ข่าวดีหรือข่าวร้าย

1375 Words
สัปดาห์ต่อมาหญิงสาวได้รับรถยนต์ตามที่จองไว้เรียบร้อย เธอใจหายนิดหน่อยที่ต้องจ่ายเงินจำนวนเกือบสามล้านเพื่อรถคันเดียว แต่ถือว่าซื้อความปลอดภัยเธอก็ยอมจ่าย เธอเริ่มไปเรียนการจัดดอกไม้ ที่นั่นชัชชุอรได้เพื่อนใหม่หลายคน การเรียนเป็นกลุ่มเล็กและบางครั้งมีงานกลุ่มที่ต้องช่วยกันทำ ทำให้หญิงสาวเริ่มสนิทกับหลายคนในชั้นเรียน “น้องชุจัดสวยจังเลย ชอบสีม่วงเหรอคะ” อารดาเพื่อนในชั้นถาม เมื่อเห็นว่าเธอมักจะเลือกดอกไม้โทนสีม่วงมาจัด “ค่ะพี่แอ๊นท์ชุชอบสีม่วง” เธอตอบ “นี่เที่ยงนี้ชุไปทานอาหารด้วยกันไหม เพื่อนในชั้นไปกันหลายคนเลยนะ” อารดาชวน “คุณศรันย์ด้วยนะคะ” อารดาถามเลยไปถึงชายหนุ่ม 1 ใน 2 คนของห้องเรียนนี้ ชัชชุอรเห็นเขาบ้างแต่ไม่บ่อยนักเพราะส่วนมากทำงานคนละกลุ่ม บางครั้งศรันย์ก็ขาดเรียน “ยินดีครับ วันนี้ผมว่าง” เมื่อเรียนจบวันนั้น หญิงสาวก็ขับรถตนเองตามอารดาไป จนเธอเห็นอารดาเลี้ยวรถไปจอดในร้านอาหารขนาดกลางแห่งหนึ่ง เป็นร้านสไตล์นั่งสบายๆ มีทั้งบุฟเฟต์และสั่งเป็นจาน เธอจอดรถในที่จอดรถหน้าร้าน เงยหน้ามองกระจกสำรวจความเรียบร้อยก่อนจะลงจากรถ และสังเกตุว่ามีรถยนต์อีกคันที่กำลังจอดเทียบกัน มันเป็นรถยนต์แบรนด์เดียวกับที่เธอใช้ แต่รุ่นนี้ราคาสูงกว่ามาก รุ่นใหญ่กว่าและเหมาะกับผู้ชาย ศรันย์ก้าวลงมาจากรถ ท่าทีเขาเป็นธรรมชาติดูสบายๆ จนน่าพิศวง ชัชชุอรจึงมองเขาอย่างพิจารณามากขึ้น เขารูปร่างสูงใหญ่เกือบเหมือนชาวตะวันตก อกกว้าง สวมเสื้อเชิ้ตผ้าไหมแขนยาวแต่พับแขนจนถึงข้อศอก อายุน่าจะ 30 ขึ้นไปดูเป็นสุภาพชนปนเถื่อนนิดๆ เธอแปลกใจที่มีชายหนุ่มลักษณะนี้มาเรียนการจัดดอกไม้ด้วย แต่พอคิดถึงตรงนี้เธอก็ละความสนใจไปเสีย ผู้คนมากมายใครอยากทำอะไรก็ได้ ตราบใดที่ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน เธอตามเข้าไปสมทบกับเพื่อนๆ ในร้านอาหาร บรรยากาศเป็นไปอย่างเป็นกันเอง เธอเริ่มสนุกกับการสนทนากับเพื่อนใหม่หลายคนและแยกย้ายกันเมื่อถึงเวลา จากวันนั้นเธอไปเรียนตามปกติและลงเรียนต่ออีกหลายคอร์ส พบเพื่อนจากห้องเรียนเดิมบ้างในบางวิชา เพื่อนใหม่บ้างและทำให้เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เช้าวันหนึ่งหลังจากที่หญิงสาวกลับไทยได้ราวสองเดือน ชัชชุอรผะอืดผะอมจนต้องไปอาเจียนจนหมดไส้หมดพุง เธอเวียนหัวแต่ไม่มีไข้ หญิงสาวนึกทบทวนได้ว่าประจำเดือนเดือนที่แล้วไม่มา เดือนก่อนหน้านั้นเธอไม่แน่ใจว่ามารึเปล่า ช่วงย้ายกลับมามันวุ่นวายไปเกือบทุกเรื่อง เธอมือเย็นวันนี้คงไปเรียนไม่ไหว หญิงสาวเปิดแอพพลิเคชั่นของร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง จิ้มเลือกสินค้าหลายอย่างรวมถึงอุปกรณ์ตรวจครรภ์ด้วยตนเองด้วย ต่อจากนั้นครึ่งชม.เธอลงไปรับของที่พนักงานนำมาส่ง พบกับไอยวรินทร์ที่มาหาพอดี “ชุ เจอพอดีกำลังจะโทรหาเลย” เธอทั้งสองคนจึงขึ้นห้องมาพร้อมกัน ชัชชุอรขอตัวเข้าห้องน้ำเธอหยิบกล่องตัวเทสต์การตั้งครรภ์ติดมือไปด้วยโดยที่ไอยวรินทร์ไม่ได้มอง ชัชชุอรใจเต้นแรง มือที่จับอุปกรณ์ตรวจครรภ์ด้วยตนเองสั่น เธอรู้ว่าคืนสุดท้ายที่อยู่กับทัพพ์เขาเมาและไม่ได้ป้องกัน แต่เธอไม่คิดว่าความสัมพันธ์ครั้งเดียวที่ไม่ป้องกันจะทำให้มีผลตามมาเช่นนี้ได้ "ชุ ชุเป็นอะไรน่ะทำไมเรียกไม่ตอบหลับรึเปล่า" ไอยวรินทร์เคาะประตูและตะโกนถามหน้าห้องน้ำอย่างเป็นห่วง เมื่อเห็นว่าหญิงสาวหายเข้ามาเกือบชม. ชัชชุอรล้างหน้าอีกครั้ง เธอโยนที่ตรวจลงถังขยะ หญิงสาวคิดไปมาในหัวว่าเธอควรทำอย่างไร “ไม่เป็นไรค่ะพี่ริน ชุท้องผูก” เธอเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยท่าทีอ่อนระโหย ไอยวรินทร์มองเห็นแต่เธอไม่ถาม หญิงสาวเลี่ยงพูดเรื่องอื่นเสีย “ชุเป็นไงบ้าง หน้าซีดๆ นะ” ไอยวรินทร์ถาม เธอเลื่อนจานอาหารมาตรงหน้า “พี่ซื้อข้าวต้มกุ้งมาฝาก” “ขอบคุณค่ะพี่ริน” ชัชชุอรเลื่อนข้าวต้มมาตรงหน้า พลันเธอก็ต้องรู้สึกกระอักกระอ่วนในท้องจนต้องลุกไปอาเจียน ไอยวรินทร์มองอย่างตกใจ เธอตามไปดูชัชชุอรในห้องน้ำและในตอนนั้นเองที่เธอมองในถังขยะ ที่ตรวจครรภ์ขึ้นสองขีดชัดเจน เธอเข้าใจในตอนนั้นเองถึงอาการแปลกๆ ของชัชชุอร เธอช่วยลูบหลังจนอีกฝ่ายอาการดีขึ้นและพามาพักข้างนอก “ไปตรวจที่โรงพยาบาลไหมชุ จะได้แน่ใจแล้วจะได้วางแผนต่อควรทำอะไร” ชัชชุอรน้ำตารื้นเธอร้องไห้ออกมาในที่สุด ไอยวรินทร์โอบกอดญาติสาวไว้ “ไม่เป็นไรนะชุ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วมันดีเสมอ เราจะผ่านมันไปด้วยกัน ถึงยังไงชุก็มีพี่มีปัญหาอะไรบอกพี่ได้” เธอไม่ถามถึงพ่อของเด็กให้คนท้องระคายใจ คิดแค่ว่าถ้าเขาดีจริงชัชชุอรคงไม่อยู่ในสภาพนี้ สายๆ วันนั้นเธอบังคับพาชัชชุอรไปตรวจจนได้ หญิงสาวพาว่าที่คุณแม่ไปตรวจที่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังที่ครอบครัวเธอไปประจำ สำหรับไอยวรินทร์ทุกอย่างต้องดีที่สุด “คนไข้ตั้งครรภ์ค่ะ ประมาณแปดสัปดาห์นะคะ” จากนั้นชัชชุอรได้อัลตราซาวด์หน้าท้อง หมอแจ้งว่า “หัวใจเต้นปกติค่ะ ตัวอ่อน 2 ซม.ถือว่าการเติบโตไม่มีอะไรผิดปกตินะคะ” วันนั้นชัชชุอรกลับมาที่พักในเวลาบ่ายคล้อยมากแล้ว ไอยวรินทร์ไม่เห็นด้วยที่เธอจะอยู่คนเดียวต่อไป ว่าที่คุณแม่จึงขอเวลาคิดสักพักว่าจะจัดการชีวิตยังไง หลังจากที่ญาติสาวกลับไป เธอนึกออกว่าปาลิตามีบ้านให้เช่า เธอจึงโทรหาเพื่อนสาวทันที “ปา แกมีบ้านให้เช่าอยู่ไหม” ปาลิตาแปลกใจที่ชัชชุอรถามถึงบ้านเช่า แต่เธอก็ตอบโดยดี “มี แกจะเช่าเหรอแล้วคอนโดล่ะเพิ่งอยู่ไม่กี่เดือนเอง” “ฉัน..ท้องน่ะ” ชัชชุอรกัดริมฝีปาก แต่ก็ยอมบอกเพื่อนตามตรง ได้ยินเสียงปลายสายทำเสียงตกใจ “งั้นแกมาอยู่บ้านฉันเลย มีบ้านให้เช่าหลังนึงอยู่ในเขตรั้วเดียวกันกับบ้านฉันเดินทะลุหากันได้ แต่เข้าออกคนละทางรถจอดได้ไม่มีปัญหา” เย็นวันนั้นปาลิตามารับเธอไปดูบ้านหลังที่ว่า เธอทำความเคารพบิดามารดาของเพื่อน ท่านทั้งสองพูดอย่างยินดีที่เธอจะมาขอเช่าบ้าน “เช่าทำไม หนูชุอยู่ไปเลยลูก ท้องไส้อยู่ไม่ต้องทำกับข้าวนะมากินที่นี่หรือแม่จะให้เด็กจัดไปส่งให้ก็ได้” คุณตรีเพชรพูดอย่างยินดี “จริงด้วย อยู่นี่ล่ะมีคนดูแล มีคนช่วยเลี้ยงหลานเดี๋ยวพรุ่งนี้พ่อจะให้คนไปดูว่าบ้านต้องซ่อมตรงไหนรึเปล่า” คุณปิยะบิดาของปาลิตาพูดเสริม ท่าทีของพ่อแม่เพื่อนที่ยินดีต้อนรับทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นขึ้น ปาลิตาพาเธอไปดูบ้านหลังนั้นมันเป็นบ้านหลังขนาดพอเหมาะ เป็นบ้านชั้นเดียวมีสองห้องนอน หนึ่งห้องโถง มีห้องครัวและห้องเก็บของ มีลานซักล้างหลังบ้าน มีเทอเรสสำหรับนั่งเล่นหน้าบ้าน “บ้านน่ารักจังปา” หญิงสาวชอบที่นี่ มันไม่ใหญ่ไม่เล็กเกินไปอยู่ใกล้คนรู้จัก แต่ก็ยังมีความเป็นส่วนตัว “แต่ต้องเก็บค่าเช่านะ ถ้าอยู่ฟรีเราคงไม่อยู่ เกรงใจน่ะ”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD