“คิดไว้แล้วเชียวว่าพี่จ๋าต้องมายืนรอ” เดนิสออกมาจากห้องน้ำก็เจอพี่โฮปยืนรออยู่เหมือนอย่างที่คิดไว้ ตั้งแต่เด็กเวลาเธออ้อนให้พามาเที่ยว แล้วเธอมาเข้าห้องน้ำ คนพี่ก็จะมายืนรอแบบนี้ทุกครั้ง เป็นห่วงยิ่งกว่าพี่ชายฝาแฝดของเธอเสียอีก สองรายนั้นชอบบอกว่าเธอทึกทน ไม่เคยสักครั้งที่จะบอกน้องสาวเป็นผู้หญิงบอบบางน่าทะนุถนอม
“ก็พี่เป็นห่วง”
“นิกไม่ใช่เด็กห้าขวบแล้วนะที่พี่จ๋าจะต้องเป็นห่วงกับแค่มาเข้าห้องน้ำ”
“นั่นสินะ ตอนนี้เดนิสจะสิบแปดแล้ว ไม่ใช่เด็กสามขวบห้าขวบที่ต้องคอยให้พี่อุ้ม พี่คงทำให้เดนิสรำคาญ” แม้น้ำเสียงจะปกติ แต่เดนิสรู้ได้ว่ามันแฝงความน้อยใจไว้ด้วย
“นิกไม่ได้รำคาญซะหน่อย พูดแบบนี้อุ้มนิกเลย” เดนิสชูแขนให้คนเป็นพี่อุ้ม
“โตเป็นสาวแล้ว ให้พี่อุ้มคงไม่เหมาะ”
“พี่จ๋าพูดเหมือนคุณป๊าเลย” เดนิสมองคนอายุมากกว่าตาคว่ำ ก่อนจะสะบัดหน้าใส่ แล้วเดินหนี
“...” ไม่ว่าคนน้องจะแสดงท่าทีเช่นใด โฮปก็มองด้วยความเอ็นดู กระตุกยิ้มเบาๆ แล้วเดินตามเด็กสาวแสนงอนที่บ่นกระปอดกระแปดไป
“ถ้ารู้ว่าโตแล้วพี่จ๋าอุ้มไม่ได้ นิกจะห้าขวบตลอดไป...”
เมื่อกลับมาถึงโต๊ะอาหาร เดนิสถอดเสื้อแจ็คเก็ต คนพี่ก็รับมาพับแล้ววางไว้ข้างตัว ซึ่งทุกการกระทำอยู่ในสายตาของเพนนี เขาเดินกลับมา เธอยิ้มให้จนเหงือกแห้ง แต่สายตาคู่คมก็ไม่แม้แต่จะปรายตามอง สนใจแต่เด็กสาวที่เขาพาด้วย นี่มันไม่ใช่นัดเดทในฝันเลยสักนิด ทุกอย่างผิดคาดไปหมด มั่นใจว่าความสวยไม่เป็นรองเด็กสาว ชุดแบรนด์เนมราคาหลักหมื่นก็ไม่ช่วยอะไรเลย
“เพนนีสั่งปลาเก๋านึ่งซีอิ๊ว หน่อไม้ทะเลเจี๋ยนยอดผักเห็ดหอม เนื้อตุ๋นหม้อดิน เนื้อปูก้อนผัดพริกขี้หนูสวน แล้วก็ต้มยำเนื้อปลากะพงน้ำใส คุณน้าบอกพี่โฮปชอบกินปลา เพนนีก็เลยสั่งเมนูปลามาสองอย่างเลย ส่วนน้องเดนิส เพนนีไม่รู้ว่าชอบหรือไม่ชอบกินอะไร เลยไม่ได้สั่งเผื่อ กลัวสั่งมาแล้วไม่ถูกใจน่ะค่ะ อ๋อ แล้วเครื่องดื่มเพนนีสั่งเป็นชาพีชให้พี่โฮปนะคะ” เพนนีสั่งเมนูโปรดของโฮปทุกอย่าง เพราะได้ข้อมูลมาจากแม่ของเขา อยากให้เธอสร้างความประทับใจกับลูกชายตั้งแต่แรกพบ
“เดนิสกินได้ทุกอย่างครับ เพิ่มกุ้งแชบ๊วยคั่วกระเทียม กับสลัดกุ้งกรอบผลไม้ครับ” โฮปสั่งเมนูโปรดของเดนิสอย่างรู้ใจ
“คุณน้าบอกพี่โฮปแพ้กุ้งนี่คะ” แน่นอนว่าเพนนีรู้ข้อมูลการแพ้อาหารของโฮป เช่นเดียวกับเมนูโปรดของเขา
“เดนิสชอบครับ ส่วนเครื่องดื่ม...วันนี้เป็นแตงโมปั่นหรือน้ำส้มยูซุมะนาวปั่นดี”
“แตงโมปั่นค่ะ”
“เครื่องดื่มเป็นแตงโมปั่นครับ เท่านี้ก่อนครับ” โฮปส่งเมนูให้พนักงานที่รับออเดอร์
“พี่โฮปรู้ใจน้องเดนิสจังเลยนะคะ”
“ครับ” เพนนีไม่ชอบคำว่า ‘ครับ’ ของคู่เดทเลยจริงๆ แต่ก็ต้องกล้ำกลืนฝืนทนปั้นหน้ายิ้ม คนอย่างเพนนีถ้าลองได้ชอบแล้วก็ต้องได้
“พี่โฮปนี่หล่อและดูดีกว่าในรูปที่คุณน้าให้เพนนีดูอีกนะคะ” เพนนีพยายามหาเรื่องชวนคุย
“ครับ หนาวไหม” โฮปตอบเพนนี ก่อนจะเอียงหน้าไปถามเด็กสาวที่นั่งข้างๆ
“ไม่หนาวค่ะ” เดนิสให้ความสนใจกับโทรศัพท์ ตอบคนพี่พลางตอบข้อความ
“คุณป๊าไลน์มาล่ะสิทำหน้าแบบนี้” ปากยื่นยู่ทำให้โฮปเดาได้ว่าเดนิสคุยกับใครผ่านข้อความอยู่
“คุณป๊าบ่นนิกอีกแล้ว” เดนิสให้พี่โฮปดูข้อความที่คนเป็นพ่อส่งมา พอรู้ว่าตนมากินข้าวกับผู้หญิงที่คนพี่นัดเดทด้วย ก็โดนตำหนิทันทีถึงความไม่เหมาะสม
“ก็บอกคุณป๊าว่าพี่ชวนมา”
“นิกก็ต้องแบบนั้นอยู่แล้ว ก็พี่จ๋าชวนนิกมาจริงๆ”
“เป็นพี่น้องที่สนิทกันมากเลยนะคะ” เพนนีพูดไปตามที่คิดเข้าข้างตัวเอง ว่าพี่โฮปกับเด็กสาวเป็นเพียงลูกพี่ลูกน้องกัน ทั้งที่ระแคะระคายใจในความสัมพันธ์ไม่น้อย แต่ยังไม่ทันจะได้รับคำตอบ เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น
“พี่ไปคุยกับลูกค้าก่อน... ขอตัวไปคุยโทรศัพท์กับลูกค้าก่อนนะครับ” โฮปบอกคนน้อง ก่อนจะบอกเพนนีไปตามมารยาท
“เธอเป็นอะไรกับพี่โฮป แล้วทำไมถึงเรียกพี่โฮปว่าพี่จ๋า” คล้อยหลังโฮปเท่านั้น เพนนีก็ไม่รีรอที่จะถามในสิ่งที่อยากรู้
“...” เดนิสไม่สนใจเสียงของอีกฝ่าย ก้มหน้าก้มตาจดจ่ออยู่กับโทรศัพท์
“เอ๊ะ! ฉันถาม ไม่ได้ยินหรือไง”
“ได้ยิน แต่ไม่เห็นความจำเป็นที่จะพูดเรื่องส่วนตัวให้คนอื่นฟัง” ความรำคาญทำให้เดนิสละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์
“ที่บ้านไม่สอนเหรอว่าควรมีมารยาทกับผู้ใหญ่”
“สอน แล้วก็สอนด้วยว่าไม่ควรถามเรื่องส่วนตัวคนอื่น และอย่าอยากรู้ในสิ่งที่เขาไม่อยากให้รู้ด้วย”
“มุคะสึคุ... ムカつく” เพนนีสบถออกมาเป็นภาษาญี่ปุ่นอย่างหงุดหงิดเด็กสาวตรงหน้า
“...” เดนิสไม่ตอบโต้ หันมาสนใจโทรศัพท์ของตัวเองอีกครั้ง
“คุโซะกะกิ...くそがき” เพนนีพูดเป็นภาษาญี่ปุ่นอีกครั้ง เพราะคิดว่าเด็กสาวไม่เข้าใจที่ตัวเองพูด
“คุโซะบะบ้า...くそばばあ” ครั้งนี้เดนิสตอบกลับไปเป็นภาษาญี่ปุ่น ทำให้อีกฝ่ายหน้าเหวอ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นโมโห
“เธอว่าฉันเป็นมนุษย์ป้าเหรอ” เพนนีลุกขึ้นยืนจ้องหน้าเด็กสาวด้วยสายตาเกรี้ยวกราด
“ว่าคนอื่นว่าเด็กเปรตได้คนเดียวหรือไงป้า” เดนิสยังคงนั่งอยู่ตามเดิม จ้องหน้าอีกฝ่ายด้วยสายตาแข็งกร้าว ร้ายมาร้ายกลับ ไม่โกง
“อะ...” เพนนีชี้หน้าเด็กปากดีที่ยอกย้อนอย่างไม่รู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่
“มีอะไรกันหรือเปล่า” โฮปรีบเดินกลับมาที่โต๊ะ แม้จะคุยโทรศัพท์ แต่เขาก็คอยมองเป็นระยะ
“เพนนีเห็นอะไรติดแก้มน้องเดนิสน่ะค่ะ เลยจะหยิบออกให้” เพนนีปรับสีหน้าและอารมณ์ได้อย่างรวดเร็ว มือที่ใช้ชี้หน้า เปลี่ยนเป็นปัดข้างแก้มของเดนิสเบาๆ
“สตรอว์เบอร์รีมาเป็นไร่”
“เดนิสว่าอะไรนะ”
“นิกอยากกินสตรอว์เบอร์รีค่ะ”
“พี่ถามพนักงานให้ว่ามีไหม”
“นิกอยากกินสตรอว์เบอร์รีสดๆ จากต้น ไร่สตรอว์เบอร์รีที่พี่จ๋าพาไปเมื่อปีก่อน” ปีที่แล้วเดนิส แบล็คเวลส์ แมกซ์เวลส์ ฮิวโก้ ขลุ่ย เพียงออ และโฮปกับเพื่อนสนิทที่คบกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เกม โซดา ทัช และพิชชี่ ทุกคนไปเที่ยวเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ไปเที่ยวไร่สตรอว์เบอร์รี และติดใจสตรอว์เบอร์รี่สีแดงลูกโต รสชาติหวานฉ่ำ ที่กินได้แบบไม่ต้องล้าง เพราะปลูกโดยไม่ใส่สารเคมี
“ถ้างั้นพี่ขอเคลียร์งานก่อน แล้วจะพาไป”
“พี่จ๋าของนิกใจดีที่สุดเลย” เดนิสกอดแขนคนพี่อย่างที่ทำเป็นประจำยามดีใจ
“เพนนีไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ” พูดจบก็ลุกออกไปทันที
“กรี๊ดดดดดด!!” ผู้คนที่เข้ามาใช้บริการห้องน้ำต่างตกใจเสียงกรีดร้องจากห้องน้ำห้องริมสุด