Chapter 4 | ผู้ชายหน้ามึน

1884 Words
เข้าร่างปุ๊บก็มีภารกิจให้ทำอย่างที่ยัยนางฟ้าบอกเอาไว้จริงๆ ริมฝีปากกระจับกัดเม้มไม่รู้ตัว เธอยังจำเรื่องก่อนหน้านั้นไม่ได้ด้วยซ้ำ คิดได้ดังนั้นจึงอยากลากตั๋วบ๋อยมาเค้นเอาข้อมูลเพิ่ม “ฉันจะไปหาอะไรกิน” วิเวียนบอกคนบนโต๊ะด้วยความเร่งรีบ ทุกคนหันมามองเธอเป็นตาเดียว ทำไมล่ะ ปกติยัยนั่นไปไหนมาไหนไม่บอกคนอื่นตามมารยาทหรือไง “ให้พวกเราไปตักมาให้ไหม?” “ไม่ต้อง” เธอลุกเดินฉับๆ มองหาผู้ชายคนนั้นทั่วงาน แต่เนื่องจากงานเลี้ยงเริ่มแล้วและแสงไฟในห้องถูกหรี่ลงเพื่อไม่ให้แย่งซีนการแสดงบนเวลา วิเวียนจึงมองไม่ถนัดนัก เธอเดินไปมาทั่วงานและพยายามโฟกัสคนใส่แว่นเป็นหลัก กระทั่งเจอผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่มุมห้องปลีกวิเวก มองเห็นเพียงด้านข้างไวๆ แต่มั่นใจว่าสวมแว่นแถมยังใส่เสื้อกั๊กสูทอีกต่างหาก บ๋อยแน่นอน! “นี่! บริกรคนนั้นน่ะ!” เธอมั่นใจว่าเรียกเขาดังพอสมควร ทว่านอกจากผู้ชายคนนั้นจะไม่หันมามองยังออกอาการเดินหนีทำหูทวนลม หน็อย~!! สร้างเรื่องด้วยกันแล้วคิดจะชิ่งหรือไง ร่างผอมเพรียวก้าวขาฉับๆ เดินตามอีกฝ่าย สิ่งหนึ่งที่รับรู้ได้ตั้งแต่เข้ามาอยู่ในร่างนี้คือยัยนี่แข็งแรงมา ปกตินางต้องเข้าฟิตเนสสัปดาห์ละหลายวันแน่ๆ เดินตัวเบา ลุกนั่งไม่โอดโอยให้ปลงสังขารเลยสักนิด “นี่! หยุดนะ!!” “วิเวียน!!” เสียงทุ้มของใครบางคนเรียกชื่อเธอเสียงดังฟังชัด ก่อนที่ข้อมือซ้ายจะถูกกระชากจนตัวปลิวไปชนเข้ากับอกแกร่งของเจ้าตัว ผลั่ก! เธอผลักเขาออกห่างตัวทันที แต่ไม่อาจบิดข้อมือจากการเกาะกุมนี้ได้ และเมื่อเงินหน้ามองก็ถึงกับตะลึงงัน ดวงตาสีอำพันราวกับสัตว์ป่าย่ำราตรี ใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติและเรือนผมทรงมีเดี้ยมมูลเล็ตสีเงินไว้ยาวละท้ายทอย “มาสร้างปัญหาอะไรที่งานของฉันอีก!! ฉันขอเตือนว่าให้รีบกลับไป ก่อนที่ฉันจะจับเธอโยนลงจากชั้นห้า” ชัดเลย...รูปร่างแบบนี้ สันดานแบบนี้ “คริส คลาสัน!!” วิเวียนโพล่งชื่ออีกฝ่ายออกมาพร้อมกับยกมือปิดปากด้วยความตื่นเต้น แม้เขาจะไม่ใช่ตัวละครโปรดแต่อดตกใจกับความหล่อสะพรึงของคนตรงหน้าไม่ได้จริงๆ รูปลักษณ์องอาจมาดดุดันราวกับหมาป่าสีเงินในตำนาน นักเขียนเทสดีสุบ! “เรียกนามสกุลฉันด้วย? กวนประสาทหรือไง” “มะ ไม่ใช่ แค่ตกใจ แล้วก็ปล่อยมือจากฉันสักที?” เธอไม่เปลี่ยนใจแม้ได้เห็นหน้าของเขาแล้ว ผู้ชายคนนี้โมโหร้ายและน่ากลัวเกินไปที่จะอยู่ใกล้ เชิญบันนี่ บลูเบลล์รับความประสาทแดกไปคนเดียวเถอะ “ตอบฉันว่าคิดจะทำอะไร” “ไม่ได้ทำ! ฉันกำลังรีบ” “ไปไหน” สาระแน! ได้... “ไปเยี่ยว!! จะให้นั่งเยี่ยวตรงนี้ไหม!?” คริสปล่อยมือจากเธอทันทีที่ได้ยินคำพูดแสนหยาบคาย ลูกผู้ดีที่ไหนใช้คำว่าเยี่ยวได้คล่องปากราวกับพวกอันธพาลชั้นต่ำที่ทำงานใช้แรงแถวท่าเรือมารีน่า “สถุนชะมัด -_-;” “เก็บปากไว้ด่าสันดานตัวเองเถอะ” เธอชูนิ้วกลางใส่ปิดท้ายก่อนจะก้าวฉับๆ เดินหาบริกรคนเมื่อครู่ต่อ โดยไม่สนใจเจ้าของงานวันเกิดแม่แต่น้อย ความจริงเธอจะปล่อยให้คริสดื่มยานั่นก็ได้ เพราะอย่างไรก็ไม่มีทางลากเขาขึ้นห้องในสภาพติดสัดอยู่แล้ว เพียงแต่สัญชาตญาณบางอย่างสั่งให้เธอจัดการยาปลุกเซ็กซ์ให้เรียบร้อย อย่างน้อยๆ คริสก็ไม่มาเอาผิดกับเธอในภายหลัง รองเท้าส้นเข็มสี่นิ้วเดินยากขนาดไหนก็ต้องอดทน กระทั่งพบคนที่คาดว่าเป็นบริกรคนนั้นอีกครั้งที่โถงทางเดิน “นายคนนั้นน่ะ” เงียบ... ฝ่ายนั้นยังเอาแต่หันหลัง ทอดสายตามองผ่านหน้าต่างชมวิวด้านนอกโดยไม่สนใจเธอเลยสักนิด หรือต้องสวมบทอีวิลควีนอีกรอบ? “นี่! ฉันเรียกไง!!” วิเวียนก้าวขาฉับๆ จับต้นแขนเขาให้หันมาเผชิญหน้า เฮือก!! วิเวียนชักมือกลับด้วยความตกใจทันทีที่อีกฝ่ายหันหน้ามา อย่างแรก เธอทักคนผิด! หมอนี่ใส่แว่นตาหนาเตอะคล้ายกับบริกรคนนั้น ทว่ากลับมีนัยน์ตาเป็นสีฟ้าน้ำทะเล ในขณะผมสีดำกลับถูกเซตให้เข้าทรงดูดีแม้จะขัดกับสีหน้าเนือยๆ คล้ายคนถูกปลุกให้มาร่วมงานเลี้ยงก็ตาม อย่างที่สอง เมื่อกี้จุดที่เธอจับคือต้นแขนเหนือข้อศอก กล้ามเนื้อของเขาแข็งและแน่นมาก เหมือนคนออกกำลังกายมาอย่างหนักอย่างเช่นนักกีฬาทีมชาติอะไรแบบนั้นเลย “ขะ ขอโทษ ทักคนผิด” ริมฝีปากกระจับอ้อมแอ้มออกไปเพราะกลัวทำอีกฝ่ายโกรธ หากเขาเป็นพวกแจกความเท่าเทียม เธออาจจะถูกตบฟันร่วงหมดปากก็ได้ “@_@” ใบหน้าเนือยของเขายังคงนิ่งสงบไม่ยินดียินร้าย ดวงตาสีฟ้ากะพริบตาช้าๆ ตามสีหน้าเฉื่อยชาอยู่อย่างนั้น บรรยากาศอึดอัดทำให้วิเวียนตัดสินใจไม่ถูกว่าควรทำอย่างไรต่อ “อ่า ฉันคิดว่านายเป็น...” วิเวียนพูดถึงตรงนี้แล้วเงียบ เธอไม่กล้าพูด “บ๋อย” “ขะ ขอโทษนะ ชุดนายมันเหมือนพนักงานวันนี้” เธอเอามือประสานกันอย่างคนไม่รู้จะเก็บมือไว้ตรงไหน หลุบตามองคนใส่เสื้อกั๊กสูทสีดำทับกับเสื้อเชิ้ตพับแขนสีเบอร์กันดีเห็นรอยสักที่ต้นแขนซ้ายรำไรด้วยความลำบากใจ “ฉันตามหาคนคล้ายๆ กับนายอยู่ ไม่ได้ตั้งใจว่านายหรอกนะ” แต่แทนที่อีกฝ่ายจะตอบอะไรกลับมา เขากลับก้มหน้ามองชุดตนเองพร้อมกับมองผ่านหัวเธอไปยังพนักงานเสิร์ฟที่กำลังเดินเข้าออกงานเลี้ยง “...” วิเวียนเงียบรอฟังว่าเขาจะตอบกลับมาว่าอย่างไร แต่อีกฝ่ายก็ยังคงมองผ่านหัวเธอและยืนเหม่อค้างกลางอากาศอยู่อย่างนั้น “@_@” “...” “อ่า...” พูดแล้ว! “...” “หิวน้ำจัง @_@” “ฮะ!?” คนตัวเล็กเอียงคอมองหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ เมื่อกี้เธอขอโทษเขา แต่หมอนี่กลับตอบกลับมาว่า ‘หิวน้ำ’ แทนที่จะเป็นคำว่าไม่เป็นไรหรือด่าทอ เธอถูกเมินเหรอ? “หิวน้ำ ต้องกินน้ำ” เหมือนเขาพูดกับตนเองและเริ่มแสดงอาการลนลาน วิเวียนที่เห็นอย่างนั้นก็ถึงกับไปต่อไม่ถูก หมอนี่เต็มไหมเนี่ย! แต่ไม่ทันจะได้ถามอะไรต่อ รถเข็นเครื่องดื่มก็ถูกเข็นผ่านหน้าช้าๆ โดยพนักงานเสิร์ฟสองคน ก่อนจะถูกผู้ชายตรงหน้าคว้ามันเอาไว้ด้วยมือข้างเดียวจนหยุดอยู่กับที่ เธอบอกแล้วว่าเขาแรงเยอะ!! “คะ ครับ?” บริกรชายมองคนที่แต่งตัวคล้ายยูนิฟอร์มตนเองด้วยความตกใจ เมื่อกี้วิเวียนเห็นว่าทั้งคู่พยายามออกแรงเข็นให้ล้อขยับไปข้างหน้า แต่กลับสู้แรงคนคนเดียวไม่ไหวจึงต้องเอ่ยถาม “ผมหิวน้ำ...” “เอ่อ น้ำบนรถเข็นจะถูกเสิร์ฟหลังตัดเค้กครับ” บริกรยกมือขึ้นบังมือของผู้ชายตรงหน้าด้วยความเกรงใจพร้อมอธิบายเหตุผล เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทำท่าจะหย่อนมือเข้าไปหยิบเครื่องดื่มในรถเข็น เอ๊ะ! นี่หรือเปล่าที่เธอกำลังตามหา เธอฉุกคิดได้จากคำพูดของพนักงานโรงแรม ลูกสาวนายกเทศมนตรีกวาดตามองหาของเหลวในแก้วที่คาดว่าเป็นไวน์ แล้วจะเอาออกมายังไงดี “แต่ผมหิวน้ำ ต้องกินน้ำตอนนี้” เขาเริ่มออกอาการดื้ออย่างน่าเหลือเชื่อ แก้วน้ำส้มในรถเข็นถูกฉวยขึ้นดื่ม ในขณะที่พนักงานสองคนพยายามห้ามปรามและยื้อแย่งกลับ เสร็จโจร! วิเวียนฉวยเอาไวน์ขึ้นมาถือสองมือ ในนี้มีไวน์ทั้งหมดเจ็ดแก้ว แต่ไม่รู้ว่าบริกรที่ถูกจ้างเทยาปลุกกำหนัดลงในแก้วไหน ก็กินมันให้หมด! “นี่! น้ำอยู่นี่” เธอส่งมันด้วยการยัดใส่มือแกร่ง ผู้ชายตัวโตทำหน้าแหยหลังจากรู้ว่ามันคือแอลกอฮอล์ หลังจากกลืนลงคอจนหมด “ผมดื่มไม่ได้” “ดื่ม!” เธอบังคับยัดเยียดแก้วที่สองใส่มือ ไม่พอแค่นั้นยังยกมันขึ้นดื่มอีกคน และหันไปชี้หน้าเด็กเสิร์ฟสองคนที่เข้ามาห้าม “ให้พวกเราดื่มแล้วเทแก้วใหม่ หรือจะให้ฉันล้มรถเข็น!” สวมบทนางมารร้ายแสดงอิทธิฤทธิ์อีกครั้ง แน่นอนว่ามันได้ผลชะงัด แบบนั้นพวกนี้ได้รับผิดชอบค่าเสียหายแน่ พนักงานเสิร์ฟของทางโรงแรมพากันวิ่งกลับไปยังทางเดิมที่เข็นรถมา ให้เดาคงกลับไปเอาไวน์ขวดใหม่ ร่างแน่งน้อยจึงสบโอกาสโน้มลงไปหยิบไวน์อีกสองแก้วขึ้นมาจากรถเข็น สถาปนาเขาให้เป็นผู้ช่วยชั่วคราว เขาตัวโต ดื่มเยอะหน่อยไม่เป็นไรหรอก! “เอาอีก” “ผมไม่ชอบแอลกอฮอล์ มันทำลายกล้ามเนื้อ” คนปากแดงเจ่อจากคราบไวน์หันทิศทางมือก้มจะหยิบแก้วน้ำหวาน เพียะ! วิเวียนตีมือหนาเต็มแรงจนเขาต้องชักมือกลับ “ฉันบอกให้ดื่มอันนี้” “ผมเพิ่งนึกได้ว่า ไม่ควรรับเครื่องดื่มจากคนแปลกหน้า” วิเวียนเอียงคอมองคนตรงหน้าพลางแค่นขำ เมื่อกี้เขายังทำตัวเหม่อลอยไร้พิษสง แต่ตอนนี้กลับต่อปากต่อคำไม่หยุด ได้... “ฉันชื่อวิเวียน วิเวียน...” “วิเวียน วิลกินสัน” หญิงสาวเบิกตาโพลงตกใจ ไม่คิดว่าชื่อของนางร้ายแห่งยุคอย่างวิเวียนจะดังถึงขนาดที่คนประเภทนี้รู้จัก “นายรู้จักชื่อของฉัน?” เขาไม่ตอบ แต่ยืนยันความคิดเธอด้วยการพยักหน้า ว้าว~! เธอรู้สึกเหมือนกำลังเป็นเซเลบริตี้เลย มีปาปารัซซี่แอบถ่ายไปลงหนังสือพิมพ์ทิ้งถิ่นหรือเปล่า “ผมเป็นเพื่อนของบันนี่” เอ๊ะ! บันนี่ หล่อนมีเพื่อนด้วยเหรอ หรือเธออ่านข้ามตอนไหนไป “เพื่อน?” “ห่างๆ” เขาตอบด้วยใบหน้าเฉยชา ก่อนจะทำตามหลุกหลิกหลังจากถูกคนตัวเล็กจ้องหน้าเค้นเอาความจริง “ห่าง - - ห่าง” มือใหญ่เต็มไปด้วยเส้นเลือดเส้นเอ็นปูดโปนยกขึ้นประกบกัน ก่อนจะค่อยๆ แยกออกสองเป็นสองจังหวะจนฝ่ามือทั้งสองห่างกันสุดช่วงแขน “อ้อ...ห่างมากสินะ” “ผมเป็นเพื่อนตอนอนุบาลที่อีสเทอร์วู้ดซิตี้ เพิ่งย้ายมาต้นปีนี้” เขาพยายามอธิบายเมื่อเห็นว่าเธอทำท่าไม่เชื่อว่ารู้จักกับทายาทโรงแรม แต่แค่นั้นก็เพียงพอที่จะใช้งานคนตรงหน้า “ชื่อล่ะ” “แลนซ์ เซอร์ล็อต” เขาบอกชื่อตนเองอย่างง่ายดายเหมือนเด็กๆ รอยยิ้มร้ายกาจจึงปรากฏเหนือมุมปากอวบอิ่ม วิเวียนหยักยิ้มจับมือแข็งแรงของอีกฝ่ายรับแก้วเครื่องดื่มในมือ “ดีมาก...ตอนนี้เราไม่ใช่คนแปลกหน้าแล้ว” “...” “ดื่มอันนี้ซะ แลนซ์” เธอทำตาปริบๆ ขยับเข้าไปออดอ้อน ยื่นหน้าใช้ความสวยและกลิ่นกายหอมกรุ่นจากร่างใหม่หวังให้เขาตอบรับคำขอนั้น “ขอร้อง...นะ” อึก...
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD