เสียงนาฬิกาปลุกร้องเตือนลั่นห้องตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง คุณหนูโมนาผู้ที่เกลียดการตื่นเช้าที่สุดในชีวิตพยายามลุกขึ้นนั่งทั้งที่ตายังไม่ยอมลืม
แต่พลังแห่งรักทำให้เธอมีแรงฮึด จึงตบหน้าเบา ๆ เพื่อปลุกตัวเองขึ้นจากห้วงฝันแสนหวาน แล้วรีบลุกไปล้างหน้าแปรงฟัน ไม่นานก็ออกมายืนอยู่ในห้องครัวโดยมีผ้ากันเปื้อนสีขาวมีชายระบายน่ารักสวมทับชุดนอนสีหวานอยู่
เธอเปิดคลิปวิดีโอสอนทำคุกกี้เนยสดแบบง่ายๆ ที่นอนดูมาหลายรอบจนจำขึ้นใจแล้วเมื่อคืนนี้ ก่อนจะเปิดตู้เพื่อเตรียมอุปกรณ์ที่ซื้อมาตั้งแต่เมื่อวานตอนเย็น
“โมนาสู้ ๆ”
ให้กำลังใจตัวเองด้วยความฮึกเหิมแล้วเริ่มลงมือทำตามคลิปทันที
ไม่กี่อึดใจต่อมา ฝุ่นแป้งลอยฟุ้งกลางอากาศจนแทบมองไม่เห็นตัวคน ก่อนเชฟสาวมือสมัครเล่นจะสำลักฝุ่นแป้งจนไอหน้าดำหน้าแดง
“โอ๊ย อะไรเนี่ย”
เมื่อจัดการกับฝุ่นแป้งแล้วก็ไปเตรียมส่วนผสมอื่น ๆ แน่นอนว่าไข่ที่เธอตอกใส่ชามเละรวมกันจนแทบแยกไข่ขาวไข่แดงไม่ได้ แถมเนยและน้ำตาลที่ชั่งอย่างดีจะหลุดมือตกกระจายเต็มพื้นอีกต่างหาก
“ฮือ พี่ขุน ถ้าโมนาไม่รัก ไม่มีวันทำแบบนี้ให้เด็ดขาด”
ตัดพ้อชะตาชีวิตเสร็จก็ลงมือชั่งส่วนผสมทุกอย่างใหม่อีกครั้ง แล้วลงมือทำตามคลิปทันทีเพราะเธอใช้เวลาในขั้นตอนนี้ไปนานพอสมควรแล้ว
ไม่น่าเชื่อว่าคุณหนูโมนาจะผสมแป้งคุกกี้จนสำเร็จ เธอตักมันใส่กระบอกแล้วบีบคุกกี้ลงบนถาดเป็นรูปดอกไม้ดอกเล็ก ๆ และหัวใจดวงน้อยน่ารัก ยืนมองความสำเร็จอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะรีบนำมันเข้าเตาอบ ระหว่างนี้ก็รีบไปอาบน้ำแต่งตัวรอ
ลิปสติกสีแดงอมชมพูถูกทาลงบนริมฝีปากอวบอิ่ม โมนาหันซ้ายขวาเช็กความเรียบร้อยแล้วรีบเดินไปยังเตาอบที่หยุดทำงานพอดี
“เสร็จแล้ว จะเป็นยังไงนะ”
เธอเปิดเตาอบด้วยความตื่นเต้น มือที่ใส่ถุงมืออย่างหนายื่นไปหยิบถาดออกมา ดวงตากลมเบิกโตกับผลงานศิลปะสุดภาคภูมิใจครั้งแรกในชีวิต
“ว้าว น่ารักจัง”
ถาดใบใหญ่ถูกวางบนโต๊ะ เธอเปิดพัดลมตัวน้อยเพื่อไล่ความร้อนออกจากขนมอบ ก่อนจะหันมาเตรียมโหลและโบสำหรับผูกตกแต่ง
เหลือบมองดูนาฬิกาก็อมยิ้ม เธอทำเวลาได้ดีทีเดียว ไปเรียนไม่สายแน่
“จะสายได้ไง ก็ตื่นตั้งแต่ตีสามเนอะ”
ยกมือขึ้นแตะใต้ตาซึ่งมีคอนซีลเลอร์ปกปิดแน่นหนาไม่มีทางที่ใครจะได้เห็นร่องรอยเขียวช้ำจากการนอนไม่พอเด็ดขาด
“ง่วงจะตายแล้วเนี่ย”
บ่นกระปอดกระแปดแล้วเดินไปกดกาแฟสดใส่แก้ว แถมยังกดใส่กระบอกน้ำเก็บอุณหภูมิไว้กินระหว่างวันอีกต่างหาก
“วันนี้ต้องพึ่งแกแล้วนะ”
นำกาแฟใส่กระเป๋าสะพายแบรนด์เนมใบใหญ่ แล้วรีบแซะคุกกี้ออกจากถาด ก่อนจะจัดเรียงคุกกี้ที่เย็นสนิทแล้วลงในโหลแก้วทรงสวย โดยไม่ลืมผูกโบสีแดงเพิ่มความน่ารักอีกต่างหาก
“เสร็จแล้ว พี่ขุนต้องชอบแน่”
******************
ในรถตู้คันหรูสีขาวมุกที่เปิดเครื่องปรับอากาศเสียเย็นฉ่ำ โมนานั่งกอดโหลคุกกี้ด้วยดวงตาปรือปรอย แต่ถึงอย่างนั้นก็พยายามฝืนหนังตาที่เอาแต่จะปิดลงให้ลืมขึ้นเพื่อมองหาคนในหัวใจ
“พี่ขุน”
แล้วชายหนุ่มคุ้นตาก็ปรากฏตัว เธอรีบลงจากรถ เดินเร็ว ๆ ตามหลังเขาไป ในมือถือถุงกระดาษสีสวยที่ข้างในมีโหลคุกกี้ที่ทำด้วยใจหนึ่งโหลใหญ่
“พี่ขุน”
ขุนพลหันกลับมาหาเจ้าของเสียงที่คุ้นเคย ก่อนจะยกมือรับไหว้โมนาเหมือนเดิม
“สวัสดีค่ะพี่ขุน”
“สวัสดี เธอมาจริง ๆ เหรอเนี่ย”
เขาตื่นมาเห็นข้อความของเธอในตอนเช้า ไม่ได้ตอบอะไรกลับไปเพราะไม่คิดว่าเธอจะกล้ามาที่นี่อีก ทั้งที่เมื่อวานเธอถูกผู้ชายหื่นห่ามในคณะเขามองตามจนเหลียวหลัง
“ก็มาสิคะ”
“แล้วมาทำไมอีก มีอะไรทำไมไม่โทรมาแทน หรือชอบให้ผู้ชายมอง”
ดวงตาคมดุกวาดมองรุ่นน้องที่ทั้งนั่งและเดินกันให้ขวักไขว่ใต้ตึกคณะ ทุกคนหลบตาไม่กล้ากับรุ่นพี่ปีสี่ ทำเอาโมนาอมยิ้มชอบใจคิดว่าเขาหวง
“ไม่ต้องหึงหรอกค่ะ โมนาชอบพี่ขุนแค่คนเดียว”
“โมนา เธอนี่...”
“ทำไมคะ น่ารักเหรอ”
คำตอบนั้นทำขุนพลถอนใจพรืด มองหน้าเด็กดื้อด้วยความเอือมระอาผสมกับความไม่พอใจ
“ตกลงมาหาพี่มีอะไร”
“โมนาเอาคุกกี้มาให้ค่ะ โหลนี้โมนาทำเองเลยนะ”
ยิ้มกริ่มภูมิใจพร้อมยื่นโหลคุกกี้แสนสวยให้ และเขาก็รับมา มองดูชิ้นคุกกี้สีเหลืองทองรูปร่างน่ารักแล้วอดแปลกใจไม่ได้
“ทำเองจริงเหรอ”
“ทำเองสิคะ โมนาไม่ได้เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อสักหน่อย แค่คุกกี้เอง ทำแป๊บเดียว ไม่ถึงชั่วโมงก็เสร็จ”
แต่ใครจะรู้ดีเท่ากับแม่บ้านประจำที่มาทำความสะอาดห้องให้เธอทุกเช้า ที่ตอนนี้คงเป็นลมคาห้องครัวไปแล้ว
“ขอบใจนะ แต่ทีหลังไม่ต้องลำบาก พี่ไม่ได้ชอบกินขนมหวาน เมื่อคืนก็บอกไปแล้ว”
“ค่ะ โมนาทราบแล้วค่ะ จะไม่ทำให้กินบ่อยหรอก แต่ยังไงโหลนี้พี่ขุนต้องกินนะคะ โมนาตั้งใจทำมาก ๆ เพื่อพี่ขุนคนเดียวเลยนะ”
คนตัวบางขาวผ่องในชุดนักศึกษารัดรูปเอียงคออย่างน่ารัก ริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงอมชมพูส่งยิ้มหวานทำเขาตาพร่า หัวใจไม่รักดีเต้นกระตุกทันที จึงกระแอมแก้เก้อ
“ฮึ่ม ขอบใจนะ เธอรีบไปเรียนเถอะ คนเริ่มเยอะแล้ว”
“ก็ได้ค่ะ แล้วเจอกันนะคะพี่ขุน”
คนสวยโบกมือลาแล้วรีบเดินเร็ว ๆ ไปแอบอยู่ตรงมุมตึกด้วยกลัวว่าคนไร้หัวใจอย่างขุนพลจะโยนโหลคุกกี้ของเธอลงถังขยะ แต่เปล่าเลย เขายังคงคือถุงกระดาษสีสวยไว้ในมือตลอดเวลา
กำลังจะล่าถอยกลับไปเรียนด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้าก็ต้องชะงักค้าง เมื่ออยู่ ๆ ก็มีสาวสวยวิ่งเข้ามาจับมือขุนพลแล้วพากันเดินหายเข้าไปในตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ ทั้งที่เธอคนนั้นไม่ใช่นักศึกษาร่วมคณะของเขาด้วยซ้ำ
คิ้วของโมนาขมวดเป็นปม ชักสีหน้าไม่พอใจทันที ใช่ว่าไม่เคยเห็นขุนพลควงสาว เธอเห็นบ่อยครั้งจนชินตาเสียแล้ว แต่กับคนนี้ เธอรับไม่ได้จริง ๆ
เพราะคนที่เดินหายไปกับเขาเป็นน้องสาวของผู้หญิงที่เข้ามาทำลายครอบครัวเธอให้แตกออกเป็นเสี่ยง ๆ และไม่มีวันกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีกแม้ต้องแลกกับชีวิตของผู้หญิงคนนั้นก็ตาม