ปึก! ปึก! ปึก!
“อ๊ะ อ๊ะ อื๊อ~ เทรซิส... เทรซิส!”
เธอเสร็จจนตัวกระตุก ดวงตาฉ่ำเยิ้มกับความสุขสมที่ความปรารถนาในจิตใจถูกคู่หมั้นหนุ่มปรนเปรอจนถึงขีดสุด เทรซิสเองก็เช่นกัน เขาล้มตัวและปลดปล่อยธารอุ่นเข้าไปข้างในกายบางทุกหยาดหยดอย่างสาแก่ใจ
สามเดือนหลังจากเริ่มเข้ารับการรักษาด้วยการให้ยาจริงจังทำให้อาการป่วยของเธอเริ่มดีขึ้น ส่วนคนตัวโตก็พยายามให้ความร่วมมือเต็มที่
อาทิตย์ละครั้งคือข้อตกลงร่วมกัน เมื่อครบกำหนดวัน เทรซิสจึงออกอาการหิวโหยอย่างไม่ปกปิด
“อีกรอบ”
“พอแล้ว นายทำหลายรอบแล้วนะ”
เท้าเล็กๆ ยกขึ้นดันหน้าท้องแกร่งออกจากการทาบทับกาย ก่อนจะรีบคว้าผ้าห่มมาคลุมร่างตนเองก่อนที่คนหื่นจะทำอีกรอบอย่างปากว่า
ไม่รู้ว่าเธอคิดถูกหรือคิดผิดที่ตัดสินใจออกมาอยู่ที่เพนท์เฮาส์กับเขา ในตอนนั้นเธอคิดแค่เพียงว่า การได้ออกจากบ้านที่มีพ่อคอยเกลียด อาจทำให้ความวิตกกังวลและความเครียดของเธอลดลง ซึ่งมันเป็นผลดีภาวะเจ็บป่วยของเธออย่างที่คิดไว้จริงๆ แต่ความใกล้ชิดระหว่างเธอกับเทรซิสกลับมีเพิ่มขึ้นทุกวัน จนความรู้สึกของเธอในตอนนี้เริ่มมีมากกว่านักเขียนกับตัวละครในนิยาย
แม้ในตอนนี้จะยังไร้วี่แววว่าจะถูกพากลับไปในที่ซึ่งจากมา แต่ก็อดกลัวไม่ได้ว่าหากวันนั้นมาถึง นั่นย่อมทำต่างฝ่ายต่างเจ็บปวดใจ
“เหม่ออะไร?” คนนอนข้างกันหยัดกายขึ้นมานอนเท้าศีรษะตะแคงข้างมองมาที่เธอพร้อมรอยยิ้มยียวน “โดนฉันเอาจนเหม่อ?”
ปึก!
“ทุเรศชะมัด” คนตัวเล็กฟาดมือลงกลางแผงอกอีกฝ่ายอย่างไม่แรงนัก รีบกระชับผ้าห่มขึ้นมาถึงคอเพราะแอบเห็นว่ามาเฟียหนุ่มเหลือบมองหน้าอกตนเองทั้งที่เพิ่งถูกเธอดุด่า
คนลามก!
“หรือจะปฏิเสธ?”
“เลิกพูดเรื่องลามกสักที ไปหยิบน้ำมาให้ฉันเลย” มือของเธอตีเข้าที่แขนแกร่งไปอีกรอบ พร้อมกับออกคำสั่งให้อีกฝ่ายลุกจากเตียงไปหยิบน้ำในครัวให้อย่างทุกครั้ง
“น้ำฉันยังเต็มปากอยู่เลย ยังจะอยากกินน้ำอะไรอีก”
“เทรซิส!”
หน้าของหญิงสาวเห่อร้อนกับคำพูดลามกไม่หยุดของอีกฝ่าย คราวนี้ฝ่ามือเปลี่ยนเป้าหมายเป็นปากของคนตัวโต จนเขาต้องรีบลุกหยิบเสื้อคลุมเดินออกจากห้องนอน
คนตัวเล็กค่อยๆ เปิดผ้าห่มสำรวจความผิดปกติของตนเอง เธอไม่ได้รู้สึกต้องการมันอย่างไร้ที่สิ้นสุดเหมือนครั้งแรกที่เจอกัน รวมถึงจุดอ่อนไหวของร่างกายก็ไม่ได้โอนอ่อนไปตามการปลุกเร้าของคู่หมั้นหนุ่มอย่างง่ายดายอย่างเดิม
เธอรู้จักการปฏิเสธ อารมณ์ของตนเองมีจุดอิ่มตัวสำหรับเซ็กซ์ในแต่ละครั้ง นี่คงเป็นสัญญาณที่ดี
“นั่งยิ้มคนเดียวอีกแล้ว อย่าบอกนะว่าฟินจนคุมสติตัวเองไม่ได้” เทรซิสที่ยืนอยู่หน้าห้องเลิกคิ้วมองมายังคนตัวเล็กอย่างกวนประสาท ในมือมีขวดน้ำดื่มและน้ำส้มคั้นแช่เย็นติดมือตามคำบัญชา
ไอ้บ้านี่!
“นายควรไปหาหมอกับฉัน” เธอด่าเขากลายๆ ก่อนจะรับน้ำส้มมาดื่มอึกใหญ่ “วันๆ จ้องแต่จะ...”
“เอากัน”
“รู้ตัวนี่”
“ช่วยไม่ได้ เสียงเธอครางมันฟินหู ยิ่งตอนโดนฉันทำแรงๆ ยิ่ง...โอ๊ย! ตบปากเลยเหรอ!?”
มือของเขาจับริมฝีปากตนเองแน่นพร้อมกับส่งสายตาคาดโทษมายังเจ้าของฝ่ามือ ก่อนที่แก้วน้ำในมือเล็กจะถูกดึงมาวางที่โต๊ะข้างหัวเตียง จากนั้นเจ้าของห้องก็ย่างสามขุมก้าวเท้าขึ้นเตียง ลงมือจัดการคู่หมั้นสาวอีกหลายยก
หญิงสาวลืมตาตื่นขึ้นมาท่ามกลางความมืดภายในห้องนอนอันแสนคุ้นตา อาการกระหายน้ำปลุกให้ตื่นขึ้นมากลางดึกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
หากแต่เมื่อมองไปยังข้างหัวเตียงกลับมีเพียงแก้วและขวดเปล่าวางเอาไว้
“เทรซิส...” มือบางเขย่าปลุกเขาให้ลุกขึ้นเพราะไม่อยากเป็นฝ่ายเหยียบพื้นเย็นๆ ออกจากห้อง
แต่มาเฟียหนุ่มกับหลับใหลไม่ไหวติงแม้แต่น้อย ต่อให้เธอจะออกแรงปลุกเขาแรงขึ้นแล้วก็ตาม
ไปเองก็ได้!
เพียงแค่สองเท้าก้าวพ้นห้องนอนใหญ่ก็รับรู้ถึงอากาศที่หนาวเหน็บผิดไปจากปกติ แสงสลัวจากไฟด้านนอกสาดส่องเข้ามาพอได้มองเห็นทุกสิ่งในห้องเลือนลาง ทั้งที่ยังไม่เข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเป็นทางการ แต่ไรขนอ่อนกลับลุกชันอย่างควบคุมไม่ได้
หรือว่าเขาจะเปิดเครื่องปรับอากาศเย็นกว่าทุกวัน หากป่วยขึ้นมาจะเป็นยังไง
คนตัวเล็กในชุดนอนเดรสสายเดี่ยวเดินผ่านห้องนั่งเล่นเพื่อไปยังห้องครัว ตาของเธอปรับตัวเข้ากับแสงอันน้อยนิดที่สาดมาจากด้านนอกจนไม่จำเป็นต้องเปิดไฟกลางห้อง แต่แล้วหางตาก็สะดุดเข้ากับบางอย่างที่สะท้อนผ่านจอทีวีขนาดใหญ่
ร่างเปลือยเปล่าของใครบางคนเดินตามหลังเธอมาติดๆ หน้าอกอวบใหญ่กับบั้นท้ายงอนแทบประกบพอดีกับเธอที่อยู่ในขัดนอนสีขาว
แถมยังมีรอยบุหรี่ประปรายตามร่างกาย
นั่นมัน...
เฮือก!!
เพียงแค่หันขวับกลับไปมอง ลำคอระหงก็ถูกมือเย็นคว้าหมับจนหายใจไม่ออก แม้จะมีแสงเพียงเลือนราง แต่เธอจำได้ดีว่าคนตรงหน้าคือใคร
“บะ เบลล่า...” ลำคอแห้งตีบพยายามเปล่งเสียงเรียกอีกฝ่ายออกมา
“หึ ใช้ร่างกูสนุกไหมล่ะ นอนกับผู้ชายกี่คนแล้ว”
คำพูดพร้อมรอยยิ้มของผู้หญิงตรงหน้าดูสะใจและคาดหวังให้เธอเจออย่างเดียวกับที่ตนเองประสบ มั่นใจได้เลยว่าเบลล่าตัวจริงคงไม่รับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่เธอเข้ามาอยู่ในร่างของตนเอง
“เธอ...ไปไหนมา” เสียงที่พยายามเค้นออกมาแผ่วเบาจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ แต่ถึงอย่างนั้นคนตัวเล็กก็พายามแกะมือของอีกฝ่ายออกจากลำคอ
“ไม่ต้องเสือก! กูแค่อยากรู้ว่ามึงเจอแบบกูหรือยัง! เจ็บแบบกูหรือยัง!!”
น้ำเสียงที่ทวงถามด้วยความแค้นดังขึ้นจนก้องเพนท์เฮาส์ ทว่าคนที่นอนอยู่ในห้องนอนกลับไม่มีวี่แววจะเปิดประตูออกมาดูเหตุการณ์ด้านนอก
หรือว่าเธอฝันไป...
“ถ้ามึงคิดว่ามึงฝันไป กูจะหักคอมึงพิสูจน์ จะได้รู้ว่าฝันหรือจริง”
“ยะ อย่านะ ร่างนี้ก็ร่างเธอไม่ใช่หรือไง? ถ้าเธอทำ แล้วจะกลับ...”
“หุบปาก! ร่างร่านๆ แบบนี้กูทิ้งมันไปแล้ว วันนี้กูแค่จะมาเช็กว่ามึงเจอแบบที่กูเจอแล้วหรือยัง!” สิ้นคำพูดนั้น เบลล่าก็ปล่อยมือจากลำคอของเธอก่อนจะสะบัดร่างเล็กจนล้มลงกับพื้นเสียงดัง
นักเขียนสาวเจ็บไปทั้งตัว เธอเจ็บปวดและหัวใจกระตีกวูบราวกับตกลงมาจากที่สูง ทั้งที่มันไม่ได้สูงอะไรเลยแม้แต่น้อย
“แคกๆ ยะ ยัง แต่ฉันเข้าใจความรู้สึกของเธอนะเบลล่า” มือเรียวยกขึ้นลูบลำคอด้วยความเจ็บ “ฉันถูกพ่อเธอรังเกียจทั้งที่ไม่มีความผิด ถูกหมางเมิน ถูกเหน็บแนม และถูกเพิกเฉย”
เธอค่อยๆ เล่าความรู้สึกตลอดเวลาที่อยู่ในคฤหาสน์ของเบลล่าก่อนจะตัดสินใจออกมาอยู่กับเทรซิส
ดวงตามืดทะมึนของเบลล่าเองก็มองเธอพร้อมกับยกยิ้มพอใจกับสิ่งที่เธออธิบาย
“แล้วไหร่จะภาวะนิมโฟมาเนียอีก มันทำให้ฉันกลัวที่จะอยู่กับผู้ชายคนอื่นนอกจากเทรซิส”
ในช่วงแรกเธอกลัวกระทั่งของให้เขาเอาบอดีการ์ดผู้ชายออกไปจากเพนท์เฮาส์ให้หมด ไม่ได้กลัวจะถูกฉวยโอกาสจากความเจ็บป่วย แต่เพราะกลัวว่าจะห้ามใจตนเองไม่ได้จนมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับลูกน้องของเขาจนสร้างบาดแผลทางใจให้คู่หมั้นหนุ่ม
“ฉันขอโทษ ถ้าการกระทำของฉันมันสร้างความเจ็บปวดให้เธอแสนสาหัส”
“หึ!”
“ฉันคิดแค่ว่าเธอเป็นตัวละครในจินตนาการ จะเขียนยังไงก็ได้ ไม่ได้คิดว่าเธอจะรู้สึกเจ็บปวดกับปลายนิ้วของฉันที่เป็นคนเขียนเรื่องราวของพวกเธอออกไปตามจินตนาการ”
ในตอนที่ได้มาเห็นว่าทั้งเทรซิสและเบลล่ามีตัวตนอยู่ในโลกนี้ ความรู้สึกผิดก็กัดกินหัวใจของเธออย่างหนักจนทำตัวไม่ถูก
ยัดปัญหาให้นางร้ายอย่างเบลล่า
สร้างบาดแผลที่ถูกคู่หมั้นตนเองหักหลังซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้กับเทรซิส จนเขาตัดสินใจทำร้ายเธอ
และเบลล่าตายด้วยฝีมือของคนที่ตนเองรักมากที่สุด
“ขอโทษ...ถ้าจะมีอะไรเยียวยาความเจ็บปวดของเธอได้ ฉันยินดี”
“ทุกอย่าง?”
“ทะ ทุกอย่าง”
“รวมทั้งเทรซิส”
“...” คราวนี้คนรู้สึกผิดนิ่งเงียบ
ไม่กล้าแม้กระทั่งสบตาอีกฝ่าย
“หึ ชอบเทรซิสสินะ” เจ้าของร่างเปลือยตรงหน้ามองมายังเธอด้วยความสมเพช “รักมันก็อยู่ที่นี่กับมันจนวันตาย”
“เธอหมายความว่ายังไง...”
“มึงก็อยู่ร่างของกูต่อไป ส่วนกูก็จะไปอยู่ในร่างของมึง!!”
สิ้นเสียงแหลมเล็กของคนตรงหน้า พายุลูกใหญ่ก็พัดในห้องจนข้าวของกระจัดกระจาย เธอและเบลล่าค่อยๆ ลอยขึ้นจนเกือบจนเพดานก่อนที่ทั้งสองร่างจะหล่นลงไปในหลุมลึกสีดำพร้อมกัน