หลายวันผ่านไป
หลังจากที่พยายามหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตอย่างหนักสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น อย่างแรกที่นักเขียนสาวในร่างเบลล่าเข้าใจคือ โลกนี้ไม่มี ‘เธอ’ ที่เป็นนักเขียน ไม่มีนามปากกาดังกล่าว ไม่มีนิยายเรื่องของเทรซิสและอลิซที่เธอเป็นคนแต่ง หรือแม้แต่คอนโดของเธอที่ตั้งใจทำงานอย่างหนักหาเงินมาผ่อนจนใกล้เป็นของตนเอง ห้องหมายเลขนั้นก็กลายเป็นคู่สามีภรรยาที่เธอไม่รู้จักเข้ามาอาศัยอยู่แทน
อย่างที่สอง เธอย้อนกลับมาก่อนตอนจบเรื่องนี้สองปี เป็นช่วงที่มีเพียงเบลล่าและเทรซิสซึ่งเป็นคู่หมั้นและคู่นอนกัน อลิซจะปรากฏตัวขึ้นในอีกหนึ่งปีครึ่งหลังจากนี้ หรือก็คือหกเดือนสุดท้ายก่อนตอนจบของนิยาย
อย่างสุดท้าย ข้อมูลทุกอย่างที่เธอใส่ไว้ในนิยาย ทั้งตัวละครอื่นๆ ในนิยาย ข้อมูลวันเดือนปีเกิดของแต่ละคน เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในอดีตล้วนเคยเกิดขึ้นจริง ทั้งเรื่องที่เบลล่าเหลือพ่อเพียงคนเดียว เนื่องจากแม่เสียชีวิตในขณะคลอดเธอออกมา นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้พ่อไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวกับตัวเบลล่านักจนทำให้เธอเป็นคนขาดความอบอุ่น ชีวิตของเบลล่ามีแค่เทรซิส เมื่อมีอลิซเข้ามาจึงเป็นเรื่องที่เธอรับไม่ได้ที่ถูกเทรซิสลดความสำคัญลง
นักเขียนสาวทอดสายตามองกระจกเงาบนโต๊ะหนังสืออย่างหมดอาลัยตายอยาก เธอมองเงาในกระจกที่กำลังสะท้อนใบหน้าสวยของเบลล่าด้วยความรู้สึกผิดในใจ นี่อาจจะเป็นหนึ่งในเหตุผลที่เธอกลายเป็นเบลล่าในตอนนี้ มอบความเจ็บปวดให้ใคร ก็ต้องยินดีก้มหน้าลิ้มรสความเจ็บปวดนั้นด้วย
ก๊อกๆๆ
เสียงเคาะประตูห้องนอน ทำให้คนตัวเล็กสะดุ้งจากภวังค์ ก่อนจะเอ่ยปากอนุญาตอย่างสุภาพตามความเคยชิน
“ไม่ได้ล็อกค่ะ”
เมื่อคนจากข้างนอกเปิดประตูเข้ามา คนตัวเล็กก็ต้องแปลกใจเมื่อเขาคือเทรซิส นี่คือความแปลกอย่างหนึ่งที่เธอพบ เทรซิสที่เธอเขียนเอาไว้ไม่ใช่คนใส่ใจเบลล่า จะเป็นฝ่ายเบลล่าที่คอยวิ่งไล่ตามเขามากกว่า
“นายมาทำไม” เจ้าของห้องชั่วคราวอดแปลกใจไม่ได้ที่มาเฟียหนุ่มมาหาถึงที่
คนตัวสูงยืนกอดอกพิงบานประตูอย่างพิจารณา ก่อนจะสาวเท้าเข้ามาในห้องนอน เขาถือวิสาสะนั่งลงที่เตียงของเธอโดยไม่ขออนุญาต
“พ่อเธอโทรมาฟ้องฉัน ว่าเธอไม่ไปเรียน”
ริมฝีปากอวบอิ่มทำรูปปากเป็นเสียง ‘อ้อ’ อย่างเข้าใจหลังจากได้ฟังเหตุผล
นี่ก็ถือว่าเป็นความโชคดีที่เธอไม่ได้ใส่รายละเอียดข้อมูลการศึกษาของเบลล่าให้เลิศเลอเพอเฟ็กต์อะไรมากนัก เพราะความสะดวกในการเขียนนิยายตอนนั้น จึงระบุไปว่าเบลล่าเรียนบริหารธุรกิจสาขาการจัดการ ซึ่งเป็นคณะที่เธอเรียนจบมาจริงๆ การเรียนซ้ำอีกปีในร่างของเบลล่าเลยไม่ใช่เรื่องหนักหนา
นอกจากนี้ เบลล่าในวัย 22 ปี ที่ใกล้สำเร็จการศึกษาก็ไม่มีตารางเรียนมากนัก นอกเสียจากโพรเจ็กต์จบที่กำลังเริ่มทำ นักเขียนสาวจึงตัดสินใจเขียนโพรเจ็กต์ที่ตนเองทำตอนเรียนจบขึ้นมาอีกครั้ง เพียงแต่ก็ต้องคอยตรวจเช็กงานวิจัย หนังสือ หรือเอกสารอ้างอิงอื่นว่ามีตัวตนบนโลกแห่งนี้หรือไม่
นี่จึงเป็นเหตุผลที่เธอตัดสินใจหยุดเรียนเพื่อปรับจูนอะไรหลายๆ อย่างในชีวิต
“ไม่สบาย” คำตอบส่งๆ หลุดออกจากปากอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ต่อ
“เพราะโดนฉันเอาวันนั้นน่ะเหรอ” คำถามหยาบโลนหลุดออกมาจากริมฝีปากหนาหลังจากนั้นทันที
มือเล็กยกขึ้นกุมขยับอย่างเหนื่อยใจ นิสัยหยาบคาย ขวานผ่าซากของเทรซิสทำเธอเหน็ดเหนื่อยไม่น้อย
“ถามอะไรทุเรศ” เสียงหวานออกปากด่าเขาอย่างไม่ใส่ใจนัก
เบลล่าได้ยินเสียงจิ๊ปากไม่พอใจของคนนั่งที่เตียง แต่เลือกที่จะเอาหูทวนลม ก้มหน้าอ่านหนังสือที่ยืมมาจากมหาวิทยาลัยต่อ โดยระหว่างนั้นก็คลิกเม้าส์ดูข้อมูลอื่นไปด้วย
“ไหนอ่านอะไรอยู่”
“ว้าย!”
คนตัวโตคว้าแขนเธอลอยหวือออกจากเก้าอี้ ก่อนจะทรุดตัวนั่งแทนที่ จัดการเปิดหนังสือพลิกอ่านไปมาลวกๆ สแกนข้อมูล ร่างเล็กที่ขยับเดินเข้าไปใกล้หมายจะดึงคนตัวสูงออก แต่กลายเป็นว่าถูกรั้งเอวรวบขึ้นนั่งตักโดยไม่ทันได้ตั้งตัวแทน
“ทำตัวจบอยู่นี่เอง”
มาเฟียหนุ่มพูดเสียงกระซิบอย่างมีพิรุธ ปัดผมยาวสลวยของคู่หมั้นสาวไปด้านข้าง จากนั้นจึงก้มหน้าหล่อเหลาของตนเองขบเม้มแผ่นหลังบางที่วันนี้สวมเสื้อสายเดี่ยวอยู่ห้องสบายๆ
ลิ้นชื้นที่ลากเลียแผ่นหลังเนียน ทำเอาร่างกายอ่อนไหวง่ายเกิดความรู้สึกบางอย่าง ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากันแน่นเมื่อตะขอชุดชั้นในถูกปลดออก พร้อมกับถูกมือหยาบกอบกุมเต้าอวบแล้วออกแรงบีบเบาๆ
“อึก!” มือของเธอรีบเกาะขอบโต๊ะหาที่ยึดเหนี่ยว ร่างกายเริ่มมีปฏิกิริยากับการกระทำวาบหวามจนรู้สึกเหนอะหนะที่ต้นขา
“หนีบขาทำไม แฉะแล้ว?”เสียงทุ้มของคู่หมั้นหนุ่มหยอกล้อกับอาการร่านรักของคนบนตัก ค่อยๆ เคลื่อนมือมุดเข้าไปในกางเกงขาสั้นกุดลูบไล้ปุ่มกระสันหยอกเย้าไปเรื่อยๆ “แฉะจริงๆ ด้วย”
“ทะ เทรซิส วันนี้ฉันขอพัก” เสียงอุทธรณ์ขอความเห็นใจไม่เป็นผล เมื่อกางเกงผ้านิ่มขาสั้นถูกรูดออกไปกองกับพื้นพร้อมกับแพนตี้จิ๋ว
ความพิเรนทร์จากมาเฟียหนุ่มไม่ได้หยุดแค่นั้น เอื้อมมือไปเปิดกล้องหน้าคอมพิวเตอร์ พร้อมกับอัดวิดีโอเห็นภาพของเขาและเธอกำลังทำเรื่องลามกกันบนเก้าอี้ การกระทำนั้นปลุกราคะในตัวเธอให้ลุกโชนขึ้นอย่างยากจะฉุดรั้ง
ไม่ใช่เธอที่ทนไม่ไหว แต่เป็นร่างกายของเบลล่าต่างหาก
“สะ ใส่เข้ามาเลยก็ได้...” ร่างบางหันหน้าเข้าหาคนตัวสูง เอื้อมมือปลดซิปกางเกงขายาวสีดำ ดึงแก่นกายที่ขยายพองอัดแน่นเต็มกางเกงออกมาชักรูดเบาๆ
“จับมันยัดเข้าไปในร่องฟิตๆ นี้ดู” นิ้วเรียวสะกิดเขี่ยที่กลีบกุหลาบชุ่มฉ่ำ เอนกายพิงพนักเก้าอี้มองอาการของคนตัวเล็กอย่างสบายใจ
นักเขียนสาวหมุนตัวเปลี่ยนท่านั่งให้อยู่ในท่านั่งยอง ยกมือค้ำยันแผงอกกำยำหาที่ยึดเหนี่ยว ขยับสะโพกจ่อปลายหัวหยักเข้าที่กลีบกุหลาบก่อนจะกดสะโพกกลืนกินลำเอ็นปูดโปนทีละนิดจนหมด
“อ๊า” เสียงครางหวิวหวามดังลอดออกมาหลังจากเอาอาวุธร้ายเข้าไปในร่างกายจนหมด หมุนควงเอวคอดขยับคว้านข้างในอย่างถูกอกถูกใจ “อ๊ะ อ๊า มันจุกไปหมด”
ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนก้มสบตานัยน์ตาสีทมิฬอย่างหลงใหลในกามอารมณ์ อาการป่วยของเบลล่าที่เกิดจากความผิดปกติของสารสื่อประสาท มันยากจะควบคุมให้อยู่อย่างปกติได้ แน่นอนว่าเธอในตอนนี้มีแผนการที่จะเข้ารับการรักษาให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากคนตรงหน้าด้วย
แต่เอาไว้ก่อน วันนี้ไม่นับ...
ไม่รอให้ชายหนุ่มออกคำสั่ง สะโพกอวบอัดออกแรงขย่มลำกายใหญ่ทันที เข้าสุดออกสุดตามใจตนเองไม่ยั้ง สลับกับบดบี้ปุ่มกระสันบวมเป่งเข้าหาหน้าท้องแกร่งอย่างเอาเป็นเอาตาย
“อื้ม อา~” แม้แต่คนเจนสนามอย่างเทรซิสก็ยากที่จะควบคุมเสียงครางกระเส่าของตนเอง เมื่อได้รับการปรนเปรออย่างดีจากคู่หมั้นสาว
“ทะ เทรซิส อ๊า”
น้ำเสียงกระท่อนกระแท่นพยายามคุยเรื่องอาการป่วยของตนเองระหว่างมีสัมพันธ์ลึกซึ้งเป็นเรื่องยาก ยิ่งเหลียวหลังกลับไปมองเห็นภาพบนกล้องกำลังฉายฉากร่วมรักของตนเองและเขาแบบเรียลไทม์ ยิ่งสร้างกำหนัดให้เธอดำดิ่งสู่ขุมสวาทมืดมิด
“อา~ เบลล์ แรงได้อีก อีกนิด” ชายหนุ่มบีบขย้ำสะโพกงอนรั้งเข้าหาตัว อาการร้อนรักของคนตรงหน้าทำเอาเขาอยากกระชากเธอลงมอบความรุนแรงให้ครั้งแล้วครั้งเล่า
“ช่วยเบลล์หน่อยได้ไหม อื๊อ~”
เมื่อการขยับเองไม่สามารถทำให้คนตัวเล็กถึงจุดหมาย จึงเอ่ยปากร้องขอความรุนแรงจากเขาด้วยตนเอง
ร่างของเบลล่าหมุนตัวหันหน้าเข้าหาโต๊ะไม้เนื้อหนา ใช้มือเกาะยึดขอบโต๊ะเป็นฐานมั่น ออกแรงบดเบียดสะโพกเข้าหาแกนกายใหญ่ไม่หยุด เทรซิสเองก็คอยรั้งเอวบางช่วยพยุงไม่ให้เธอล้ม กระแทกสวนขึ้นลงหนักหน่วงจนเธอสั่นคลอนไปทั้งกาย
“อ๊ะ อ๊ะ มันเข้าลึก...ลึกมาก” เธอร้องบอกเขาปากคอสั่น
เงยหน้าขึ้นมองกิริยาเร่าร้อนของตนเองและเขาผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ ยิ่งมองเห็นสิ่งที่อยู่กลางหว่างขากำลังมุดเข้าออกถี่เร็ว ความเสียวซ่านยิ่งขึ้นมากระจุกที่ท้องนอนจนปวดหนึบ
“มานี่!”
ชายหนุ่มกระตุกต้นแขนของเธอจนคนตัวเล็กนอนหงายทาบทับร่างกำยำ เขาใช้มือข้างหนึ่งกำรอบคอระหงไว้หลวมๆ ส่วนอีกข้างก็ช้อนข้อพับขาเรียวขึ้น ขยับกายอัดเอวสอบเข้าส่วนลึกจนคู่หมั้นสาวครางหวีดหวิวไม่เป็นศัพท์
“ขะ ข้างใน ปล่อยข้างใน อ๊ะ อ๊า” เธอร้องขอเขาจวนใจจะขาด
ร่องสวาทกระตุกตอดรัดเสร็จสมรุนแรงจนคนใต้ร่างขยับต่อไม่ไหวเช่นกัน คนตัวโตปลดปล่อยธารขุ่นเอ่อทะลักกุหลาบงามทุกหยาดหยดอย่างสาแก่ใจ
เมื่อฤทธิ์สวาทสิ้นสุดลง ก็เป็นฝ่ายนักเขียนสาวที่รีบผลุนผลันลุกขึ้นจากกายแกร่งเดินไปคว้าเสื้อคลุมมาปกปิดร่างกาย
“แฉะจนกางเกงฉันเปียกไปหมด เพิ่งเอาไปวันก่อนแท้ๆ” มาเฟียหนุ่มเปิดปากพูดหลังจากหลุบตามองกางเกงสีดำตนเองที่เปรอะเปื้อนน้ำหวานของแฟนสาวและน้ำรักของตนเองจนเลอะเทอะ
“รู้ว่าฉันป่วยก็อย่ากระตุ้นสิ”
ถึงแม้ร่างกายของเบลล่าในตอนนี้จะยังไม่ใช่ภาวะนิมโฟมาเนียอย่างสมบูรณ์แบบ แต่เธอที่เป็นคนเขียนรู้ดี ว่าเบลล่าในตอนท้ายของนิยายมีอาการนิมโฟมาเนียรุนแรงถึงขั้นมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับชายหลายคนในคราเดียว
แม้แต่คุณหมอที่เธอไปบำบัดด้วยก็ไม่รอด
เทรซิสที่รู้เข้าในตอนหลังจึงตัดขาดจากคนทรยศอย่างเธอ ไม่ใช่เพียงเพราะกำลังตกหลุมรักอลิซ
มือเรียวลูบใบหน้าปรับอารมณ์ตนเอง ข่มสภาพร่างกายที่หลั่งสารในสมองขับเคลื่อนความรู้สึกใคร่เอาไว้ สภาพคนตัวเล็กตอนนี้ไม่ต่างจากการถูกสารเสพติดกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ
เทรซิสมองตามเรือนร่างบอบบางที่หายเข้าไปในห้องน้ำ จัดการลบคลิปที่เพิ่งอัดไปเมื่อครู่ ก่อนจะปลดเปลื้องเสื้อผ้าเดินตามคู่หมั้นสาวเข้าไปในห้องน้ำ
เมื่อเข้าไปภายในห้องน้ำหรู ก็เห็นแผ่นหลังเนียนกำลังแช่น้ำในอ่างสีขาวด้วยใบหน้าที่รู้สึกดีขึ้น ลำขายาวก้าวเข้าไปนั่งซ้อนด้านหลังเจ้าของห้องโดยไม่พูดอะไร จากนั้นจึงดึงหญิงสาวเข้ามากอดแนบอกพลางลูบศีรษะเบาๆ
“เธอเคยปฏิเสธการรักษา”
สิ่งที่เขาเปิดปากเริ่มประโยคออกมาไม่มีอะไรเกินจริงเลย เพราะไม่รักษาถึงกู่ไม่กลับ
“มันรุนแรงขึ้น จนฉันควบคุมตัวเองไม่ได้” เธอตอบโดยไม่ได้เหลียวไปมองใบหน้าคม
เพียงแค่ถูกเย้าแหย่ ร่างกายก็จุดติดราวกับเป็นเชื้อเพลิงราคะที่พร้อมจะแผดเผาตนเอง นอกจากเบลล่าจะตายเพราะทำร้ายอลิซ เธอยังทรยศเทรซิสไปหลับนอนกับคนอื่น
ไม่อยากตกอยู่ในสภาวะนั้นของตัวละคร
“ถ้าเธออยากก็มาหาฉัน” เขาคว้าปอยผมสีคาราเมลมาจูบเบาๆ พร้อมกับม้วนเล่นไปมาตามความเคยชิน
“แล้วถ้าวันหนึ่ง...นายไม่อยากนอนกับฉันล่ะ” หญิงสาวกลั้นใจเอ่ยถามออกไป เพราะอย่างไรในอนาคตไม่ช้า เทรซิสก็ต้องเจอกับอลิซแล้วก็ตกหลุมรักกัน
ข้อมูลอย่างหนึ่งที่เธอใส่เป็นของตัวละครชายคนนี้ คือ เมื่อรักใคร เขาจะรักจนหมดหัวใจ รักและปรารถนาในคนๆ นั้นเพียงคนเดียว
“ถ้าวันหนึ่ง ฉันนอนกับคนอื่น” เธอเอี่ยวตัวหันไปสบตากับคนข้างหลัง ราวกับจะสื่อเป็นนัยว่ามันจะเกิดขึ้นจริงหากไม่เข้ารับการรักษา “นายจะเข้าใจความเจ็บป่วยของฉันไหม?”
น้ำตาใสๆ ไหลออกจากหางตาอย่างควบคุมไม่ได้ หลายวันที่เธออยู่ในร่างของเบลล่า มันทำให้เธอเข้าใจว่า นางร้ายที่เธอเขียนเพราะความสะใจของพล็อตเรื่อง พอต้องใช้ชีวิตจริง กลับลำบากและน่าสงสารมากขนาดนี้
ทั้งการต้องอดทนกับความอึดอัดเวลาเผชิญหน้ากับคนเป็นพ่อเป็นคุณหนูจอมเหย่อหยิ่ง วีนเหวี่ยงจนแม่บ้านขยาด แม้ตอนนี้จะไม่ได้ทำตัวแบบนั้นแล้วก็ตาม
อีกทั้งความปรารถนาดำมืดในจิตใจไม่สิ้นสุด อยากสัมผัสร่างกายของเพศตรงข้าม โดยไม่จำเป็นต้องเป็นเทรซิสก็ได้
“หลายวันมานี้ เธอเป็นอะไรหรือเปล่า” ชายหนุ่มถามเธออย่างไม่เข้าใจ
หากเขาจะไม่เข้าใจก็คงไม่แปลก เบลล่าไม่เคยปฏิเสธความต้องการตนเอง เธอเข้าหาเทรซิส พร้อมมอบบทรักเร่าร้อนให้แก่กันครั้งแล้วครั้งเล่า
ยังไงเทรซิสก็เป็นของอลิซ จะช้าหรือเร็วก็ตาม
“เทรซิส ไปเที่ยวกันไหม?” คนตัวเล็กถามขึ้น เมื่อนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “ฉันมีที่ที่อยากไป”
____________________
นิมโฟมาเนีย (Nymphomania) อาการหลงใหลในการมีเพศสัมพันธ์ที่มากเกินกว่าคนปกติทั่วไป เป็นโรคทางจิตชนิดหนึ่ง โดยอาจเกิดได้จากการมีเพศสัมพันธ์บ่อยจนทำให้เกิดความเคยชินมีอารมณ์เกินกว่าที่จะควบคุม รวมถึงความสมดุลของสารเคมีในสมองผิดปกติ และการถ่ายทอดพันธุกรรมภายในครอบครัว หรือเกิดจากความเครียด ความวิตกกังวลจนทำให้ผู้ป่วยใช้เซ็กซ์เป็นทางออกของปัญหาในการระบายอารมณ์ภายในจิตใจ