หลังเหตุการณ์วันนั้น ภูวรินทร์แทบจะไม่อยากไปไหนกับคทาอีกเลย จนคทาตัดสินใจมาหาเขาที่บ้าน ซึ่งตอนนั้นคุณวารุณีแม่ของภูวรินทร์ ที่พึ่งจะรดน้ำต้นไม้ที่หน้าบ้านเสร็จ เหงื่อโทรมกาย พอได้ยินเสียงกริ่งหน้าบ้าน สาวใช้กำลังจะเดินไปเปิดประตู แต่คุณวารุณีห้ามไว้ก่อน
" เดี๋ยวฉันไปเปิดเอง เธอมีอะไรก็ไปทำเถอะ "
" ค่ะคุณผู้หญิง "
คุณวารุณีเดินไปเปิดประตู ก็เจอกับคทายืนอยู่ เมื่อเห็นคุณวารุณี คทากลับคิดว่าเป็นคนใช้ จึงถามเสียงห้วนๆอย่างคนถือดี
" ภูอยู่มั้ย "
คุณวารุณีมองหญิงสาวตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะตอบ
" ไม่อยู่ "
" ไปไหน "
" ไม่รู้ "
" โอ๊ย อีแก่ เป็นคนใช้ประสาอะไรถึงไม่รู้ว่าเจ้านายไปไหน เป็นคนใช้ก็ควรหัดถามเรื่องของเจ้านายซะบ้างนะ เวลาใครถามจะได้ตอบได้ แก่แล้วยังโง่อีก "
ทำเอาคุณวารุณีอึ้งไปเลย ก่อนจะได้สติ ก้มหน้าลงมองดูสภาพตัวเอง ซึ่งเธอก็ไม่ปฏิเสธว่า เหมือนคนใช้จริงๆแหละ
คทาไม่ได้สนใจท่าทีของวารุณี แต่แทรกตัวเดินเข้าไปในบ้านอย่างถือวิสาสะ โดยที่คุณวารุณียังไม่ทันตั้งตัว
" อะอ้าว คุณ เดินเข้าบ้านคนอื่นแบบนี้ได้ยังไง "
คทาหันไปมองอย่างหงุดหงิดก่อนจะพูด
" ทำไมจะไม่ได้ ในเมื่ออีกหน่อยฉันก็จะมาเป็นสะใภ้ของบ้านนี้ "
ทำเอาคุณวารุณีไม่พอใจ แต่ก็เลือกที่จะไม่พูด เพราะอยากเห็นสันดานของผู้หญิงคนนี้ คุณวารุณีจึงนิ่งเงียบ ปล่อยให้คทาเดินเข้าไปนั่งในบ้าน คุณวารุณีมองตามอย่างไม่พอใจแล้วบ่นออกมา
" ตาภูนะตาภู กลับมานะ จะจัดการให้ดู ดูซิ หาสะใภ้แบบไหนมาให้ฉันเนี่ย "
จากนั้นคุณวารุณีจึงเดินตามหญิงสาวเข้าไปในบ้าน
" นี่ ไปเอาน้ำมาให้ฉันหน่อย ฉันร้อน "
คทาสั่ง ซึ่งคุณวารุณีก็ไม่พูดอะไร เธอเอาโทรศัพท์ออกมากดถ่ายคลิปและตั้งไว้ โดยที่คทาไม่รู้ จากนั้นเดินเข้าครัวไป และบอกสาวใช้ให้เอาน้ำไปรับแขก
คทาที่เห็นสาวใช้เอาน้ำมาเสริฟ จึงถามขึ้น
" นี่ ภูไปไหน "
" ไม่ทราบค่ะ "
" โอ๊ย คนใช้บ้านนี้ไม่ได้เรื่องซักคน อีแก่นั่นก็ไม่รู้เรื่อง แกก็ไม่ได้แก่เท่ายัยป้านั่น ยังไม่ฉลาดเลย คอยดูนะถ้าฉันได้เป็นคุณผู้หญิงของบ้านนี้ ฉันจะไล่ออกให้หมดเลย ว่าแต่ แม่คุณภูอยู่มั้ย "
" ก็ ... "
" น้อย!! "
ก่อนที่สาวใช้จะพูดอะไร คุณวารุณีก็เดินออกมาพอดี
" มีอะไรก็เข้าไปทำไป "
" ค่ะ "
สาวใช้เดินเขาไปในครัว ซึ่งคทาก็ไม่สงสัยว่าทำไมสาวใช้ถึงได้เชื่อฟังหญิงแก่ๆที่เธอเข้าใจว่าเป็นคนใช้ในบ้าน เพราะคิดว่าคงเป็นแม่บ้านที่สาวใช้ให้ความเคารพก็เท่านั้น
วารุณีเดินมาหยุดยืนตรงหน้าคทา
" คุณเป็นแฟนของคุณภูเหรอ "
" ใช่สิ ถามโง่ๆ เอาใจฉันหน่อยนะ เพราะต่อไปชีวิตแกจะอยู่ที่นี่ได้หรือไม่ได้ก็ขึ้นอยู่กับฉัน "
คุณวารุณีสวนกลับทันที
" ฉันจะอยู่ที่นี่ได้หรือไม่ได้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณนะ คุณไม่มีสิทธิ์ "
" เอ๊ะอีแก่ !!! แกกล้าพูดแบบนี้กับฉันเหรอ คอยดูนะ ฉันจะฟ้องคุณภู ฟ้องคุณลุงคุณป้าให้ไล่แกออกแน่ ดูสิ แก่ขนาดนี้ จะไปหางานที่ไหนได้อีก "
โอยน้อสาว ... 🤭🤭🤭🤭
.............
ภูวรินทร์ที่ออกไปข้างนอก กลับมาถึงบ้านในช่วงหัวค่ำ เห็นผู้เป็นแม่นั่งกอดอกอยู่ที่โซฟาห้องรับแขก โดยมีสามีนั่งกอดไหล่อยู่ข้างๆ
" คุณพ่อคุณแม่มานั่งทำอะไรครับ "
สร้างความแปลกใจ เมื่อชายหนุ่มเห็นเป็นผู้เป็นแม่นั่งนิ่ง แต่รับรู้ได้ถึงรังสีบางอย่างแผ่ออกมาในรัศมี 5 เมตร
" คุณแม่ ... เป็นอะไรรึเปล่าครับ "
ภูวรินทร์ถามอย่างหวาดหวั่น และแทนคำตอบคุณวารุณียื่นโทรศัพท์ให้ลูกชายดู ภูวรินทร์รับมาดูแบบงงๆ แอบมองหน้าผู้เป็นพ่อเหมือนจะถาม แต่ผู้เป็นพ่อพยักเพยิดให้ดูที่โทรศัพท์
ปฏิกิริยาต่อมาของภูวรินทร์คือ ตกใจในสิ่งที่ได้เห็นและได้ยิน ใจเขาตกวูบ เหงื่อแตกพลั่ก
" คุณแม่ คทามาที่นี่เหรอครับ "
เห็นอยู่เต็มตานะ แต่ถามชัดๆเพื่อความแน่ใจ
" แกก็เห็นแล้วนี่ "
ภูวรินทร์ยิ้มแห้งๆ
" เรื่องความรัก แกจะรักใครชอบใครแม่ไม่ว่า แต่ถ้าแกเอาผู้หญิงแบบนี้มาเป็นเมีย แกก็ออกจากบ้านนี้ไปได้เลย "
ภูวรินทร์ยิ้มแห้งให้ผู้เป็นแม่ที่นั่งทำหน้าบ่งบอกชัดว่าไม่พอใจเอามากๆ ภูวรินทร์เข้าไปกอดประจบผู้เป็นแม่
" ผมก็อยากจะเลิกอยู่ครับ ถึงได้ออกไปตะลอนนอกบ้าน "
คุณวารุณีมีสีหน้าดีขึ้น หันไปถามลูกชายเพื่อความแน่ใจ
" จริงเหรอ แกไม่ได้ชอบแม่นี่จริงๆใช่มั้ย "
" ครับ ตั้งแต่เห็นธาตุแท้ก็ไม่อยากสานต่อ แต่ไม่รู้จะทำยังไง ถ้าขอเลิกตรงๆ ดูแล้ว คทาคงไม่ยอมเลิกง่ายๆแน่ๆ "
คุณวารุณีนิ่งคิด ก่อนจะพูด
" แม่มีวิธี "
" ยังไงครับ "
ผู้เป็นนั่งยิ้มกริ่ม สายตาพราว
" พรุ่งนี้แกพาแม่นี่มาทานข้าวที่บ้าน "
ภูวรินทร์มองหน้าผู้เป็นแม่ตาแป๋ว และหันไปมองผู้เป็นพ่อเหมือนตั้งคำถามแต่ผู้เป็นพ่อกลับส่ายหน้า เขาจึงหันไปมองหน้าผู้เป็นแม่ กำลังคาดเดาแหละว่าแม่จะทำอะไรกันแน่
ภูวรินทร์จัดการโทรหาคทาตามคำสั่งผู้เป็นแม่
ทันทีที่คทารับสาย เสียงแห่งความดีใจก็ดังเล็ดลอดออกมา
( ภู ภูหายไปไหนมาคะ ทาคิดถึงภูม๊ากมาก วันนี้ทาไปหาภูที่บ้าน แต่ไม่เจอภู ภูโกรธอะไรทารึเปล่าคะ ทาขอโทษนะคะ )
" พอดีผม ติดธุระน่ะ คือพรุ่งนี้ทาว่างมั้ย "
( สำหรับภูทาว่างเสมอค่ะ )
" คุณแม่ผมเชิญมาทานข้าวที่บ้านครับ "
( จริงเหรอคะ ค่ะๆ ฝากขอบคุณคุณป้าด้วยนะคะ พรุ่งนี้เจอกันค่ะ )
คทาวางสายด้วยความดีใจสุดขีด ตั้งแต่คบกับภูวรินทร์ เธอยังไม่เคยเจอพ่อกับแม่เขาเลย เธอรู้แต่ว่าบ้านเขาอยู่ที่ไหน และก็ไปตามที่เขาเคยบอกไว้แค่นั้น
พรุ่งนี้แหละ เธอจะได้เจอพ่อกับแม่ของภูวรินทร์แล้ว
..............
รุ่งขึ้น
คทามาที่บ้านภูวรินทร์ตามที่เขาบอกไว้ โดยมีน้อย สาวใช้มาเปิดประตูให้ คทาเดินเข้าไปในบ้าน พบหญิงวัยกลางคนแต่งตัวดีนั่งอยู่จึงเข้าไปทักทาย
" สวัสดีค่ะคุณแม่ "
คทาคิดว่าผู้หญิงแต่งตัวดีคนนี้ต้องเป็นแม่ของภูวรินทร์แน่ๆเลย
" สวัสดีค่ะ คุณเป็นใครเหรอคะ "
" หนูชื่อคทาค่ะ เป็นแฟนของภูค่ะ คุณแม่สบายดีนะคะ "
" สบายดีจ๊ะ "
" แหม คุณแม่ของภูนี่ หน้าตาซ๊วยสวยนะคะ ถึงว่าภูหน้าตาดีได้ใคร ได้คุณแม่นี่เอง ฮิฮิฮิ "
หน้าไม่ค่อยเหมือนหรอกแต่พูดประจบไปก่อน
" คุณพ่อไปไหนล่ะคะ "
" คุณผู้ชาย เอ๊ย!! คุณพ่อของคุณภูไปทำงานค่ะ "
" อ๋อ เอ่อ แล้วภูล่ะคะ "
" คุณภูอยู่ในสวนค่ะ "
คำพูดคำจาติดปาก แต่คทากลับไม่ได้สงสัยเลยแม้แต่น้อย
" งั้นทาขออนุญาตไปหาภูได้มั้ยคะ "
" เจ้าค่ะ เอ๊ย!! ค่ะ "
คทายิ้มประจบจากนั้นเดินเข้าไปด้านหลัง ในใจก็แอบสงสัยว่าภูเข้ามาทำอะไรในสวน
และก็ได้คำตอบ เมื่อเห็นภูวรินทร์ในชุดกางเกงขาสั้นเสื้อยืดขาดวิ่น กำลังปลูกต้นไม้ คทาเพ่งมองเพื่อความแน่ใจว่า เธอมองไม่ผิดแน่นะ
" ภู "
ภูวรินทร์หันมาในสภาพเหงื่อไคลไหย้อยจนคทารู้สึกขยะแขยง
" ภู มาทำอะไตรงนี้ค่ะ "
" อ๋อ ทำงานครับ "
"ห๊ะ ทำงาน ทำสวนนี่นะ ทำไมไม่ให้คนสวนทำล่ะคะภู "
" ก็ผมนี่แหละคนสวน "
" ห๊ะ !! ภู ... เป็น คน สวน "
" ครับ "
" ภู ใครมาเหรอลูก "
เสียงหญิงวัยกลางคนเรียกภูวรินทร์ ทั้งสองคนหันไปมองด้วยความรู้สึกที่ต่างกัน ภูวรินทร์หันไปมองด้วยความรัก ส่วนคทา มองด้วยความตื่นตระหนก เพราะผู้หญิงคนนี้คือคนที่เธอเรียกว่า' อีแก่ ' เมื่อวานนี้เอง
" นี่ นี่ใครคะ "
" อ๋อ แม่ผมเองครับ "
คทาเบิกตาโพลง รับรู้ความจริงด้วยความตื่นตระหนก
" แม่เหรอคะ แม่ภูเป็นคนใช้อย่างนั้นเหรอ "
" ครับ "
" ไม่จริงอ่ะ ภูโกหก เรียนตำรวจใช้เงินไม่ใช่น้อยๆ จะเป็นแค่ลูกคนใช้ได้ยังไงคะ แล้ว แล้วเวลาไปทานข้าว ภูก็พาทาไปทานแต่ภัตตาคารหรูๆแพงๆ ภูก็เป็นคนเลี้ยงทา ภูเอาเงินมาจากไหนล่ะถ้าไม่ใช่ของภู "
คทายังคงคิดในแง่ดี
" ผมเรียนตำรวจเพราะแม่ผมกู้เงินให้ผมเรียนครับ เวลาผมพาทาไปทานข้าว ผมตามใจทา เพราะผมรักทาและไม่อยากให้ทาขายหน้าผมเลยยอมเป็นหนี้ ตอนนี้ครอบครัวผมเป็นหนี้อยู่ประมาณ 10 ล้าน ผมกับแม่ต้องอยู่ที่นี่ในฐานะคนใช้จนกว่าจะใช้หนี้หมด "
คทารับฟังเรื่องราวจากปากแฟนหนุ่มด้วยใจที่สั่นไหว เธอจีบภูวรินทร์เพราะนอกจากเขาหล่อ แล้ว คทาคิดว่าการเรียนตำรวจต้องใช้เงินเยอะมาก ถ้าไม่มีเงินคงเรียนไม่ได้ แต่เธอไม่เคยคิดว่าแฟนหนุ่มของเธอจะกู้เงินเรียน แถมเป็นหนี้ตั้ง 10 ล้าน
คุณวารุณียื่นมือมาจับมือคทา
" แม่ดีใจที่ได้หนูเป็นลูกสะใภ้ ต่อไปก็ช่วยกันทำงานหาเงินใช้หนี้นะลูกนะ "
คทาดึงมือกลับ สีหน้าและแววตาก็เปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวถือดี
" เรื่องอะไร หนี้พวกแก กู้เองก็ใช้เองสิ เกี่ยวอะไรกับฉัน "
" ทา เราเป็นแฟนกันไม่ใช่เหรอ "
" แฟนบ้าแฟนบอน่ะสิ เป็นได้ก็เลิกได้ ใครจะมาทนใช้หนี้ตั้ง 10 ล้าน ใช้กันไปเองเถอะ ฉันขอบาย "
" ทา ทา อย่าไป ผมรักคุณน๊า ทาจ๋า โอ้ววว "
การละครสุดๆ แต่คทาไม่สนใจอีกแล้วเดินสะบัดก้นออกไปทันทีโดยไม่หันกลับมามอง เธอเดินผ่านป้าป่านที่เธอเข้าใจว่าเป็นผู้หญิงของบ้าน
" กลับแล้วเหรอคะ "
แต่คทาไม่ตอบ เธอกึ่งวิ่งกึ่งเดินออกไปอย่างเร่งรีบ
ด้านภูวรินทร์หันไปยิ้มให้ผู้เป็นแม่
" แผนคุณแม่นี่ เจ๋งไปเลย "
" แน่ล่ะ เห็นธาตุแท้ชัดเจนมั้ยล่ะ ต่อไปก็หาเมียให้มันดีดีหน่อย "
" คร้าบคุณแม่ "
ภูวรินทร์เดินกอดไหล่ผู้เป็นแม่เดินเข้าบ้านไป เจอป้าป่านนั่งไขว่ห้างเล่นโทรศัพท์อยู่ที่โซฟา
" นี่ ยัยนั่นออกไปแล้ว แกก็กลับไปเปลี่ยนชุดเข้าครัวได้แล้ว ไป! "
" เจ้าค่ะ "
ป้าป่านยิ้มแห้งก่อนจะเดินเข้าครัวไป ผ่านสายตาและรอยยิ้มของภูวรินทร์ที่ยังขำไม่หาย
ป้าป่านเป็นแม่ครัวที่นี่ที่เข้ามาอยู่ในแผนการของคุณวารุณีด้วยเงิน 1,000 บาท และแกก็เล่นได้สมบทบาทจนออกจากบทแทบไม่ได้
แน่นอนจริงๆ ..... 🤭🤭🤭
หลังจากวันนั้นคทาก็หายไปจากชีวิตของภูวรินทร์จริงๆ ไม่เคยติดต่อกันอีกเลย