“มึงที่นี่ทำไมมันใหญ่โตจังวะ”
ฉันเอ่ยถามขณะก้าวเดินมายังชั้นล่างของตึก เดินไปยังทางเชื่อมด้านหลังของตึกเป็นสองตึกที่แยกกันอย่างชัดเจน ระหว่างตึกของเจ้านาย และบอดี้การ์ด รวมไปถึงสาวรับใช้ในบ้าน
“มึงเห็นแค่นี้ยังน้อยไป อยู่ไปนานๆ มึงจะร้องว้าวกว่านี้” มี๊มันบอกด้วยรอยยิ้ม
“ขนาดนั้นเลยเหรอว่ะ”
“ใช่ แต่นอนนี้มึงควรไปพักผ่อนก่อน กูดูว่ามึงคงไม่ได้นอนทั้งคืน แล้วพรุ่งนี้เช้าค่อยไปหานายใหญ่” มันเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม
“นายใหญ่คือใคร” ฉันเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแปลกใจ
“คุณสินธร นายใหญ่ของบ้านหลังนี้ อีกทั้งยังเป็นป๊าของคุณคิม”
“เอ๋อ” ฉันเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเรียบ
“บ้านนี้เขามีลูกสาวหนึ่งคน และลูกชายสองคน”
“มีใครบ้างว่ะ”
“มีคุณหนูแขไขพี่สาวคนโต คุณคิมหันต์คนกลาง และคุณวสันต์เป็นคนเล็ก”
“คุณแขไขเป็นคนแบบไหน” ฉันเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“คุณแขเป็นผู้หญิงที่ตลก วันๆ ลากพวกกูเล่นแต่เกม เข้าสปา และดูซีรีส์”
“เอ๋อ” ฉันนึกภาพออกว่า ผู้หญิงส่วนมากเขาก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว
“ส่วนคุณคิม เป็นคน...”
“กูขอผ่านกับคนนั้นก่อน ไปคุณวสันต์เลย” ฉันเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ ทำให้ไอ้มี๊หัวเราะในลำคอ
“คุณวสันต์ ท่านเรียนอยู่อังกฤษ นอกจากช่วงปิดเทอมถึงจะกลับมา ตอนนี้คุณวสันต์อยู่ปีสองแล้ว อีกสองเดือนคงกลับมา” มี๊มันบอกด้วยรอยยิ้ม ฉันเดินผ่านตึกของบอดี้การ์ดที่ดูใหญ่พอสมควร คิดว่าบอดี้การ์ดในบ้านหลังนี้คงมีประมาณห้าสิบคน
“ที่นี่มีจำนวนประชากรเท่าไหร่ว่ะ” ฉันถามด้วยความสงสัย
“ที่นี่มีบอดี้การ์ด ประมาณหกสิบคน สาวใช้อย่างพวกเรามีหกคนรวมถึงมึง”
“ทำไมสาวใช้มีน้อย”
“ก็บอดี้การ์ดพวกนั้นดูแลพวกคุณสินธร คุณคิม และคุณสัน ส่วนสาวใช้ของคุณหนูแขไขมีกู มีอีจวง อีเค้ก ส่วนผู้หญิงอีกสองคนคือป้าจิต กับป้าดวง สองคนนั้นอยู่ที่ครัว คอยทำอาหารให้คนทั้งบ้านกิน”
“เอ๋อ”
“เอ้าถึงห้องแล้ว” มันบอกด้วยรอยยิ้ม และเปิดประตูห้องนอน กดเปิดสวิตช์ไฟทันที ทำให้ฉันเห็นห้องกว้างสีขาวสะอาดที่เป็นเตียงคู่ได้ชัดเจน มีทุกสิ่งครบครัน มันดูหรูหรามากกว่าที่สาวใช้จะได้นอนแบบนี้
“ทำไมห้องกว้างขนาดนี้” ฉันเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม และกระโดดลงบนเตียงข้างริมหน้าต่าง ฉันจึงเอ่ยถามต่ออีกว่า “อีกทั้งมันยังกว้างกับห้องนอนที่บ้านฉันอีก”
“นายท่านต้องการให้พวกเราสุขสบาย อีกทั้งสาวใช้ผู้หญิงที่นี่จะได้อยู่ห้องเท่ากับหัวหน้าบอดี้การ์ด เพราะนายใหญ่ให้เกียรติผู้หญิงทุกคนที่อยู่ในบ้านหลังนี้ ถ้ามึงอยู่ที่นี่มึงจะรู้เอง” มันบอกด้วยน้ำเสียงด้วยความรักและเทิดทูน ราวกับว่านายใหญ่เป็นพระเจ้า
“คงยกเว้นไอ้ห่าคิมคนเดียว” ฉันบอกด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด
“มึงอคติกับเขาเกินไป เขาก็เหมือนนายใหญ่ เขาเป็นสุภาพบุรุษมากนะ” มันบอกและทำให้ฉันถอนหายใจยาวๆ
“สุภาพบุรุษกับผีสิ” ฉันบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“เอาหล่ะ กูต้องไปดูคุณหนูก่อน เดี๋ยวตอนเย็นกูมารับ ไปกินข้าวที่โรงอาหาร”
“โอเค” ฉันเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม
“เอ่อกูลืมบอกมึงว่า เครื่องมือสื่อสารของมึงทุกชนิดห้ามใช้ในเวลางาน ถ้ามึงจะใช้ มันมีโทรศัพท์กลางอยู่ในห้องนั่งเล่นในส่วนของสาวใช้ เพราะคุณท่านกลัวว่าพวกเราจะเอาไปโทรหาฝ่ายตรงข้าม ซึ่งมันไม่ดีสำหรับที่นี่” มันบอกเช่นนี้
“โอเค”
ฉันถอนหายใจยาวๆ มองไปยังหน้าต่างห้องกับวันแรกที่ฉันต้องมาอยู่ที่นี่ ตรงนี้ ฉันไม่คิดไม่ฝัน และไม่อยากฝันว่าจะได้มาอยู่ที่นี่ ทั้งที่ฉันพูดกับไอ้คิมว่าหัวเด็ดตีนขาดอย่างไงก็จะไม่มาอยู่ที่นี่เป็นเด็ดขาด แต่กลับกลายเป็นว่าฉันต้องมาอยู่ที่นี่อย่างเลือกไม่ได้ ตอนนี้ฉันไม่รู้ว่ามันจะเห็นจดหมายที่ห้องที่ฉันเขียนลามันหรือไม่...
-คิมหันต์-
ผมยืนอยู่ที่หน้าระเบียงทอดสายตามองไปยังนอกระเบียงอย่างว่างเปล่า แล้วเอารูปในมือของผมขึ้นมาดูรูปของเธอช้าๆ ทำให้ผมเผยรอยยิ้มออกมาช้าๆ ราวกับคนบ้า ผมเองไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมว่าความรู้สึกของตัวเองนั้นเปลี่ยนไปโดยควบคุมไม่ได้ เหมือนกับที่ผมเคยมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงเมื่อหลายปีก่อน ทันใดนั้นมีมือสองข้างมาโอบไหล่ของผม ทำให้ผมหันกลับไปมองด้วยรอยยิ้ม เพราะรู้ว่ามันสองคนเป็นใคร
“มึงเรียกพวกกูมาดึกดื่นแบบนี้ทำไม รู้ไหมว่ากี่โมง” ไอ้ใหญ่เอ่ยถามผมด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง ผมรีบเอารูปใส่กระเป๋ากางเกงทันที มองมันด้วยรอยยิ้ม เพราะมันคงนอนคั่วกับนิวแฟนของมัน จึงทำให้มันดูอารมณ์เสีย
“สี่ทุ่ม” ผมบอกด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“ได้ข่าวว่าเธอยอมมาเป็นเลขาของมึงแล้วเหรอ” ไอ้จักรบอกด้วยรอยยิ้ม
“มึงรู้ข่าวไวจังนะ” ผมเอ่ยบอก และเลิกคิ้ว
“เปล่าเหรอกูเห็นเธอเดินอยู่ในบ้านของมึง พอดูไปดูมาน้องดาวก็สวยเหมือนกันนะ” ไอ้ใหญ่เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงกรุ้มกริ่ม ผมมองบนโดยทันที
“มึงชอบน้องดาวเหรอว่ะ” ไอ้จักรเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง ชอบงั้นเหรอ ไม่หรอกผมแค่อยากตอบแทนเธอมากกว่า
“กูไม่ได้ชอบ กูแค่อยากตอบแทนมัน ที่มันไปเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายในวันนั้น” ผมเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย หันกลับมาและหยิบบุหรี่จากกระเป๋าเสื้อ และไฟแช็กขึ้นมาจุด สูดนิโคตินเข้าไปทันที มันทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายบ้าง ทันใดนั้นไอ้ใหญ่วางมือบนไหล่ของผมและตบเบาๆ
“ไอ้คิม มึงโกหกคนอื่นมึงก็โกหกไป แต่มึงโกหกใจของตัวเองไม่ได้หรอกเพื่อน” ไอ้ใหญ่บอกด้วยสีหน้าที่มีรอยยิ้ม และสายตามันดูจริงจังรวมไปถึงหมัดมันทุบที่อกด้านซ้ายผมเบาๆ
“ก้าวพ้นอดีตเถอะมึง และเริ่มต้นใหม่” ไอ้จักรบอกด้วยน้ำเสียงให้กำลังใจ ผมถอนหายใจยาวๆ ออกมาทันที
“เอาหล่ะ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว กูขอนอนเล่นเกมที่บ้านมึงนะ” ไอ้ใหญ่บอกด้วยรอยยิ้ม
“บ้านกูก็เหมือนบ้านมึง มึงจะนอนตรงไหนตามสบายมึงเลย” ผมบอกด้วยรอยยิ้ม
“กูนอนด้วยคน” ไอ้จักรมันบอก
“ตามสบายมึง” ผมบอกเช่นนี้
“ว่าแต่เมียมึงไม่ว่าเหรอ” ไอ้จักรถามไอ้ใหญ่ด้วยความสงสัย
“เมียกูป่านนี้นอนไปแล้ว แล้วมึงไม่กลับไปหาเมียมึงเหรอ” ไอ้ใหญ่ถามกลับ
“เมียกูไปภูเก็ตกับน้ำ อีกสองวันถึงจะกลับ” ไอ้จักรมันบอก
“มึงกูอยากเล่นเกม ไปเล่นกัน” ผมบอกด้วยรอยยิ้ม
“ได้” ไอ้ใหญ่บอกด้วยน้ำเสียงร่าเริงคล้องคอผมเข้าไปในห้องนอนทันที
หลังจากผมเล่นเกมกับพวกมันได้ประมาณชั่วโมงกว่า มันก็ชวนผมดื่มไวน์ไปสองขวด พร้อมเล่นสนุ๊กเกอร์ ผลัดกันเล่นกันอยู่หลายตา จนพวกมันนอนที่โซฟาด้วยความเมาอย่างน่าอนาถ ไอ้จักรมันนอนอยู่ที่บนโซฟา ส่วนไอ้ใหญ่นอนอยู่โซฟาตัวเดียวกัน แต่มันนอนกลับหัวกลับหาง เท้าของพวกวางไว้ที่ตรงใบหน้า แต่ผมกลับนอนไม่หลับซะงั้น ทั้งที่เล่นไวน์กับพวกมันเกือบสามขวด ผมจึงเปิดประตูออกไปด้านนอกห้อง บอดี้การ์ดที่อยู่หน้าห้องก้มโค้งเล็กน้อย ขณะที่ผมเดินผ่านพวกมัน ผมเดินไปออกมายังสระว่ายน้ำด้านล่างของบ้าน โดยมีบอดี้การ์ดสองคนยืนอยู่พวกมันจึงรีบก้มหัวทันที ผมทอดสายตามองหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ในสวนข้างบ้านที่ดูไม่มืดนัก เพราะมีไฟนีออนรอบบ้าน
เธอนั่งลงบนริมขอบสระว่ายน้ำ ผมจึงก้าวเดินไปใกล้ที่เธอนั่งเล็กน้อย ขณะที่เธอถอนหายใจยาวๆ ออกมา ราวกับว่ากำลังคิดอะไรอย่างหนัก ทันใดนั้นเธอก็พูดออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“เฮ้ย...กูมาอยู่ที่นี่ไอ้ลินจะเป็นอย่างไงบ้างนะ มันจะโทรหากูจนสายไหมหรือเปล่า มันคงไม่รู้ว่ากูใช้โทรศัพท์ไม่ได้ ไอ้ลินเอ้ย กูคิดถึงมึงว่ะ หรือว่ามึงกำลังนั่งเล่นเฟส หรือเล่นไลน์ หรือกินข้าวอยู่ มึงทำอะไรอยู่ว่ะ” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน ทำให้ผมรู้สึกใจยวบแปลกๆ
“นี่กูต้องมาอยู่ที่นี่ตลอดชีวิตหรือว่ะ แล้วกูจะได้เจอไอ้ลินอีกไหม มึงเป็นคนที่กูรักมากที่สุด กูอยากอยู่กับมึงมากที่สุด กูคิดถึงมึงนะไอ้ลิน” เธอบอกจบ แล้วมองไปยังท้องฟ้าในยามค่ำคืนในเมืองหลวง เธอเผยรอยยิ้มเล็กน้อย
“พ่อคะ แม่คะ ดูแลไอ้ลินแทนหนูด้วยนะ หนูขอโทษที่ทิ้งน้องมาแบบนี้ ทั้งที่รู้ว่านายของหนูดูแลเธอดีแค่ไหน แต่หนูอดห่วงมันไม่ได้จริงๆ” เธอเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม แล้วหน้าเธอกลับมาซึมเศร้าอีกครั้ง ผมรู้สึกอยากโอบกอดและปลอบประโลมเธออย่างยิ่ง แต่ทว่าเหมือนม่านบางๆ มาขวางกั้นผมเอาไว้ไม่เผลอใจกับเธอหรือไม่ว่าใคร เพราะการเจ็บปวดจากคนที่เรารัก มันทำให้เราตายทั้งเป็นมาแล้ว
“เอ้ามึง...มาทำอะไรตรงนี้” เธอเอ่ยถามผม แต่ผมไม่รู้ว่าเธอลุกขึ้นตอนไหน แต่ทว่าเธอกลับประจันหน้ากับผมแล้วในตอนนี้ สายตาของเธอที่มองมาที่ผมด้วยสายตาแข็งกร้าวเช่นเดิม
“กูจะไปไหนมาไหน กูต้องรายงานมึงเหรอ” ผมบอกด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“กูก็ถามไปอย่างนั้นแหละ”
“มึงนอนไม่หลับเหรอ” ผมถามเรียบเฉย แล้วใช้มือเท้าเอวอย่างหลวมๆ
“กูพึ่งมาวันแรก แล้วมันแปลกที่ด้วย กูเลยนอนไม่หลับ”
“ให้กูไปนอนเป็นเพื่อนไหม” ผมเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม เธอชูนิ้วกลางใส่ผมทันที
“ส้นตีน!!! มึงจูบกูวันนั้น อีกทั้งมึงยังลวนลามกูอีก กูยังไม่ได้คิดบัญชีกับมึงเลยนะ” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงดุดัน ผมเผยยิ้มที่มุมปาก และอ้าแขนกว้างทันที
“กูให้มึงลวนลามได้เต็มที่ เพื่อเป็นการถ่ายโทษ” ผมบอกด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เธอกลับเดินหนีผมทันทีอย่างหัวเสีย ผมเลยพูดไล่ตะโกนตามหลัง
“ฝันดี อย่าลืมฝันถึงพี่ นะน้องนะ”
“ไปตายชะ ไอ้เหี้ย!!!” เธอสบถใส่ผมด้วยน้ำเสียงดังลั่น ทำให้ผมหัวเราะในลำคอ แต่ทว่าผมพูดอะไรไปต่อหน้าลูกน้องของผม ทั้งที่ผมไม่เคยทำมาก่อน ถามว่าอายไหม อายมาก!!!