บทที่ 3 ยิ่งกว่าหัวเด็ก

1913 Words
"น้องจู พยายามเข้านะครับ" "อื้ม! ไว้ใจน้องจูได้เลย!" เสียงบทสนทนาของคนที่นั่งเล่นกันอยู่ในคอกเลี้ยงเด็ก ทำเอา พิมรตาที่กำลังนั่งพิมพ์ต้นฉบับอยู่อดไม่ได้ที่จะหันไปมอง ภาพของบล็อกไม้ที่ถูกต่อขึ้นเป็นประสาท แต่ขาดชิ้นส่วนสุดท้ายซึ่งเป็นหลังคาที่ยังไม่ถูกประกอบ ทำเอาเธออดที่จะหันไปให้กำลังใจน้องจูเนียร์ที่กำลังจะวางไม้ท่อนสุดท้ายลงไปไม่ได้ เป็นเวลากว่าสองเดือนแล้ว หลังจากที่เธอรับพี่เลี้ยงของลูกชายเข้ามาทำงาน ซึ่งจ๊ะจ๋าก็รู้สึกว่าตัวเองคิดไม่ผิดจริง ๆ ที่จ้างใบชาเอาไว้ ถึงช่วงแรก ๆ น้องจูเนียร์จะยังไม่ค่อยชินกับพี่เลี้ยงคนนี้เท่าไหร่ แต่พอเวลาผ่านไป สองคนนี้กลับตัวติดกันเสียยิ่งกว่าอะไรดี อาจเป็นเพราะทั้งสองคนเป็นผู้ชายเหมือนกัน ก็เลยพากันเล่นสนุกได้มากกว่าเธอที่เป็นผู้หญิงก็เป็นได้ ช่วงแรก ๆ ที่จ๊ะจ๋าเห็นว่าทั้งสองคนพากันไปเล่นเดินเล่นทรายในสวนกันจนมอมแมม คุณแม่อย่างเธอรู้สึกเหมือนจะหัวใจวายเสียให้ได้ แต่กลับกลายเป็นว่าลูกชายของเธอชอบกิจกรรมพวกนั้นมากเสียอย่างนั้น ซึ่งจากที่แอบตามดูเวลาลูกอยู่กับใบชา ดูเหมือนว่าถ้าไม่ใช่เรื่องที่อันตรายเกินไป คุณพี่เลี้ยงคนนี้จะตามใจลูกเธอประมาณหนึ่งเลยละนะ แต่ยังดีที่ทุกอย่างยังอยู่บนพื้นฐานความสมเหตุสมผลและความพอดีอยู่ เพราะอะไรที่มันเกินขอบเขตมากเกินไป ชานนท์ก็สามารถจัดการกับลูกชายของเธอได้อย่างอยู่หมัดเลยทีเดียว "เย้!!" เสียงร้องดีใจของจูเนียร์ที่ลุกขึ้นมากระโดดโลดเต้น เรียกสติของ พิมรตาให้กลับคืนมาอีกครั้ง ก่อนจะเห็นว่าปราสาทบล็อกไม้ที่เธอซื้อมา น้องจูสามารถต่อจนสำเร็จได้เป็นครั้งแรก ซึ่งมันทำให้จ๊ะจ๋าอดที่จะดีใจไปกับลูกไม่ได้ หญิงสาวลุกจากโต๊ะทำงานไปร่วมวงกับสองหนุ่มที่ตอนนี้หันไปไฮไฟว์กันด้วยความรู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างประหลาด เพราะการได้เห็นลูกชายสุดที่รักมีความสุขขนาดนั้น โดยมีคนคอยร่วมยินดีอยู่เคียงข้างมันเป็นภาพที่เธอใฝ่ฝันมาตลอด ...ถึงตอนนี้คนที่ว่าจะอยู่ตรงนี้เพราะการว่าจ้างของเธอก็เถอะ แต่เรื่องนี้มันช่วยไม่ได้หรอกเพราะเธอเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวนี่นา ครอบครัวของเธอก็เสียชีวิตกันไปหมดแล้ว ส่วนพ่อของน้องจูเนียร์...ก็ทิ้งไปตั้งแต่วันที่เธอบอกว่าตัวเองท้องและจะเก็บเด็กไว้แล้ว เธอไม่มีญาติที่ไหน อย่างมากก็มีแค่เพื่อนผู้หญิงไม่กี่คนที่คอยแวะเวียนมาหา ดังนั้นจ๊ะจ๋าจึงเริ่มมองหาพี่เลี้ยงที่เป็นผู้ชาย เผื่อว่าเขาจะมีมุมมองที่ต่างจากเธอในการเลี้ยงลูก และหากจำเป็นก็อาจจะช่วยเป็นไม้กันหมาเวลาผัวเก่ามาตามรังควานได้ "ทำได้แล้วนะคะ น้องจูของแม่เก่งมาก ๆ เลย" หญิงสาวปัดความคิดของตนทิ้งไป ก่อนจะหันมาเอ่ยชมลูกชายด้วยความภาคภูมิใจ หลังจากที่เห็นว่าเจ้าตัวจิ๋วพยายามต่อบล็อกไม้เซตนี้มาหลายวัน อาจจะเพราะยังเด็ก มือน้องจูเนียร์เลยยังไม่นิ่งเท่าไหร่นัก การจะต่อขึ้นมาโดยไม่ถล่มลงไปกลางคันจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แน่นอนว่าทันทีที่จูเนียร์ได้ยินดังนั้น ก็หันไปโถมกายกระโจนเข้าสู่อ้อมกอดของคุณแม่คนสวยในทันที เล่นเอาพิมรตาที่ยังไม่ชินกันการเล่นแบบไม่ออมแรงของเด็กผู้ชายสักที ถึงกับล้มหงายลงไปบนฟูกของคอกเลี้ยงเด็กไปโดยปริยาย ตากลมได้แต่กะพริบปริบ ๆ มองเพดานอย่างงุนงง ขณะที่ปล่อยให้ลูกชายวัยสามขวบปีนขึ้นมานอนทับบนร่างกาย ก่อนจะเผลอนิ่วหน้าอย่างไม่รู้ตัว เมื่อเท้าน้อย ๆ ของน้องจูเนียร์ที่ตะกายไปมาแถวหน้าท้อง ทำให้เธอรู้สึกจุกขึ้นมา "พี่จ๋า! ไม่เป็นไรใช่ไหมครับ!?" ชานนท์ร้องถามขึ้นมาด้วยความเป็นห่วง ขณะที่ขยับเข้าไปใกล้สองแม่ลูกที่กำลังนอนเกยกัน มือหนาเอื้อมไปจัดท่าให้น้องจูเนียร์ลงมานอนข้างคุณแม่ที่ตอนนี้พลิกตัวนอนตะแคงข้างอย่างระมัดระวัง เพราะรู้ว่าเด็กส่วนใหญ่มักออมแรงไม่ค่อยเป็น จูเนียร์ที่ถูกจับเปลี่ยนท่า ก็ได้แต่เอียงศีรษะอย่างงุนงง เมื่อได้ยินคำถามของพี่ใบชา ก่อนจะหันไปดึงคอเสื้อของคุณแม่ตน และถามขึ้นด้วยความสงสัย "คุณแม่เจ็บเหยอ?" แม้จะจุกอยู่นิด ๆ แต่เพราะไม่อยากให้ลูกรู้สึกเสียใจ พิมรตาจึงพูดกลบเกลื่อนออกไปทั้งรอยยิ้ม "ไม่เจ็บหรอกค่ะ คุณแม่ของน้องจูเก่งอยู่แล้ว" เธอว่าพลางรวบเอาร่างน้อยเข้ามากอดใกล้ ๆ ขณะที่ปล่อยให้เจ้าตัวเล็กมุดเข้ามาในเสื้อสเวตเตอร์อย่างที่ลูกชายชอบทำเป็นประจำ ด้วยความที่เธอให้ลูกเข้าเต้าจนเกือบสามขวบ น้องจูเนียร์เลยยังติดนิสัยชอบซุกหน้าอกเธออยู่ละนะ ถึงตอนนี้น้ำนมของเธอจะหมดไปแล้วก็เถอะ ทางด้านของใบชาที่แม้เห็นภาพนี้มาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ยังทำใจให้ชินไม่ได้สักที จึงได้แต่เบี่ยงหน้าหลบไปเงียบ ๆ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาท แต่สายตาเจ้ากรรมก็ดันเหลือบไปเห็นสองเต้าที่ถูกโอบประคองไว้ด้วยบราด้านในเข้าจนได้ ภาพศีรษะของน้องจูเนียร์ที่พยายามจะเบียดแทรกเข้าไปยังใจกลางก้อนเนื้ออวบอัด แต่กลับดูเล็กกว่าความอิ่มฟูที่เบียดชิดกัน ทำเอาชานนท์เผลอเลียริมฝีปากตัวเองอย่างไม่รู้ตัว ความรู้สึกบางอย่างพลุ่งพล่านอยู่ในช่องท้อง ทำให้รู้สึกปวดหน่วงที่หว่างขาอย่างบอกไม่ถูก ก่อนที่เจ้าหนอน ใบชาจะเริ่มผงกหัวขึ้นมา มือหนารีบตะครุบเข้าที่กลางกายของตนอย่างว่องไว เมื่อรู้สึกได้ถึงการเหยียดขยายของอะไรบางอย่าง ใบหน้าหน้าคมสันแดงซ่านด้วยความอับอาย เพราะตัวเองดันเผลอมีอารมณ์แบบไม่รู้จากเวล่ำเวลาอีกจนได้ ไม่รู้เหมือนกันว่าพักหลัง ๆ มานี้เขาเป็นอะไร ถึงได้ตื่นตัวง่ายขนาดนี้ บางทีอาจจะเป็นเพราะต้องทำงานอยู่ใกล้ชิดเจ้านายสาวสวยที่ไม่ค่อยระวังตัวเท่าไหร่ จนคนตาไวอย่างเขาได้เห็นอะไรวับ ๆ แวม ๆ อยู่บ่อย ๆ ก็เป็นได้ คิดดูสิ ให้หนุ่มโสดวัยฮอร์โมนกำลังพลุ่งพล่านมาอยู่ร่วมบ้านกับนายจ้างหุ่นน่าเจี๊ยะแบบนี้ ใครมันจะไปอดใจไหว? พี่จ๋าของเขาทั้งสวย ทั้งใจดี แถมยังเซ็กซี่เกินห้ามใจ แค่ทุกวันนี้ที่เขาพยายามหักห้ามใจไม่ให้คิดเกินเลยกับเจ้านายตัวเองได้ ก็นับว่าเก่งมากแล้ว แต่ก็นะ... หลายครั้งเรื่องพวกนี้มันก็เกินการควบคุมของเขาเหมือนกันนั่นแหละ เพราะถ้ามัน 'แข็ง' ขึ้นมาแบบนี้แล้ว ทางเดียวที่จะทำให้มันหดลงได้ ก็คือใบชาต้องหลบไปชักว่าวออกเท่านั้น "นะ น้องจูครับ... ถ้าหนูไม่เล่นบล็อกไม้นี้ต่อแล้ว งั้นพี่ชาเก็บเลยนะครับ" ชานนท์เลือกที่จะพูดออกมาแบบนั้น ก่อนจะรีบหันหลังให้กับสองแม่ลูกที่นอนกอดกันกลมในทันที ถ้าเก็บของเล่นพวกนี้เสร็จ เขาว่าจะขอปลีกตัวไปที่ครัวด้วยข้ออ้างที่ว่า 'จะไปเตรียมอาหารเย็น' จะได้มีโอกาสหลบไปสงบจิตสงบใจสักหน่อย แต่แล้วทุกอย่างกลับไม่ได้เป็นไปอย่างที่เขาหวังเอาไว้ เมื่อเสียงของพี่จ๋าดังขึ้นมาจากด้านหลัง พร้อมกับฝ่ามือเรียวที่เอื้อมมาจับอวัยวะเดียวกันของเขาเอาไว้ "น้องจู เมื่อกี้หนูเล่นกับพี่ชาสองคนไม่ใช่เหรอคะ? แล้วจะให้พี่ชาเขาเก็บของคนเดียวแบบนี้เหรอ?" ใบชาได้แต่ยิ้มแห้งออกมาด้วยความลำบากใจ ก่อนจะหันศีรษะกลับไปยังสองแม่ลูกที่นอนตะแคงอยู่ด้านหลังตัวเองอีกครั้ง คือก็เข้าใจที่อยากฝึกวินัยให้น้องจูอยู่หรอก แต่ตอนนี้เขาไม่พร้อมจะให้ใครเข้ามาใกล้เหมือนกัน ทว่าฝ่ามือนุ่ม ๆ ที่รั้งเอาไว้จากด้านหลัง มันทำให้เขาไม่สามารถหลบเลี่ยงไปไหนได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อเห็นดวงตาใสแป๋วของเด็กชายที่โผล่หน้าออกมาจากคอเสื้อของพี่จ๋า ชานนท์ก็ได้แต่ปั้นรอยยิ้มขึ้นมาประดับบนใบหน้าอย่างไม่มีทางเลี่ยง "น้องจูมาช่วยพี่ชาเก็บของเล่นหน่อยได้ไหมครับ?" จูเนียร์ที่ไม่รู้เรื่องอะไร เมื่อได้ยินว่าพี่ชายสุดหล่อขอมาแบบนั้น ก็ยอมมุดออกมาจากอกอุ่น ๆ ของคุณแม่ตัวเองออกมาอย่างง่ายดาย โดยไม่รู้เลยสักนิดว่ามีใครบางคนกำลังแอบมองอยู่ ชายหนุ่มที่ตอนนี้ขยับตัวไปช่วยเด็กชายเก็บของเล่นที่เล่นกันอยู่เมื่อครู่ อดไม่ได้จริง ๆ ที่จะเหลือบมองเจ้านายตัวเองเป็นระยะ ๆ เพราะดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าชายเสื้อที่กำลังสวมใส่มันเลิกขึ้นมาจนถึงหน้าท้อง ที่แม้จะไม่ได้แบนราบแต่ก็คอดเล็กกว่าช่วงอกและสะโพกอย่างเห็นได้ชัด ด้วยความที่ตอนนี้พี่จ๋ากำลังนอนตะแคงอยู่ สัดส่วนทรงนาฬิกาทรายของเธอจึงดูเย้ายวนกว่าปกติมากนัก จนใบชาเผลอจินตนาการไปถึงภาพการร่วมรักในท่าหมา คือแค่คิดถึงภาพตอนที่บั้นท้ายอวบอัดเวลาถูกบดกระแทก กับเสียงแน่น ๆ เวลาที่เนื้อกระทบกัน ชานนท์ก็รู้สึกเ****นไปหมดแล้ว แต่พอได้เห็นว่ากางเกงขาสั้นของพี่จ๋ามันรัด...เสียจนเนินสามเหลี่ยมนูนเด่นออกมา สติของใบชายิ่งเตลิดไปกันใหญ่ พิมรตาที่นอนเท้าศีรษะมองลูกชายตัวเองที่ก้มเก็บนั่นเก็บนี่พร้อมรอยยิ้ม แต่เพราะเห็นจากหางตาว่าใครอีกคนดูนิ่งไป จึงหันไปมองด้วยความสงสัย ก่อนที่เธอจะสังเกตได้ถึง 'อะไรบางอย่าง' ที่ตั้งโด่เป็นกระโจมขึ้นมาบริเวณกลางหว่างขาของคนหนุ่ม ตากลมถึงกับเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง เมื่อความใหญ่โตนั้นมันเกินกว่าที่เธอเคยคิดจินตนาการเอาไว้ จ๊ะจ๋าเผลอกลืนน้ำลายอย่างไม่รู้ตัว ขณะที่สองขาขยับถูกันไปมา เมื่อร่องสาวของเธอเริ่มขมิบรัดตัวเองขึ้นมาอย่างเสียไม่ได้ เธอรู้สึกได้เลยถึงของเหลวที่ไหลซึมออกมาจากภายใน ซึ่งมันทำให้เธอต้องการอะไรบางอย่างเข้ามาเติมเต็มความเปลี่ยวเหงาของตัวเองในตอนนี้ ถ้าบอกว่าอยาก 'กิน' เด็กในบ้านตัวเอง นี่มันจะผิดมากไหมนะ? นั่นคือสิ่งที่จ๊ะจ๋าเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองในใจ...
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD