ้งเขาก่อนคุณ...” ไข่มุกรีบลุกขึ้นพยายามขวางไว้ แต่ลิต้าเดินผ่านไปอย่างไม่สนใจ เธอจึงจำใจรีบวิ่งตามหลัง เพราะรู้ดีว่าทุกคนที่เข้าพบท่านประธานต้องได้รับอนุญาตก่อนเสมอ “เลขาคุณทำงานดีจังเลยนะขนาดลิต้าบอกว่าเป็นคู่หมั้นก็ยังไม่ยอม” คิรินทร์เงยหน้าขึ้นจากโต๊ะ มองหญิงสาวทั้งสองสลับกัน สายตาคมนิ่งเรียบก่อนจะโบกมือไล่ผู้ช่วยออกจากห้อง “คุณมีธุระอะไร” เขาถามด้วยความเฉยชา “เลขาคุณเป็นผู้ชายไม่ใช่เหรอ” ลิต้าถามเพราะไม่เคยเห็นผู้หญิงคนนั้นมาก่อน “ผู้ช่วยเลขาเพิ่งให้ย้ายขึ้นมา คุณมีธุระอะไร” เขาถามย้ำอีกครั้ง “ผู้ช่วยเลขาของคุณต้องสวยขนาดนั้นเลยเหรอ เหมือนเพิ่งจบมาใหม่ๆ” เธอไม่ยอมเข้าเรื่องรู้สึกอิจฉาในความสวยน่ารักของผู้ช่วยของคิรินทร์ “คุณจะพูดหรือไม่พูด” เขาวางปากกาลงก่อนจะหันไปมองจ้องตากับอีกฝ่าย “คุณจะถอนหมั้นกับลิต้าจริงๆ เหรอคะ” “ผมพูดชัดเจนแล้ว” คิรินทร์เงยหน้าขึ้นจากเอกสารน้ำเสียงเรียบแต่เย็นเฉียบ “ลิต้ารักคุณนะ หรือคุณมีคนอื่นไปแล้ว” ดวงตาเธอเริ่มร้อนผ่าว “เราหมั้นกันก็เพราะผลประโยชน์ ตอนนี้คุณไม่มีผลประโยชน์อะไรแล้ว อีกอย่างคนที่อยากให้ผมหมั้นก็ไม่อยู่แล้ว” “คุณใจร้ายที่สุดเลย” เสียงเธอแผ่วเบาแต่สั่นสะท้าน “ผมจะไม่เอาเรื่องคุณก็ได้ แต่อย่ามาใช้วิธีสกปรกแบบนั้นอีก” น้ำเสียงของคิรินทร์เย็นเฉียบ ราวกับตัดสินแล้วไม่ลังเล “เรื่องอะไรคะ” เธอไม่กล้าสบตาเขา เสียงขาดๆ หายๆ ไม่กล้าสบตา “คุณอย่าทำเหมือนนางร้ายในละครได้ไหมวางยาผู้ชายเพื่อจะลากเขาขึ้นเตียงด้วยไร้ศักดิ์ศรีสิ้นดี” “คุณคิน” “ถ้าคุณล้ำเส้นผมอีก ผมจะไม่ไว้หน้าพ่อของคุณ” เขาหยิบเสื้อสูทมาสวมอย่างรวดเร็ว แล้วเดินออกไปโดยไม่หันหลังกลับ ความเย็นชาของเขาทิ้งให้ลิต้ายืนนิ่งกับคำพูดที่แทงใจ หญิงสาวพยายามวิ่งตามเรียกชื่อเขาเสียงสั่น “หยุดเดี๋ยวนี้นะคุณคิน เรามาคุยกันให้รู้เรื่อง” คิรินทร์เดินมาหยุดที่หน้าโต๊ะทำงานของไข่มุกตอนนี้เป็นเวลาพักเที่ยงพอดี เขาล้วงมือเข้าในกระเป๋ากางเกงสายตามองหญิงสาวเหมือนเป็นการบังคับ “พักเที่ยงแล้วไปทานข้าวเป็นเพื่อนผมหน่อย” “เอ่อ คือ...” ไข่มุกไม่แน่ใจว่าเขาคุยกับเธอหรือเปล่า เพราะด้านหลังมีหญิงสาวยืนอยู่ตรงนั้น “ไข่มุกนี่เป็นคำสั่งของเจ้านาย” เขาสั่งเสียงเข้ม “แต่คุณผู้หญิง...” เธอถามด้วยความลังเล สายตาอาฆาตที่มองมาทำให้เธอตัวสั่น “เธอไม่ใช่แขกของผมคราวหน้าถ้าปล่อยให้คนแปลกหน้าเขามาอีก ผมจะหักเงินเดือนคุณรีบตามมา” เขาเดินนำหน้าจนไข่มุกต้องรีบหยิบกระเป๋าแล้ววิ่งตามหลังเขา จนมาถึงลิฟต์ผู้บริหารเธอไม่กล้าก้าวเข้าไป “เข้ามา!” “แต่นี่มันลิฟต์” เธอไม่ยอมก้าวเข้าไป “คุณจะเอายังไงกันแน่” เขาหัวเสียเมื่อเห็นหญิงสาวเดินเข้าไปขึ้นลิฟต์ฝั่งตรงข้าม จนต้องรีบเดินตามไป “คุณเข้ามาทำอะไรในนี้” “ผมเป็นผู้บริหารจะขึ้นลงลิฟต์ไหนก็ได้” เสียงทุ้มต่ำของคิรินทร์ดังขึ้นข้างหูจนไข่มุกเผลอกลั้นหายใจ หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเขาโดยไม่ตั้งใจ ความสูงของเธออยู่แค่ระดับอกของเขาเท่านั้น ใกล้เสียจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่แผ่วผ่านผมข้างขมับ “คุณนี่ชอบสร้างปัญหาให้ผมจริงๆ” เขาก้าวเข้ามาใกล้อีกนิด ก่อนเอ่ยเสียงเรียบแต่แฝงแรงกดดัน ติ้ง เสียงลิฟต์ดังขึ้นประสานกับการเปิดออกของประตู หน้าลิฟต์มีพนักงานยืนต่อแถวรออยู่ พอเห็นว่าท่านประธานอยู่ข้างใน ทุกคนชะงักเหมือนถูกแช่แข็ง ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะขยับ “เข้ามาสิ!” เสียงทุ้มเข้มเอ่ยสั้นๆ แต่หนักแน่นจนไม่มีใครกล้าขัด “คะ ค่ะ! พวกเรารีบเข้าไปเร็ว!” หญิงพนักงานคนหนึ่งกระซิบเสียงสั่น ก่อนทั้งหมดจะรีบก้าวเข้ามาอย่างเก้ๆ กังๆ พื้นที่ในลิฟต์คับแคบกว่าที่คิด คิรินทร์จึงขยับตัวเล็กน้อยเพื่อหลีกทาง แต่กลับกลายเป็นว่าร่างสูงของเขาโน้มเข้ามาใกล้ไข่มุกจนแทบจะแนบชิด ความสูงของเธออยู่พอดีกับระดับอกเขา กลิ่นน้ำหอมของเขาอบอวลในอากาศ เสียงลมหายใจทุ้มใกล้เสียจนหัวใจของเธอเต้นถี่ มือของเขาโอบเอวเธอไว้หลวมๆ ทั้งสองอยู่ด้านหลังสุดจึงไม่มีใครสังเกต ขณะที่คิรินทร์นิ่งเฉย ดวงตาคมกริบมองตรงไปข้างหน้าเหมือนไม่รู้ตัว เขาเผลอยิ้มเล็กน้อยไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน “คนออกไปหมดแล้วเลิกกอดมุกได้แล้วค่ะ” “ใครเขาอยากกอดคุณกัน ตัวก็ผอมหน้าตาก็ไม่สวย ทำงานก็ไม่เก่งโง่ก็โง่ ผู้ชายที่ไหนจะอยากได้คุณ!” เสียงเข้มของชายหนุ่มดังขึ้นกะทันหัน แววตาแข็งกร้าว คำพูดเหมือนมีดที่ฟันฉับลงกลางใจ เขาเองก็รู้ว่ามันแรงเกินไป แต่ความหงุดหงิดที่ควบคุมไม่ได้ทำให้หลุดปากไปก่อนจะทันยั้ง “ขอโทษด้วยนะคะที่มุกโง่” เธอพูดเสียงเบาแต่เจ็บลึก ก่อนหมุนตัวเดินออกไปโดยไม่หันกลับ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD