จวบจนตะวันลับฟ้า คนที่เมามายจนทำเรื่องแปลกลงไปเมื่อคืนก็ต้องออกจากบ้านไปดูกิจการที่มีปัญหากับลูกน้องอย่างกะหันทัน สิบเพชรพรรณรายณ์ไม่ได้มีเจนตนาจะทิ้งขวางคนที่ตัวเองก็ไม่ทราบว่าเป็นใครมาจากไหนในตอนแรกให้อยู่บ้านหลังใหญ่แบบนี้คนเดียว
ทว่าก็อย่างที่บอก ปัญหาเกิดแล้วหากคนสนิทเอาไม่อยู่ก็ต้องเป็นเขาที่เข้าไปดูหน้างานเอง ไม่ต้องพูดถึงฤดูขายข้าว เจ้าของกิจการโรงสีแบบเขาแทบจะไม่ได้กลับมานอนที่นี่เลย สาเหตุที่โดนภรรยาเก่านอกใจแล้วทิ้งไปส่วนหนึ่งมันก็คงจะมาจากการบ้างานของเขาด้วยหรือไม่
หากแต่ต่อให้มีเวลาว่างมากขนาดไหน คนมันจะไปก็รั้งเอาไว้ไม่ได้อยู่ดี หนึ่งเดือนที่ผ่านมาเขาแทบจะไม่เป็นผู้เป็นคน ดื่มหนักเลิกสนใจการงานแล้วเอาแต่ร่ำร้องหาผู้หญิงแบบนั้น ทั้งที่รู้มาตลอด แต่เพราะรักจึงเลือกที่จะให้อภัยเกศินีซ้ำ ๆ จนเหมือนคนโง่งม
รู้แม้กระทั่งวันที่เธอจะไปจากเขา น่าแปลกที่ตอนนั้นสิบเพชรพรรณรายณ์ไม่ได้คิดจะเอ่ยยื้ออะไรภรรยาเอาไว้เลย
เขาทำเพียงเดินออกไปส่งเธอที่หน้าบ้านเพื่อขึ้นรถที่เจ้าตัวแอบอ้างว่าเป็นยานพาหนะของเพื่อนที่แวะมารับก่อนจะเข้าไปในตัวเมือง ทั้งที่ความจริงมันเป็นของชู้รักที่จะมาพรากเราไปจากกัน
ตอนนั้นคิดว่าเขาคงเจ็บจนด้านชาแบบไม่ได้รู้สึกอะไรแล้ว ทว่าพอเธอไม่กลับมาจริง ๆ ก็กลายเป็นว่าทำใจไม่ได้
สิบเพชรพรรณรายณ์ไม่แตะแม้แต่ใบหย่าที่เธอทิ้งเอาไว้ให้ เพราะหวังว่าสักวันเกศินีจะกลับมาหากันงั้นหรือ ช่างโง่เง่าซ้ำซาก ไม่สมกับเป็นตัวเขาเสียเลย ฉะนั้นหลังจากนี้ก็ควรทำทุกอย่างให้มันถูกต้อง
“คุณ กลับมาแล้วเหรอคะ”
ขายาวที่หวังว่าจะตรงเข้าห้องนอนอย่างทุกครั้งชะงัก ก่อนจะหันมองหญิงสาวที่กล่าวทักกัน ซึ่งนั่งอยู่บริเวณโต๊ะรับประทานมื้อเย็น พร้อมกับเมนูกลิ่นอาหารชวนให้ความรู้สึกแปลกใจ
“เสี่ยเพชร”
“คะ?”
ดูเหมือนว่าอาหลานคู่นี้จะชวนเข้าใจยากไม่ได้ต่างกันเลย
บัวหอมที่เข้าห้องจัดของเรียบร้อยไม่ได้นึกโกรธหรอกที่โดนทิ้งให้อยู่คนเดียว เพราะแค่หัวถึงหมอนเธอก็หลับไปแบบตื่นขึ้นมาอีกทีเย็นแล้ว และด้วยความหิวที่ยังไม่ได้ทานอะไรตั้งแต่มาถึงเลยกล่าวขอปากเปล่าขึ้นมาเฉย ๆ แล้วค้นหาของสดที่พอจะมีติดตู้เย็นอยู่ออกมาทำเมนูง่าย ๆ
แต่จะให้ทานก่อนเจ้าของบ้านก็กระไรอยู่ อีกทั้งที่ผ่านมาลูกสาวภรรยาเล็กแบบเธอที่ถูกเลี้ยงไม่ได้ต่างจากคนใช้ก็ได้ทานแค่ส่วนที่เหลือก้นหม้อตลอด
อดข้าวรอเวลาแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก จนโรคกระเพาะถามถึงอยู่บ่อยครั้ง พอเริ่มที่จะเลี้ยงปากเลี้ยงท้องตัวเองได้แล้วก็ยังไม่ทันจะได้ทำอะไรจริงจัง ต้องกลับมาตายรังที่บ้านเกิด ยิ่งต้องมาทำหน้าที่ไม่ได้ต่างอะไรกับปรนนิบัติก็คงจะได้ใช้ชีวิตวนลูปแบบเดิม
ขอแค่เขาใจดีกับบัวหอมหน่อยก็เพียงพอ แล้วตั้งท้องให้นมบุตรมันต้องใช้เวลากี่ปีกัน ถึงจะได้เป็นนกน้อยไม่ต้องอยู่แต่ในกรงแบบนี้
“ให้เรียกข้าว่าเสี่ยเพชร”
“อ๋อ โอเคค่ะ เสี่ยเพชร”
“แล้วเอ็งมีอะไร มานั่งเฝ้ากับข้าวอะไรดึก ๆ ดื่น ๆ อยู่ตรงนี้ แล้วปราบมันหายหัวไปไหนอีก”
“ปราบเหรอคะ ยังไม่เห็นกลับมาเหมือนกันค่ะ แล้วก็มานั่งตรงนี้เพราะรอเสี่ย”
“รอข้า? รอทำไม หรือเอ็งกลัวที่อยู่คนเดียว ไม่ต้องห่วง ถึงจะไม่มีแม่บ้านประจำ แต่มีคนของข้าอยู่รอบ ๆ แต่ก็ใช่ว่าจะวางใจได้ทั้งหมด เดี๋ยวนี้เด็กในหมู่บ้านมันติดยากันเยอะ จะอยู่ตรงไหนก็ให้ระวัง”
“เสี่ย... ดูพูดเยอะว่าเมื่อเช้าอีกค่ะ”
“ข้าก็คน มีปาก ทำไมจะพูดไม่ได้ ตกลงว่ามานั่งทำไมตรงนี้”
“เอาตรง ๆ เลยคือหนูหิวข้าวจ้ะเสี่ย” จากที่ได้คุยกับบุคคลตรงหน้า บัวหอมคิดว่าตัวเองควรจะลงท้ายการสนทนากับเขาแบบนี้มากกว่าคะค่ะ เพราะดูแล้วคงจะเป็นคนที่มีอุดมการณ์เป็นของตัวเองสูงพอตัว
“แล้วทำไมไม่กิน” เขาเองก็เพิ่งนึกได้ว่าปล่อยปะละเลยแขกจนไม่ได้สั่งลูกน้องหาอะไรไว้ให้หญิงสาวทาน ยังดีที่เด็กคนนี้ไม่ได้ซื่อจนปล่อยให้ตัวเองหิวตาลายไปก่อน หรือไม่นะ เขาเองก็เริ่มไม่แน่ใจเท่าไหร่แล้ว จากสายตาที่ส่งมาบอกกันว่าหิวเป็นอย่างมาก
“หนูเกรงใจ เลยรอเสี่ยไม่ก็ปราบกลับมาก่อนจ้ะ”
“กินเข้าไป”
“จ๊ะ?”
“ไม่เข้าใจตรงไหน หรือต้องให้ข้าป้อน”
“อ๋อ ๆ คืออนุญาตแล้ว งั้นขอบคุณมากเลยจ้ะ” บัวหอมรีบก้มหน้า แก้มขาวขึ้นสีระเรื่อเก้อเขินอย่างตรงไปตรงมา เนื่องจากปรับอารมณ์ตามอีกฝ่ายไม่ทัน เมื่อสักครู่ยังพูดประโยคยาวเหยียดกับเธออยู่เลย ไหงตอนนี้สั้นจนเริ่มตามไม่ทันอีกแล้ว
เสี่ยเพชรแก่กว่าเธอขนาดไหนกันนะ ถึงคุยกันไม่ค่อยจะเข้าใจเลย
“คราวหลังไม่ต้องรอ หิวก็หากินเลย ถ้าทำกับข้าวได้จะให้คนหาของสดมาติดตู้เย็นเอาไว้”
“ไม่ลำบากจ้ะเสี่ย หนูออกไปซื้อเองได้จ้ะ”
“กินข้าวอยู่ห้ามพูด”
คนที่รีบทานเพราะหิวเป็นอย่างมากแทบจะไอสำลักออกมา เนื่องจากตกใจที่จู่ ๆ เขาก็ปรับโทนเสียงดุใส่กันอีกแล้ว หากไม่ได้เจ้าของบ้านที่เลือกนั่งลงตรงข้ามกันยื่นแก้วน้ำเปล่ามาให้ดื่ม บัวหอมคงจะได้ข้าวติดคอก่อนทานอิ่ม
“ขอโทษจ้ะ”
“เหมือนเอ็งไปตายอดตายอยากมาจากไหน”
“ก็หนูไม่ได้ทานอะไรตั้งแต่มาถึงเลยนี่จ๊ะ”
“อ่า ลำบากมากเลยเหรอ ที่ผ่านมาน่ะ” เขาพอจะได้ทราบความเป็นมาของหญิงสาวตรงหน้าบ้างแล้ว เรียกได้ว่าไม่ต่างจากลูกชังที่ชีวิตปากกัดตีนถีบคนหนึ่งเลย ทว่าเด็กคนนี้ก็เลือกที่จะเข้มแข็งออกไปใช้ชีวิตเอาดาบหน้าคนเดียว และพยายามเติบโตมาอย่างดี
ทว่าต่อให้เราจะพยายามใจดีกับตัวเองมากแค่ไหน หากแต่โลกใบนี้ก็พร้อมที่จะเหวี่ยงคนมาทำร้ายเราได้ตลอดเสมอ
“หนู... ฮึก”
คงไม่ต้องถามอะไรต่อแล้ว เพราะน้ำตาเม็ดโตที่หยดลงมาผสมกับข้าวมันตอบสิบเพชรพรรณรายณ์ได้ทั้งหมด หนุ่มใหญ่ที่เอนกายไปกับเก้าอี้จึงเลือกยืดตัวขึ้นหลังตรง แล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าที่พกไว้ประจำข้างตำแหน่งอกซ้ายของชุดสูทไม่เป็นทางการออกมายื่นไปให้เด็กตรงหน้า
“อยู่กับข้า อย่างที่บอก ข้าหามาให้เอ็งได้ทุกอย่าง ขอแค่เป็นเด็กดีไม่งอแง อีกอย่าง—”
“ไม่ทรยศหักหลังเสี่ย” ประโยคนี้บัวหอมตั้งใจจำเอาไว้ตั้งแต่ที่เขาบอก ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน ก่อนดวงตากลมที่เอ่อคลอไปด้วยน้ำตาจะช้อนมองอีกฝ่ายอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ เธอไม่ได้อยากจะงอแง แต่พอคิดถึงช่วงชีวิตที่ผ่านมาน้ำตามันก็ไหลก่อนสมองจะสั่งการแล้ว รวมถึงได้รับรอยยิ้มจาง ๆ จากเสี่ยกำแพงที่สร้างขึ้นมาปกป้องตัวเองตลอดก็ราวกับว่ากำลังสั่นคลอน
“ที่สำคัญอย่าให้ใจข้า เพราะเอ็งควรเก็บมันไว้ให้คนที่เอ็งรักจริง ๆ”
“เสี่ย...”
“ข้าขอแค่นี้ หนูบัวหอมทำให้ข้าได้ไหม”
TBC.
เสี่ยยย คนแก่ล้มทีไม่มีใครรับ ตายได้นะคะ