แสงแดดอุ่น ๆ ส่องผ่านกลุ่มเมฆสีขาวนุ่มที่ลอยเอื่อยอยู่บนท้องฟ้าสีคราม เมืองหลวงยามเช้าเต็มไปด้วยชีวิตชีวา เสียงเครื่องยนต์ของรถสปอร์ตคำรามต่ำ ขณะที่มันพุ่งตัวไปตามถนนที่ยังไม่คับคั่ง กระจกหน้าต่างสะท้อนเงาของท้องฟ้าสลับกับตึกสูงที่เรียงราย จุดหมายของรถยนต์คันนี้คือบริษัทของตระกูลจาง ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงและทำกำไรได้มหาศาล
ถึงแม้ว่าผู้คนจะเริ่มทยอยเดินทางไปทำหน้าที่ของตัวเอง ทว่าบนท้องถนนยังไม่ถึงกับรถติด ไม่เร่งรีบ และไม่มีเสียงแตร ทุกอย่างยังคงดำเนินไปอย่างปกติ
“เฮียสนใจเธอจริงเหรอ? เฮียคิดจะจริงจังกับเธอหรือเปล่า” บรรยากาศภายในห้องโดยสารเงียบสงบมาสักพัก ก่อนที่จวินอี้ผู้นั่งอยู่ด้านข้างคนขับจะเปล่งวาจาถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ไม่มีอารมณ์ใด ๆ แฝง ขณะเดียวกันฝ่ามือแกร่งของเฟยหลงยังคงจับพวงมาลัยไว้มั่น ดวงตาคมกริบสีดำขลับจ้องมองถนนเบื้องหน้า พร้อมกับขยับริมฝีปากหยักตอบน้องชายของตัวเอง
“ก็สนใจ แต่ถามว่าจริงจังไหม กูยังไม่แน่ใจ” เขาตอบ
“แล้วเฮียจะให้เธอไปอยู่ในฐานะอะไร”
“กูจะให้เธอมาเป็นเลขาส่วนตัวของกู แต่หน้าที่หลัก ๆ ก็ยังเป็นของน้ำอิง เพราะหมวยลินเรียนไม่จบคงจะไม่ดีถ้ากูให้เธอทำงานจริง ๆ”
“ก็คือเฮียจะให้เธอไปเป็นเลขาส่วนตัวที่มีคนคอยจัดการให้ แบบนั้นเฮียแค่อยากได้ตัวเธอไม่ใช่เหรอ”
“แล้วมึงคิดว่ากูจะปล่อยให้คนไม่มีความรู้ ไม่มีประสบการณ์มาจัดการงานทุกอย่างให้กูเหรอ กูจะมีเลขากี่คนก็ได้ในเมื่อกูคือผู้บริหาร”
“ใช้อำนาจในทางที่ผิด เรื่องนี้ผมจะฟ้องป๊า”
“ไม่ได้เว้ย มึงห้ามบอกเรื่องนี้กับป๊ามี้เด็ดขาด”
“เฮียแม่งจะจ้างเธอมาเป็นเลขาเพื่อเอา ส่วนงานก็ยังให้น้ำอิงทำเหมือนเดิม คนในบริษัทจะคิดว่ายังไง”
“ก็ช่างแม่งดิ คนนี้กูไม่ปล่อยแน่”
“แต่ถึงอย่างนั้นก็ให้เธอลองทำงานดูก่อน เฮียยังไม่รู้เลยว่าเธอถนัดทำงานแบบไหน”
“เรื่องนั้นกูไม่สนหรอก กูสนอยู่เรื่องเดียว”
“ไอ้เฮีย ผมอยากจะรู้นักว่าถ้าเกิดชอบเธอขึ้นมาจริง ๆ เฮียยังจะพูดแบบนี้อยู่อีกไหม”
“คนเพิ่งเคยเจอหน้ากัน แม่งจะชอบกันได้เลยเหรอวะ กูแม่งไม่ได้ชอบใครง่าย ๆ”
“แต่เธอสวยมากนะ เฮียจะไม่สนใจจริงดิ”
ประโยคที่จวินอี้เอ่ยออกมาทำเอาเฟยหลงนิ่งไปชั่วขณะ แม้สายตาคมกริบจับจ้องเส้นทางถนนอย่างมีสมาธิ แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าอนาคตเขาจะคิดจริงจังกับเธอขึ้นมาหรือเปล่า ในตอนนี้เองเฟยหลงหวังแค่ได้นอนกับเธออย่างอื่นเขาไม่คิดสนใจ แต่คำพูดของน้องชายผู้นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็ทำให้เฟยหลงฉุกคิดได้บ้าง
“อนาคตค่อยว่ากัน ตอนนี้ก็ส่วนตอนนี้”
“คำตอบเฮียพร้อมจะเปลี่ยนแปลงได้ตลอดนั่นแหละ จริงสิ ช่วงนี้เฮียเฟย์ดูยุ่งมาก ๆ เห็นว่าเกมตัวใหม่ที่กำลังพัฒนามีปัญหานิดหน่อย แต่เห็นยุ่งแบบนั้นก็มีเวลาไปนั่งร้านเหล้า”
“มันยุ่งจนไม่มาหาป๊ากับมี้เลย แล้วทำไมมันถึงมีเวลาไปนั่งร้านเหล้าได้วะ” เฟยหลงพูดด้วยน้ำเสียงที่สะท้อนความสงสัย ในบรรดาลูกชายทั้งสามคนเฟย์หงส์คงเป็นคนที่เจอตัวยากที่สุด เพราะหลังจากแยกตัวไปเปิดบริษัทพัฒนาเกมของตัวเอง ก็ดูเหมือนน้องชายคนกลางของเขาจะจับทางได้ดี เกมที่เปิดตัวออกมาครั้งแรกก็ได้รับความสนใจเอามาก ๆ แต่มันก็น่าสงสัยไม่น้อยที่เฟย์หงส์ยังมีเวลาไปนั่งดื่มที่ร้านเหล้า
“ก็เฮียเฟย์ติดสาวไงเฮีย เหมือนกับเฮียที่ไม่ออกไปไหนเพราะติดสาวอยู่ที่บ้านเหมือนกัน”
“เกี่ยวอะไรกับกูวะ ช่วงนี้งานเยอะก็เลยไม่มีเวลา แค่กลับบ้านไปพักผ่อนก็ดีแค่ไหนแล้ว”
“โธ่ พูดแบบเดียวกันเป๊ะ แต่สาวของเฮียกับเฮียเฟย์สวยเหมือนกันเลยนะ ผมคิดหนักเลยเนี่ยจะหาแฟนสวยแบบนี้ได้ที่ไหน”
“ทำเป็นพูด มึงเองก็มีคนคุยเหมือนกันไม่ใช่เหรอ นึกว่าได้เป็นแฟนกับเธอแล้ว” เฟยหลงเอื้อนเอ่ยวาจาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ฝ่ามือแกร่งยังคงจับพวงมาลัยแน่น
“ไม่มี ตอนนี้ผมโสดสนิทครับ มีแต่เฮียนั่นแหละที่อาจจะไม่โสดแล้วก็ได้”
“ระหว่างกูกับไอ้เฟย์ มึงว่าใครจะมีแฟนก่อนกันวะ”
“น่าจะเฮียเฟย์ เพราะตอนนี้เฮียเฟย์จีบแล้วนะ ส่วนเฮียยังทำเป็นไม่จริงจังกับเธออยู่เลย”
“กูก็ไม่ได้จริงจังถึงขั้นจะคบกับเธอ อีกอย่างกูมีว่าที่คู่หมั้นอยู่แล้ว” เฟยหลงพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่บ่งบอกถึงอารมณ์ใด ๆ
“ก็จริงที่เฮียมีคู่หมั้น แต่เฮียจะหมั้นหรือไม่อยากหมั้นมันก็แล้วแต่เฮียหรือเปล่า ถ้าเฮียปฏิเสธไปแล้วทำตามใจตัวเอง ผมว่ามันก็ไม่ได้ยากอะไรเลยครับ”
“กูไม่รู้เรื่องอนาคตหรอก ใครจะรู้ว่าบริษัทเราจะไปในทิศทางไหน บางทีก็ต้องเลือกเพื่อให้บริษัทอยู่รอดไม่ใช่เพราะความต้องการของตัวเอง”
“เฮียไม่ต้องห่วงเลย ไม่มีทางที่บริษัทเราจะไปในทิศทางนั้นแน่นอน ป๊าวางฐานมาดีขนาดนี้แล้ว เราก็เหมือนเกิดบนกองเงินกองทองที่มีพร้อมทุกอย่าง”
“มันก็จริง แค่มาบริหารงานต่อจากป๊า ส่วนเรื่องร้านมึงเอาไปดูแลต่อได้เลยนะ กูว่าช่วงนี้กูคงยุ่งกับเรื่องที่บริษัท”
“เฮียจะให้ผมดูแลร้านจริง ๆ เหรอ ไว้ใจให้ผมทำขนาดนั้นเลยเหรอ” จวินอี้หันหน้ามาถามพี่ชาย
“ก็เออดิ มึงเป็นน้องชายกูนะเว้ย มึงต้องทำได้อยู่แล้ว”
“ขอบคุณที่เชื่อใจผมครับเฮีย ว่าแต่เฮียมีธุระอะไรถึงให้ผมมาที่บริษัทด้วย”
“ไม่มีหรอก กูแค่ไม่อยากให้มึงอยู่บ้าน”
“ที่แท้ก็หวงหมวยลิน นึกว่ามีเรื่องด่วนอะไรเลยให้ผมมาบริษัทด้วย”
“ถ้ากูปล่อยให้มึงอยู่ มึงคงไม่อยู่เฉย ๆ ไปกวนเธอทำงานอีก” คำพูดของเฟยหลงไม่แสดงออกว่าสนใจหรือเบื่อหน่าย สีหน้าของเขานิ่งเรียบมองไปด้านหน้าด้วยสายตาเย็นชา ทว่าเมื่อนึกถึงเรื่องของเธอเขายิ่งจับพวงมาลัยแน่น
“หวงก็บอกว่าหวง พูดออกมามันไม่ได้ยากขนาดนั้น”
“เออก็กูหวง ให้เธออยู่ที่บ้านดีแล้ว” เฟยหลงตอบ
“พูดเหมือนกับว่าถ้าเธอเป็นเลขาเฮีย เธอต้องทำงานอยู่ที่บ้านอย่างนั้นแหละ ถ้าเวลานั้นเฮียจะออกตัวว่าหวงเธอขนาดไหน”
“กูไม่หวงหรอก ใครจะเจอเธอก็แล้วแต่”
เขามองริมสองข้างทางด้วยสายตาว่างเปล่า สีหน้าเหมือนสวมหน้ากากไว้ไม่แม้แต่จะรู้สึกอะไรกับคำพูดของน้องชาย เขารู้ดีว่าตอนนี้ตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ เอ่ยปากยื่นข้อเสนอให้กับเธอเพราะเหตุผลบางอย่าง หมวยลินก็เป็นแค่สาวใช้คนใหม่ที่เข้ามาทำงานชดใช้หนี้ ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะทำให้เขาจริงจังกับเธอเลย และเธอก็คงรู้สถานะของตัวเองดีว่าเฟยหลงให้เธอเป็นได้แค่ของเล่น ไม่ใช่ความรักเหมือนอย่างในละครหลังข่าว แต่อนาคตใครจะรู้ความรู้สึกอาจเปลี่ยนไปก็ได้
"""