บ้านภักดีวิจิตร
หญิงสาวเรือนร่างสูงโปร่ง ใบหน้าสวยหวานกำลังนั่งทำงานอย่างเคร่งเครียดอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ตัวใหญ่ แม้ว่าตอนนี้จะเป็นเวลาสามทุ่มแล้วก็ตาม แต่งานของเธอนั้นยิ่งทำตอนดึก ยิ่งสมองไหลลื่น เพราะไร้การรบกวนของจินตนาการที่อยู่ในหัว
กริ๊ง กริ๊ง~
จังหวะนั้นเองเสียงโทรศัพท์เครื่องหรูก็ทำให้เธอต้องละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ออกมา
"ใครโทรมาดึก ๆ นะ ไม่ได้บันทึกชื่อไว้ซะด้วยสิ" หญิงสาวถามกับตัวเองเบา ๆ อย่างแปลกใจ
"สวัสดีค่ะ"
สุดท้ายหญิงสาวก็กดรับและทักทายออกไปสั้น ๆ แม้ว่าหน้าจอจะขึ้นเบอร์ที่ไม่รู้จัก เพราะโทรศัพท์เครื่องนี้เป็นเครื่องที่ใช้ส่วนตัวไม่เกี่ยวกับงาน ดังนั้นคนที่โทรมาจะต้องเป็นคนที่ใกล้ชิดกับเธอมากพอสมควร
"สวัสดีค่ะ คุณไอรินใช่มั้ยคะ" เสียงปลายสายที่ถามกลับมานั้น เป็นผู้หญิงที่ใช้น้ำเสียงอย่างสุภาพ
"ค่ะ ฉันไอริน ไม่ทราบว่าคุณเป็นใครเหรอคะ ทำไมถึงมีเบอร์นี้ได้" ไอรินขมวดคิ้วถามออกไปด้วยความแปลกใจและเริ่มสังหรณ์ใจไม่ดีเลย
"ดิฉันเป็นพยาบาลโทรมาจากโรงพยาบาล AA Hospital นะคะ ดิฉันจะโทรแจ้งว่าตอนนี้คุณไอศูรย์กับคุณดาริน ภักดีวิจิตร รถเกิดอุบัติเหตุและกำลังเข้ารักษาอยู่ที่โรงพยาบาลของเรานะคะ แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ ตอนนี้คุณหมอธีร์กำลังดูแลเคสนี้อยู่ค่ะ"
"คุณพ่อ คุณแม่" ไอรินมือไม้อ่อนทันทีที่ได้รับข่าวร้าย ก่อนจะถามออกไปอีกครั้ง
"แล้วคุณพ่อคุณแม่ของฉันเป็นยังไงบ้างคะ ฉันขอสายคุณหมอคนที่ดูแลได้มั้ยคะ" น้ำเสียงที่เอ่ยออกไปนั้นร้อนรนมากทีเดียว
"เอ่อ... เรื่องอาการฉันคงตอบคุณไม่ได้ค่ะ ต้องให้คุณหมอเป็นคนตอบ แต่ตอนนี้คุณหมอไม่สะดวกรับสาย ยังไงคุณไอรินรีบมาที่โรงพยาบาลนะคะ เพราะจะต้องเซ็นเอกสารในการรักษาบางส่วน" พยาบาลสาวยังคงพูดอย่างสุภาพและใจเย็น เพราะเธอก็คุ้นชินกับสถานการณ์อย่างนี้เป็นอย่างดี
"ค่ะ ๆ ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้เลย" ไอรินรีบตอบกลับแล้ววางสาย
จากนั้นก็ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์และกวาดของจำเป็นใส่กระเป๋าสะพายใบใหญ่ แล้วรีบลงมาที่ชั้นล่างอย่างลนลาน
"อ้าว... คุณไอจะไปไหนเหรอครับ ทำไมดูรีบร้อนจังเลยครับ" ลุงเติมที่เป็นคนขับรถและคนดูแลทั่วไปของครอบครัวภักดีวิจิตร ถามคุณหนูของเขาออกไปอย่างแปลกใจ
"คุณพ่อคุณแม่ได้รับอุบัติเหตุอยู่ที่โรงพยาบาลค่ะ ไอกำลังจะไปที่โรงพยาบาล AA Hospital" ไอรินตอบกลับไปและค้นหากุญแจรถในกระเป๋าใบโต
"ถ้าอย่างนั้นให้ลุงขับไปให้นะครับ ลุงก็เป็นห่วงคุณผู้ชายกับคุณผู้หญิงเหมือนกัน" ลุงเติมรีบอาสาทันที เพราะเห็นท่าว่าถ้าให้คุณหนูขับรถไปเองคงไม่ดีแน่
"ขอบคุณค่ะ ลุงเติม งั้นไปเลยนะคะ" พูดจบไอรินก็รีบวิ่งออกไปยืนรอลุงเติมมารับที่หน้าบ้าน
จากนั้นลุงเติมก็ขับรถไปโรงพยาบาลทันที ระหว่างนั้นไอรินก็โทรไปหาเบอร์ของพ่อแม่หลายครั้ง โทรติด... แต่ไม่มีคนรับสาย
"ทำไมคุณพ่อคุณแม่ไม่รับสายไอเลยคะลุงเติม" ไอรินพูดออกมาอย่างร้อนใจ และยังคงนั่งกดโทรศัพท์ต่อไปอีก แต่ก็เหมือนเดิมคือไม่มีคนรับสาย
"ใจเย็นนะครับคุณหนู คุณผู้ชายกับคุณผู้หญิงอาจจะไม่สะดวกรับสายจริง ๆ ก็ได้ ไม่ลองโทรไปหาคุณหมอดูล่ะครับ" ลุงเติมที่ขับรถอยู่ ก็พูดปลอบใจและแนะนำขึ้นมา
"จริงสิ ไอลืมไปเลย" ไอรินพูดอย่างเห็นด้วย จากนั้นเธอก็โทรกลับไปที่เบอร์เดิมที่พยาบาลโทรมา ไม่นานก็มีคนรับสาย เธอก็บอกความต้องการของตัวเองทันที
"สวัสดีค่ะ ฉันเป็นเพื่อนสนิทกับคุณหมอธีร์นะคะ พอดีฉันมีธุระด่วนแล้วติดต่อทางมือถือหมอธีร์ไม่ได้ รบกวนขอสายเขาหน่อยได้มั้ยคะ" ไอรินพูดออกไป โดยพยายามโกหกให้เนียน เพราะถ้าบอกไปตรง ๆ พยาบาลก็คงไม่โอนสายให้
"สักครู่นะคะ เดี๋ยวจะโอนสายให้ค่ะ" ปลายสายตอบรับอย่างสุภาพ และไอรินรอไม่นานก็มีคนรับสาย
"สวัสดีครับ ผมหมอธีร์ ไม่ทราบว่านั่นใครครับ" หมอธีร์ถามกลับไปอย่างมีมารยาท ทั้งที่ตอนนี้เขาอยากกินหัวคนที่โทรมาเต็มที่แล้ว เพราะโทรมาในตอนที่เขากำลังยุ่งมาก ๆ
"ฉันชื่อไอริน เป็นลูกของคุณพ่อไอศูรย์และคุณแม่ดาริน เห็นว่าพวกท่านมารักษาที่นี่และคุณเป็นหมอที่ดูแลเคสนี้ ฉันจึงอยากสอบถามอาการพวกท่านหน่อยค่ะ" ไอรินรีบพูดออกไปอย่างร้อนใจทันที
"ใช่ ผมเป็นหมอดูแลเคสนี้ ทั้งสองท่านปลอดภัยดี แค่นี้นะ" ธีร์ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเย็นชาและกำลังจะวางสาย
"คุณ... เดี๋ยวก่อน ตอบมากกว่านี้ดอกพิกุลจะร่วงจากปากเหรอ ฉันก็แค่เป็นห่วงพวกท่านเท่านั้นเอง" ไอรินรีบเรียกไว้ก่อนที่จะถูกวางสายใส่
"ถ้าห่วงจริงก็ไม่ควรขัดขวางการทำงานของผมนะครับ ผมคิดว่าการเอาเวลาที่มาตอบคุณ ไปดูแลพวกท่านทั้งสองยังมีประโยชน์มากกว่า แค่นี้นะ" ธีร์ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเย็นชาเหมือนเดิม ก่อนจะวางสายไปทันที
"นี่..." ไอรินได้แต่มองโทรศัพท์ในมืออย่างโมโหอีกฝ่าย
"หมออะไรเย็นชาชะมัด ตอบดี ๆ หน่อยก็ไม่ได้ ทั้งที่เป็นโรงพยาบาลเอกชนที่แพงหูฉี่ น่าจะเอาใจผู้ใช้บริการหน่อย คอยดูนะไอจะเขียนใบร้องเรียนหมอธีร์คนนี้เลย" ไอรินบ่นออกมาอย่างหงุดหงิด
"เอาน่าคุณหนู คุณหมออาจจะยุ่งมากก็ได้ นี่ข้างหน้าก็รถติดเพราะเกิดอุบัติเหตุเหมือนกัน ใจเย็น ๆ นะครับ" ลุงเติมบอกอย่างผู้ที่อาบน้ำร้อนมาก่อนและมีประสบการณ์มากกว่า
จากนั้นสักพักใหญ่ลุงเติมก็ขับรถคันหรูมาจอดที่หน้าตึกของโรงพยาบาล ไอรินก็รีบลงไปแล้ววิ่งไปที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ทันที
"สวัสดีค่ะ ฉันไอริน ฉันเป็นลูกของคุณพ่อไอศูรย์และคุณแม่ดาริน ภักดีวิจิตร เห็นว่าพวกท่านมารักษาที่นี่ ไม่ทราบว่าตอนนี้พวกท่านอยู่ที่ไหนเหรอคะ" ไอรินพูดออกไปรวดเดียวจบเพราะความร้อนใจ
"สวัสดีค่ะ กรุณารอสักครู่นะคะ" ประชาสัมพันธ์สาวสวยตอบกลับมาอย่างสุภาพ จากนั้นก็รีบเช็กข้อมูลทันที
"ท่านทั้งสองกำลังรับการรักษาอยู่ที่แผนกฉุกเฉินค่ะ เดี๋ยวจะให้เจ้าหน้าที่พาไปนั่งรอนะคะ" เธอตอบกลับมาและยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะเรียกให้คนมาพาหญิงสาวไปที่หน้าห้องฉุกเฉิน
"นั่งรอตรงนี้นะคะ หมอธีร์กำลังตรวจอาการของท่านทั้งสองอยู่ค่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะ ท่านทั้งสองปลอดภัยดี" พยาบาลแผนกฉุกเฉินบอกญาติคนไข้อย่างอ่อนโยน
"ขอบคุณค่ะ" ไอรินตอบรับสั้น ๆ แต่ก็นั่งรออย่างที่พยาบาลบอก เธอเดินไปดูบอร์ดที่ติดป้ายชื่อบุคลากรของทางโรงพยาบาล
"นี่เหรอหมอธีร์ เตชะดำรง ยังหนุ่ม ๆ อยู่เลยนี่ หน้าตาก็ดูเรียบร้อยดี แต่ไม่น่าเลี้ยงร็อตไวเลอร์ไว้ในปากเลย" หญิงสาวพูดออกมาเบา ๆ
จากนั้นไม่นานประตูห้องฉุกเฉินก็เปิดออก และมีชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งในชุดกางเกงสแล็กส์สีดำ เสื้อเชิ้ตสีฟ้า สวมทับด้วยเสื้อเสื้อกาวน์แพทย์สีขาวตัวยาว เดินออกมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเล็กน้อย
ไอรินเห็นอย่างนั้นก็รีบปรี่เข้าไปหาทันที เพราะเป็นคนเดียวกันกับคนในภาพที่เธอไปยืนบ่นอยู่
"สวัสดีค่ะ คุณใช่หมอธีร์ที่ดูแลเคสของคุณพ่อคุณแม่ของฉันมั้ยคะ" ไอรินรีบถามออกไปเพื่อความแน่ใจทันที
ธีร์ขมวดคิ้วอย่างงง ๆ เพราะวันหนึ่ง ๆ เขารับดูแลเคสตั้งเยอะแยะ จึงไม่รู้ว่าเธอหมายถึงเคสไหน จึงถามกลับไปด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ
"แล้วคุณพ่อคุณแม่ของคุณชื่ออะไรล่ะ"
"พ่อฉันชื่อไอศูรย์ แม่ชื่อดาริน ส่วนฉันชื่อไอรินค่ะ" ไอรินบอกออกไปอย่าวรวดเร็ว
"อ๋อ... คนที่โทรมาขัดเวลาที่ผมรักษาคนไข้นั่นเอง" ธีร์พยักหน้าและพูดขึ้นมาเบา ๆ แต่ไอรินก็ได้ยิน
"นี่คุณหมอ..." ไอรินได้ยินก็ชักสีหน้าใส่ทันที เพราะไม่พอใจที่ถูกตำหนิซึ่ง ๆ หน้า
"ก็ฉันเป็นห่วงพ่อแม่มาก ฉันโทรมาถามแค่นี้ คุณจะตอบดี ๆ ไม่ได้หรือยังไงคะ" ไอรินตอบกลับไปอย่างไม่พอใจและส่งตาเขียวไปให้หมอหนุ่ม
ธีร์นิ่งอึ้งครู่หนึ่งหลังจากโดนโวยชุดใหญ่ ก่อนจะพูดขึ้นมาอย่างเคร่งขรึม
"ถ้าห่วงมากก็ตามผมมา จะพาไปพบหมอที่ดูแลเคสของคุณพ่อคุณ"
จากนั้นเขาก็ออกเดินทันที โดยมีหญิงสาวที่รูปร่างเล็กกว่ารีบวิ่งตามไปและร้องเรียกเขาไปด้วย
"รอด้วยสิคุณ แล้วจะไปไหน คุณไม่ได้ดูแลเคสของพ่อแม่ฉันเหรอ" ไอรินวิ่งไปก็ถามไปอย่างสงสัย
"เบาเสียงหน่อย นี่โรงพยาบาลนะครับ ไม่ใช่ตลาด" ธีร์ชะลอฝีเท้าลงและเอ่ยตำหนิไป ก่อนจะตอบอีกว่า
"ผมเป็นคนดูแลเคสของพ่อแม่คุณในช่วงรับเคสฉุกเฉิน พอตรวจเบื้องต้นก็พบว่าคุณพ่อคุณขาขวาหักสองท่อน จึงต้องส่งให้หมอกระดูกดูแลต่อ ส่วนคุณแม่ของคุณแค่ฟกช้ำเท่านั้น แต่ต้องรอทำการ MRI เพื่อความมั่นใจว่าไม่มีเลือดออกในสมองก่อน" หมอหนุ่มอธิบายออกมาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง
"ขอบคุณค่ะ ในที่สุดก็อธิบายให้ฟังสักที ชิ~" หญิงสาวตอบกลับไปแบบประชดประชัน หลังจากที่หมอหนุ่มบอกอาการของพ่อแม่ให้รู้เสียที แถมตอนท้ายประโยคยังสะบัดหน้าใส่เขาหนึ่งที
"หน้ายักษ์แบบนี้ ใครได้ไปเป็นแฟนคงซวยน่าดู" เธอบ่นกับตัวเองเบา ๆ และยู่ปากใส่แผ่นหลังของคนตัวโตกว่าที่เดินอยู่ข้างหน้า
'เฮ้อ~ สวยแต่ปากจัด ใครได้เป็นเมีย ปวดหัวแน่นอน' ส่วนธีร์ที่ถูกนินทาระยะเผาขนก็ได้แต่ส่ายหัวไปมาพร้อมกับคิดในใจ