Chapter : 3
“มึงจะเอางี้เลยงั้นเหรอ...?” นาราเอ่ยด้วยน้ำเสียงกึ่งหยอกล้อ ปลายนิ้วเรียวเกลี่ยไปตามผิวเนียนของตัวเอง ดวงตาของเธอจ้องมองหนุ่มใหญ่ตรงหน้าด้วยแววตาที่ทั้งเย้ยหยันและปลุกเร้าในคราวเดียว
ชรัณเงยหน้าขึ้นจากการสำรวจยอดอกของเธออย่างแผ่วเบา ริมฝีปากยังคงทิ้งรอยแดงจางไว้บนผิวเนียนที่อ่อนนุ่มนั้น “ไม่ให้เอางี้ แล้วจะให้เอายังไงล่ะ...?” เสียงของเขาต่ำลึก รอยยิ้มมุมปากปรากฏอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนที่มือหนาจะเลื่อนไปขยำเบา ๆ ที่อกอีกข้างของเธอซึ่งยังไม่ได้ถูกครอบครอง จากนั้นเขาก็ละเลงเลียต่อ ด้วยการเคลื่อนไหวปลายลิ้นเพื่อคลึงส่วนสีชมพูหวานนั้น
นาราหัวเราะเบา ๆ ร่างกายของเธอสั่นเล็กน้อยด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความประหม่าและความท้าทาย เธอไม่ได้ขัดขืน กลับปล่อยตัวปล่อยใจไปตามสัมผัสของเขาที่ทั้งหนักหน่วงและอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน ริมฝีปากของเธอเผยอขึ้นเล็กน้อย คล้ายจะร้องขอสัมผัสที่มากกว่านี้ แต่เธอกลับเงียบลง เลือกที่จะปล่อยให้เขาเป็นฝ่ายนำ
ความรู้สึกที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกายทำให้นาราแทบลืมตัว สัมผัสของเขาที่ลากไล้ไปบนผิวเนียนเหมือนเปลวไฟอ่อน ๆ ที่ค่อย ๆ ลุกโชนขึ้น กลิ่นกายอ่อน ๆ ของเขาผสมกับกลิ่นหอมจางจากตัวเธอสร้างบรรยากาศที่อวลไปด้วยความเร่าร้อน
ชรัณยังคงมุ่งมั่นในสิ่งที่ทำ ริมฝีปากของเขาสัมผัสลงอีกครั้งและอีกครั้งอย่างรุนแรง ทว่ามั่นคง เขาไม่ได้เร่งรีบ แต่กลับสร้างความร้อนแรงให้กับทุกจังหวะ ทุกสัมผัสเหมือนการวาดภาพที่ค่อย ๆ เติมเต็มด้วยสีสันแห่งความปรารถนา มือหนาของเขาลูบไล้เบา ๆ ก่อนจะเพิ่มแรงกดเหมือนต้องการตอกย้ำให้เธอรู้ว่าเขาไม่อาจยับยั้งตัวเองได้
“กูว่า...” นาราพึมพำเบา ๆ เสียงเธอแผ่วราวกับลมที่พัดผ่าน ก่อนจะกลืนคำพูดลงไปเมื่อเขายังคงสำรวจเธอด้วยความมุ่งมั่น สัมผัสที่หนักเบาสลับกันนั้นทำให้เธอแทบหลุดลอยจากความเป็นจริง ความเร้าใจที่ปะทุในตัวเธอนั้นเหมือนคลื่นที่ถาโถม ไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป
ชรัณเงยหน้าขึ้น สายตาของเขาจับจ้องเธอด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความต้องการ นาราไม่หลบตา แต่กลับยิ้มรับอย่างท้าทาย มือเรียวของเธอยกขึ้นแตะที่แก้มของเขา ลูบเบา ๆ ไปตามตอขนแข็ง ๆ ที่เริ่มขึ้นมาหลังโกนไปได้ไม่กี่วัน คล้ายปลอบโยน ก่อนจะดึงเขาเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น
ทุกสิ่งดูเหมือนจะหยุดนิ่ง เหลือเพียงเสียงลมหายใจที่ดังชัดในความเงียบ บทสนทนาไม่มีความจำเป็นอีกต่อไปเมื่อความรู้สึกของทั้งคู่ถูกถ่ายทอดผ่านการกระทำที่ลึกซึ้งกว่า
ความเงียบงันในห้องคลอด้วยเสียงลมหายใจที่หนักหน่วง และกลิ่นเหล้าที่ลอยอบอวล แสงไฟสลัวสะท้อนเงาร่างของทั้งคู่ที่กำลังอยู่ในความเร่าร้อนที่ไม่อาจห้ามใจได้
ชรัณจรดริมฝีปากลงบนคอระหงของนารา ไล่สัมผัสผ่านปลายจมูกที่ลากไล้ลงมาจนถึงไหล่ เขาใช้มือหนาค่อย ๆ ปลดตะขอกางเกงหนังสีดำของเธอออกอย่างเชื่องช้า ราวกับต้องการดื่มด่ำกับทุกวินาทีที่เกิดขึ้น เนื้อผ้าลื่นหลุดลงไปตามเรียวขาขาวเนียนของเธอเผยให้เห็นผิวที่นุ่มลื่นราวกับแพรไหม เขาไล้ปลายนิ้วไปตามแนวขาของเธอ ชะโลมสัมผัสที่ทำให้นาราต้องบิดตัวเล็กน้อยเพราะความเสียวซ่าน
เขาถอดชั้นในตัวจิ๋วที่เหลืออยู่ของเธอออก ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกเผยให้เห็นเรือนร่างที่กำยำ กล้ามเนื้อแน่นหนาที่ปกคลุมด้วยเส้นเลือดที่ชัดเจนดั่งแผนที่ เส้นสายของกล้ามอก กล้ามแขน และหน้าท้องของเขาเด่นชัดราวกับรูปสลัก แม้อายุจะล่วงเลยถึง 50 ปี แต่ชรัณยังคงความหนุ่มแน่นในทุกส่วนของร่างกาย
สายตาของนาราจับจ้องที่เขาอย่างหลงใหล เธอเองปลดสายเดี่ยวและเกาะอกออกอย่างไม่ลังเล เผยให้เห็นร่างกายที่อ่อนเยาว์และสมบูรณ์แบบ ผิวเนียนละเอียดและส่วนโค้งเว้าที่สมดุลราวกับศิลปินเอกได้สร้างขึ้น
เมื่อทั้งคู่เปลือยเปล่าอย่างสมบูรณ์ นาราคว้าแก้วเหล้าบนโต๊ะแล้วดื่มรวดเดียวจนหมด เธอก้าวขึ้นไปนั่งคร่อมบนตัวของชรัณที่นั่งพิงโซฟาอย่างสง่างาม เธอประคองใบหน้าของเขาไว้ก่อนจะโน้มลงจูบอย่างเร่าร้อน ป้อนเหล้าที่อยู่ในปากของเธอให้เขาผ่านริมฝีปากที่หลอมรวมกัน กลิ่นเหล้าขมและรสหวานจากเธอทำให้ชรัณหลงใหลจนต้องตอบรับอย่างเต็มใจ
พวกเขาจูบกันอย่างดูดดื่มและเร่าร้อน ริมฝีปากที่เชื่อมกันแนบแน่น กลายเป็นเครื่องมือที่ส่งผ่านความปรารถนาอันล้นทะลัก มือหนาของเขาเลื่อนไปตามแผ่นหลังของเธอ ไล้ปลายนิ้วอย่างเชื่องช้าและหนักแน่นในบางจังหวะ ร่างกายของทั้งคู่เคลื่อนไหวไปตามอารมณ์ที่พุ่งสูงจนถึงขีดสุด
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังจะปะทุ นาราก็ผละออกเล็กน้อย ก่อนจะก้มลงกระซิบที่ข้างหูของเขา เสียงของเธอแผ่วเบา แต่เต็มไปด้วยความยั่วยวนที่อ่อนโยน “นี่เป็นครั้งแรกของกูนะ...” คำพูดนั้นทำให้ชรัณชะงักไปเล็กน้อย แต่กลับเพิ่มความปรารถนาในตัวเขาให้มากขึ้น
เขาโน้มใบหน้าลงช้า ๆ จุมพิตที่หน้าผากของเธออย่างอ่อนโยน ก่อนจะกระซิบตอบกลับด้วยเสียงต่ำที่เปี่ยมด้วยความรู้สึก “งั้นกูจะทำให้มันเป็นครั้งแรกที่มึงไม่มีวันลืมเลย...อีหนูของกู”
นาราเผยรอยยิ้มอ่อนหวาน ปล่อยให้ชรัณบีบสะเอวเธอด้วยสองมือหนาใหญ่นั้นไว้แนบแน่น เสียงหัวใจของทั้งคู่ดังประสานกัน ท่ามกลางความปรารถนาอันร้อนแรงที่กำลังจะหลอมรวมกันในค่ำคืนที่ไม่มีคำพูดใดสามารถบรรยายได้ครบถ้วน
หญิงสาวสัมผัสได้อย่างเด่นชัดมาตลอดถึงท้อนเนื้อที่แข็งแรงนั้น มันมีเส้นเอ็นปูดโปนอยู่ล้อมรอบ ความใหญ่เกินมือเธอจะจับ และมันก็น่าจะยาวพอ ๆ กับแขนของเธอ ในเวลานี้ท้อนเนื้อที่เธอคนึงหาก็กำลังส้มผัสกับร่องก้นและแผ่นหลังของเธออยู่
นาราจับไหล่ชรัณไว้มั่นเพื่อพยุงร่างกายบอบบางนี้เอาไว้ ขณะที่เขายกมันขึ้นอย่างง่ายดาย แม้จะเขินอายแต่หญิงสาวก็ไม่ยี่หระ เธอแสยะยิ้มพร้อมเลื่อนมือข้างหนึ่งลงไปใต้ว่างขาเพื่อจับท้อนเนื้อนั้นให้จ่อตรงรูร่องสีชมพูหวานของเธอ ที่นั่นมันเปียกชื้นและมีน้ำเยิ้ม ๆ ไหลย้อยลงมาจรดท้อนเนื้อนี้ด้วย
มุมปากของหญิงฉีกออกกว้างขึ้นอีก ขณะที่เธอหย่อนตัวเองลงเพื่อคล้อยตามน้ำหนักมือของอีกฝ่ายที่กดให้ร่างของเขาจมลงไป นั่นทำให้ท้อนเนื้อนั้นพุ่งพรวดเข้ามาในร่างกายของเธอรวดเดียวมิดด้าม—ในห้วงอารมณ์ที่เร่าร้อน ร่างกายอาจเป็นเพียงเครื่องมือ แต่หัวใจคือที่ที่ไฟปรารถนาลุกโชน
To be continued...