CHAPTER 1 ความรักแบบลับๆ

1809 Words
เอวารินทร์นอนนิ่งอยู่บนเตียงผ้าห่มผืนเก่าห่มอยู่เหนือไหล่บาง ร่างสูงของภูริยังคงอยู่ข้างเธอแขนแกร่งกอดเอวเธอไว้หลวมๆ ราวกับไม่อยากให้เธอหายไปไหน หัวใจของเดียร์เต้นแผ่วในอกความอุ่นจากร่างกายเขายังอยู่ แต่ความเป็นจริงกลับเย็นชาเกินกว่าจะลืมได้ เธอเป็นแค่ลูกคนใช้ในบ้านของเขา และเขาจิณณ์ภูริคือคุณชายคนโตและคนเดียวของคฤหาสน์หลังนั้น “พี่ภูริ” เธอเอ่ยเรียกเสียงเบาขณะที่มือเล็กแตะเบาๆ ที่แขนเขา “อืม” เขาครางในลำคอ ไม่ยอมลืมตามือยังรั้งเอวเธอไว้แน่นขึ้นอีกนิด “ใกล้จะตีสี่แล้ว” ภูริลืมตาขึ้นช้าๆ ดวงตาคู่นั้นยังเต็มไปด้วยความง่วงงัน แต่ลึกๆ แล้วมีแววไม่พอใจฉายชัด เขาขยับตัวขึ้นนั่งพิงหัวเตียง มองหน้าเธอที่หลบสายตาเขาด้วยความสับสน “เดียร์เราต้องแอบแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน?” เขาถามเสียงต่ำ เธอไม่ตอบทันทีดวงตาคู่นั้นวูบไหว เธออยากพูดว่าก็จนกว่าคนในบ้านของเขาจะยอมรับเธอ จนกว่าเธอจะไม่ใช่ ลูกคนใช้ที่ถูกมองว่าไม่คู่ควร แต่คำพูดพวกนั้นกลับติดอยู่ที่ลำคอ “จนกว่าจะถึงวันที่มันไม่ควรเป็นความลับอีกต่อไป” เธอพูดเพียงเท่านั้น “2 ปีแล้วเดียร์เราคบกันมา 2 ปีแล้วพี่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ เหมือนว่าตัวเองเป็นชู้” ภูริสบตาเธอเนิ่นนานเขาอยากจะพูด อยากจะดึงเธอมากอดไว้แน่นๆ แล้วบอกว่าเขาไม่สนใครทั้งนั้น แต่อย่างที่เธอว่ามันยังไม่ถึงวันนั้น สุดท้ายเขาก็ถอนหายใจลุกขึ้นจากเตียง หยิบเสื้อตัวนอกขึ้นมาใส่ “ไว้คืนนี้พี่จะแอบกลับมาอีก” “เดียร์มีอ่านหนังสือ” เธอส่ายหน้าแต่ก็อดยิ้มบางๆ ไม่ได้ ดวงตาของเขาเวลามองเธอไม่เคยหลอกลวง “เดี๋ยวมาช่วยติว” “เดียร์อย่าลืมนะ ไม่ว่าใครจะมองเดียร์เป็นแบบไหนสำหรับพี่เธอคือคนที่มีค่าที่สุด” เขาก้าวไปที่ประตูก่อนจะหันกลับมามองอีกครั้ง ประตูปิดลงเบาๆ เหลือเพียงเดียร์ที่นอนนิ่งอยู่ในห้อง ความอบอุ่นจากเขายังไม่ทันจางหาย แต่ความเป็นจริงก็รีบมาเยือนอย่างรวดเร็ว ที่ต้องหลบซ่อนๆ เพราะหญิงสาวเพิ่งอายุสิบเจ็ดปี ส่วนเขาอายุสิบเก้า เราท้องสองคนแอบคนกันมาตั้งแต่ช่วงอายุสิบห้า ซึ่งเธอยังเด็กและไม่คู่ควรกับเขา ภูริเป็นคนน่ารักเขามักเข้าหาเธอและคอยสอนการบ้านทุกครั้ง จนทั้งสองพัฒนาความสัมพันธ์เป็นคนรักกันแรกๆ ก็อยู่ห่างกันได้แต่หลังๆ ภูริเริ่มตามติดชีวิตของเธอมากขึ้น หลังจากภูริกลับไปเดียร์ก็พยายามข่มตาหลับอีกครั้ง แต่เปล่าประโยชน์สมองของเธอเต็มไปด้วยความคิดยุ่งเหยิง ตั้งแต่สายตาของเขายามพูดคำว่าคนที่มีค่าที่สุดไปจนถึงความรู้สึกหนักอึ้งในอกที่เธอไม่อาจอธิบาย ไม่นานความรู้สึกคลื่นไส้ก็จู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัวเธอรีบลุกพรวดจากเตียง วิ่งเข้าห้องน้ำแทบไม่ทันเสียงอาเจียนดังสะท้อนอยู่ในห้องเล็กๆ พร้อมกับหยดน้ำตาที่เธอไม่ได้ตั้งใจจะปล่อย เธอก้มหน้าลงพิงกับขอบอ่าง ลมหายใจหอบถี่ฝ่ามือสั่นเทา กำแน่นแนบหน้าท้องตัวเองอย่างอัตโนมัติ ก่อนจะฝืนหัวเราะให้กับเงาของตัวเองในกระจก "สงสัยเครียดเรื่องสอบเกินไป" เธอพึมพำเสียงแผ่ว เหมือนพยายามบอกตัวเองให้เชื่อเช่นนั้น เธอเป็นนักเรียนทุนต้องทำคะแนนดีถึงจะรักษาสถานภาพนั้นไว้ได้ และใช่มันก็มีเหตุให้เครียดพอสมควร แต่อาการแบบนี้มันเกิดขึ้นมาเกือบทุกเช้าในช่วงหลัง ภูรินั่งมองใบหน้าแสนหวานที่ทำให้เขาหลงใหลจนหาทางไม่เจอ เดียร์ผู้มีดวงตากลมโตใบหน้าน่ารักราวกับตุ๊กตา ทรวดทรงอกเอวไม่ต้องพูดถึงเพราะเขาสัมผัสมาหมดแล้ว “อุ้ย พี่ภูเดียร์กำลังดูดฝุ่นอยู่” เธอหดลำคอหนีสัมผัสของเขา ตอนนี้มือของเขาเริ่มลูบไล้ต้นขาของเธอ “ตอนเช้าไม่มีธุระต้องไปไหน เบบี๋~” น้ำเสียงเขาแหบพร่าพยายามบอกความต้องการของตัวเอง เขาหลอกให้หญิงสาวขึ้นมาทำความสะอาดห้องนอนของเขา “อ๊ะ เดี๋ยวมีคนมาเห็น” “เจ้ดีนี่ไม่อยู่ป๊าไม่อยู่คุณปู่ก็ไม่อยู่” เขารู้ว่าคนตัวเล็กกำลังหาข้ออ้างเพื่อหวังเอาตัวรอด “แต่เมื่อคืนก็...ก็” เธอไม่กล้าพูดออกมาตรงๆ “ก็อะไรพูดให้จบสิ” เขาดันตัวเดียร์มานั่งบนตักแกร่งของเขา ปลายคางวางไว้ตรงบ่าของหญิงสาวพอดี “เราเพิ่งจะนอนด้วยกันมาเองนะ” “เมื่อคืนส่วนเมื่อคืนสิครับ ตอนเช้าก็ต้องนับรอบใหม่” “แต่เดียร์ต้องลงไปช่วยแม่” เธอหาข้ออ้างเพราะไม่อยากให้เขาทำอะไรแบบนั้น กลัวว่าจะมีคนว่ากินบนเรือนขี้บนหลังคา “ครึ่งชั่วโมง” เขาล้วงมือเข้าไปในเสื้อของเธอ ปลดตะขอบราเชียร์อย่างชำนาญ มือหนากอบกุมทรวงอกที่ใหญ่เกินตัวของเดียร์ “อ๊ะ อื้อ” เธอบิดตัวไปมาเมื่อเขาสะกิดหยอกล้อกับยอดถันเบาๆ ร่างกายเธอเกร็งไปทั้งตัวลมหายใจเริ่มติดขัด “ถอดชุดถ้าช้าจะไม่ใช่แค่ครึ่งชั่วโมง” “ใจร้าย” เดียร์รีบถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกถึงแม้จะเปลือยกายต่อหน้าเขาหลายครั้งแล้ว แต่ยังเขินอายกับสายตาที่หื่นกระหายของเขา “อ๊ะ อื้อ เดียร์เจ็บ” “ซี๊ดดด...อ๊าาา...โทษทีต้องทำเวลาเดี๋ยววันหลังจะเลียให้ถึงเท้าเลย” เขากดเอ็นร้อนเข้าหาร่องเยิ้ม ใบหน้าบิดเบี้ยวเพราะความคับแน่นที่บีบรัดตัวตนของเขา ปากหนาดูดเลียยอดยันและประทับตีตราแสดงความเป็นเจ้าของ เดียร์กอดเขาไว้แน่นยามที่เขาถาโถมเข้ามา เนื้อแนบเนื้อแบบไม่มีอะไรมาขวางกั้น ทำให้ภูริมีความสุขปากหนาครางกระเส่าพร้อมกับพร่ำเพ้อบอกรักเดียร์ “พี่รักเดียร์นะ” “อื้ออ...” เธอไม่มีโอกาสพูดบอกรักเขาเพราะลิ้นหนาแทรกเข้ามาหยอกล้อในโพรงปาก เขากระแทกท่อนเอ็นเข้าออกตามแรงอารมณ์ ก่อนจะปลดปล่อยน้ำกามฉีดพ่นเข้าไปในร่องสวาท เขาไม่ยอมดึงออก ในท้องน้อยของเธอเหมือนผีเสื้อโบยบินเมื่อหายเหนื่อยจึงหันไปต่อว่าเขา เหมือนทุกครั้งที่เขาทำ “อื้อ พี่ภูไม่ใส่ถุง” “เดี๋ยวซื้อยาคุมให้ มันฟินเอาออกไม่ทัน” เขาไม่คิดจะดึงออกต่างหาก “เดียร์ไปล้างก่อนจะลงไปด้านล่างแล้ว” ครั้งนี้เขาไม่รั้งเดียร์จึงรีบเข้าไปล้างตัวและรีบลงมาช่วยแม่ทำงาน ในช่วงวันหยุดเธอไม่ได้ออกไปเที่ยวเล่นกับเพื่อน แต่จะมีบางวันที่แอบออกไปเที่ยวกับภูริสองต่อสอง “เดียร์เอาผลไม้ยกไปให้นายน้อยหน่อย” “แล้วทำไมไม่ยกขึ้นไปเอง” “เป็นเด็กเป็นเล็กใช้อะไรให้มันขยันหน่อย” ดาทองมองใบหน้าลูกสาว ช่วงนี้รู้สึกขี้เกียจใช้อะไรไม่เคยได้ “ไปก็ได้จ้ะ” ที่ไม่อยากขึ้นไปเพราะกลัวว่าจะถูกเขาจับกินอีกต่างหาก อยู่กันสองต่อสองทีไรเป็นเธอที่ต้องเสียเปรียบเชา “เดียร์หน้าอกไปโดนอะไรมาแดงเชียว” น้ำอ้อยทักทายสาวรุ่นน้อง “เอ่อ โดนมดกัดจ้ะเดียร์ไปก่อน” เธอรีบยกผลไม้ขึ้นไปให้เขาที่ชั้นบน ไม่ได้แต่งตัวให้เรียบร้อยก่อนจะลงมาหน้าอกของเธอไม่มีที่ว่างให้เขาทำรอยแล้ว ภูรินั่งเล่นเกมด้วยใบหน้าเคร่งเครียดชีวิตแบบคนรวยแบบเขาไม่ต้องทำอะไร แค่นั่งๆ นอนก็มีกินมีใช้ไปถึงชาติหน้าด้วยความที่เป็นลูกคนเล็กคนในบ้านจึงเอาใจเขา “ไปผับป่ะมีสาวๆ ไปด้วยเยอะเลย” “กูไม่ว่าง” “ไอ้ภูมึงทำตัวเหมือนมีเมียเลย ไหนบอกโสดว่ะ” “ก็โสด” แต่มีเมียพวงท้ายมาด้วย เพื่อนในมหาลัยไม่มีใครรู้ว่าตอนนี้เขาคบกับเดียร์ แต่เขาก็ไม่คิดจะมีคนใหม่เพราะในหัวใจก็มีแค่เดียร์คนเดียวและเป็นแบบนี้มาตลอดสองปี “จะพาไปตีหรี่เสียหน่อยแม่ง” “พักบ้างมึงไปทุกคืนเลย” “พริมโคตรแจ่มเลยทำไมมึงไม่รักเขาว่ะ” เตชินบ่นเพราะภูริมีแต่สาวๆ วิ่งเข้าหาแต่อีกฝ่ายไม่สนใจใคร ก๊อก ก๊อก ก๊อก “แค่นี้ก่อน” ภูริรีบว่างสายกลัวว่าจะมีคนเข้ามาได้ยินในสิ่งที่พูดเขาพูด พอเดินไปเปิดประตูเห็นเดียร์ยืนนิ่งในมือมีผลไม้ “แม่ให้เอามาให้” เธอรีบยัดใส่มือเขาและหันหลังเดินออกไป เพราะได้ยินในสิ่งที่เขาคุยกับเพื่อนในมหาลัยคงจะมีสาวสวยที่เข้าหาเขา กลัวเหลือเกินว่าเขาจะเจอคนที่ถูกใจและทิ้งเธอไป “เพื่อนแค่พูดเล่นพริมแค่เพื่อนในกลุ่ม” เขากลัวว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจผิด “เดียร์เข้าใจค่ะ” สังคมของเขาคงจะมีแต่คนรวยและสาวสวยเข้าหาเพราะภูริเป็นคนหน้าตาดี แถมชาติตระกูลฐานะทางสังคมถือว่าดีมาก “อย่างอนสิบ่ายนี้เดี๋ยวพาออกไปเดินห้างเย็นค่อยกลับ” ด้วยความที่ภูริและเดียร์แอบคบหากันเป็นความลับ ทำให้ไม่มีใครในครอบครัวรับรู้ถึงความสัมพันธ์นี้เลย ภูริมักจะพาเดียร์ออกไปเที่ยวด้วยกันอยู่เสมอ และเพราะความรักที่เธอมีให้เขามากเหลือเกิน เดียร์จึงเชื่อมั่นว่าเขาจะไม่มีวันทอดทิ้งเธอ ความสัมพันธ์ของพวกเขาจะต้องยืนยาวเธอเชื่อเช่นนั้นมาตลอด ตลอดสองปีที่ผ่านมาภูริยังคงทำทุกอย่างเหมือนเดิม ไม่มีท่าทีว่าเขาจะรักเธอน้อยลงเลยแม้แต่นิดเดียว ทั้งคู่เก็บความสัมพันธ์นี้ไว้อย่างแนบเนียน ไม่มีใครเคยจับพิรุธหรือสังเกตเห็นว่าระหว่างเจ้านายกับลูกน้องคู่นี้ มีบางอย่างพิเศษซ่อนอยู่ แม้แต่ดีนี่พี่สาวของภูริ ที่สนิทกับเดียร์มากและชอบใช้เวลาอยู่ด้วยกัน ก็ยังไม่เคยเฉลียวใจเลยสักครั้ง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD