-ภายในห้องรับแขก-
ลีอาร์ยังนั่งอยู่บนโซฟาตัวเดิมในมือถือมือถือราคาแพงเอาไว้เขาบันทึกเบอร์โทรคนสวยของเขาลงในโทรศัพท์ตั้งชื่อของเธอไว้ว่า ว่าที่เมียรัก
จนอาโนว์ที่ก้ม ๆ เงย ๆ มองอยู่ต้องเบะปากใส่ก่อนที่เขาจะพูดในประโยคที่ทำให้เจ้านายต้องเงยมามองหน้า
“แหม๋… ว่าที่เมียรัก จะได้เสียบเขาสักทีหรือเปล่าก็ไม่รู้ดูท่าพ่อเขาจะเป่าสมองซะก่อน”
ขวับ!!!
ลีอาร์หันขวับไปมองยังลูกน้องคนสนิทที่พูดจาไม่เข้าหูเขาเอาซะเลยช่วงนี้อาโนว์กวนเขามากจนเขาอยากถีบให้หลังหักสักที
“ที่พูดนั่นปาก…?“ ลีอาร์เอ่ยถามลูกน้อง
”ครับ ใช้ปากเนี่ยครับพูด นายผมขอร้องละครับอย่าไปยุ่งกับพวกเขาเลยผู้หญิงของนายก็มีเยอะแยะดารานางแบบสวย ๆ ครึ่งเมืองที่อยู่ในสต๊อกของนาย ๆ สนใจใครเป็นพิเศษบอกผมสิครับเดี๋ยวผมติดต่อมาให้นายเลย“ อาโนว์ทำสีหน้าราวกับจะร้องไห้ออกมา เขาไม่เห็นด้วยเลยจริง ๆ กับเจ้านายของเขา
”ไม่กูอยากได้คนนี้ ต้องคนนี้เท่านั้นมึงอย่ามาขัด“
”ดื้อจริง ๆ เลยวะเจ้านายกู“ อาโนว์บ่นพึมพำให้กับความดื้อของเจ้านายตัวเอง แถมเขาก็ยังเครียดมากด้วยหากลีอาร์เป็นอะไรขึ้นมานายใหญ่ฆ่าล้างโคตรเขาแน่ อาโนว์เดินออกไปจากห้องรับแขกเพื่อจัดการทำธุระอย่างอื่นต่อ
ลีอาร์มัวแต่สนใจเบอร์โทรคนสวยเข้าไม่ได้ยินด้วยซ้ำว่าลูกน้องบ่นเขาไม่ยอมหยุด ตาคมนั่งมองชื่อน้องที่เขาบันทึกใส่มือถือยิ้ม ๆ ก่อนที่จะบ่นกับตัวเอง
“กูก็เป็นหนัก” ลีอาร์เอ่ยพึมพำคนเดียว `แต่ยังไงล่ะก็ชอบเขานี่หว่า` เขาไม่เคยรู้สึกชอบและอยากได้ใครมาครอบครองขนาดนี้มาก่อนเลย คนสวยของเขาคือคนแรกที่เขาเห็นและจำเธอได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน
ลีอาร์ตั้งใจในตอนแรกว่าค่ำ ๆ จะโทรไปหาคนสวยแต่มือดันไวกว่าความคิดเขากดโทรออกหาคนสวยของเขาอย่างไม่คิดลังเล คิ้วคมต้องขมวดเข้าหากันเมื่อผ่านไปนานนับนาทีปลายสายไม่ยอมรับสาย ลีอาร์กดวางสายแล้วโทรใหม่อีกครั้งแต่ก็เหมือนเดิม
“ไม่รับเบอร์แปลกเหรอวะ” ลีอาร์เอ่ยพูดขึ้นอีกครั้งคิ้วคมขมวดเข้าหากันเขาร้อนใจอยากได้ยินเสียงคนสวยจะตายอยู่แล้วแต่เธอกลับไม่รับสายเขาเลย ตาคมมองไปยังชื่อคอนโดที่น้ำฝนพักอยู่ก่อนที่ลีอาร์จะตะโกนเรียกลูกน้องคนสนิท
”อาโนว์!“
”ครับ ๆ นายมีอะไรหรือเปล่าครับ” อาโนว์อยู่ในห้องครัวตั้งท่าจะกินน้ำเย็น ๆ ให้ชื่นใจเขาต้องรีบวางแก้วน้ำในมือวิ่งมาหาผู้เป็นนายในห้องรับแขกอีกครั้ง
“มึงไปหามาคอนโดนี้อยู่ที่ไหน” ลีอาร์ส่งกระดาษในมือให้กับลูกน้อง
“ครับ” อาโนว์รับคำแล้วเดินออกจากห้องรับแขกไปอีกครั้งเพื่อจัดการตามคำสั่งระหว่างที่เขากำลังนั่งอ่านข้อมูลที่ตั้งของคอนโดอยู่นั้นสายตาพลันไปเห็นชื่อเจ้าของคอนโด
“ชิบหาย! คอนโดของคุณอาทิตย์”
“ตายแน่นาย” เขาเอ่ยขึ้นหลังจากเห็นว่าคอนโดหรูแห่งนั้นมันเป็นของเพื่อนสนิทคุณพายุอาโนว์เดินออกจากห้องทำงานของตัวเองตรงไปยังห้องรับแขก
“นายครับ คอนโดนั้นเป็นของคุณอาทิตย์ครับ” อาโนว์เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังไม่เล่น เขาดูท่างานนี้น่าจะยากแล้วนายคงต้องฝ่าฟันกับอุปสรรคมากมายกว่าจะได้สาวเจ้ามาครอบครอง
“กูนึกไว้แล้ว” ลีอาร์ไม่ได้รู้สึกแปลกใจเขากลับคิดเอาไว้แล้วว่าคนรักลูกหวงลูกขนาดนั้นต้องหาที่อยู่ที่ปลอดภัยที่สุดให้กับลูกอยู่แล้ว
“นายจะไปซื้อคอนโดเหรอครับ” อาโนว์เอ่ยถามขึ้นเพราะคิดว่าทางเดียวที่จะได้เจอเธอง่ายขึ้นและบ่อยขึ้นเจ้านายเขาคงต้องไปซื้อคอนโดที่นั่น
“ไม่ ซื้อคอนโดมุกตื้น ๆ เด็กเขาทำกันอย่างกูต้องพากลับบ้านเท่านั้น” ลีอาร์เอ่ยพูดพลางยกยิ้มน้อย ๆ ตรงมุมปาก
พรึบ!!!
“นายจะไปไหนครับ” อาโนว์รีบถามหลังจากเจ้านายยืนขึ้นเต็มความสูงและเดินออกจากห้องไป
-อีกด้าน-
หลังจากพ่อพายุพาเมียและลูกช้อปปิ้งจนพอใจพ่อก็ขับรถมาส่งลูกสาวที่คอนโดระหว่างทาง
“ช่วงนี้อย่าไปไหนคนเดียวรู้ไหมอยากไปไหนบอกพ่อ ๆ จะส่งคนมารับหรือไม่ก็บอกเพลิงกับสายฟ้าให้พาไป” พ่อพายุเลยสั่งลูกสาวด้วยความรู้สึกเป็นห่วงลูก เพราะจากที่เห็นสายตาของชายหนุ่มคนนั้นที่ห้างแล้วเขารู้ว่ามันไม่หยุดเพียงแค่คำสั่งของเขาแน่ๆ
“หนูไม่ไปไหนหรอกค่ะ ช่วงนี้ยุ่งมากกำลังออกแบบชุดและจะเข้าโรงงานตัดเย็บด้วยค่ะ” คุณปู่ที่รักหลานมากและสนับสนุนหลานทุกทางลงทุนเปิดโรงงานตัดเย็บให้กับน้ำฝนเพื่อที่จะได้ไม่ต้องไปจ้างคนอื่นโดยที่พ่อพายุไม่รู้เลยว่าเครื่องจักรต่าง ๆ ภายในโรงงานของน้ำฝนมาจากบริษัทของลีโอพี่ชายลีอาร์นั่นเอง
“ต้องการความช่วยเหลือก็บอกพ่อเหนื่อยก็พักอย่าหักโหมรู้ไหม” พ่อพายุสั่งลูกขึ้นอีกครั้ง
“ค่ะ หนูมีมะนาวกับพี่มิลินคอยช่วยพ่อไม่ต้องห่วงนะคะ” น้ำฝนยิ้มกว้างและบอกพ่อออกไปพ่อพายุมักเป็นห่วงเธอแบบนี้เสมอแถมยังมีแฝดพี่อีก 2 คนที่คอยโทรมาถามไถ่ห่วงใยวันละหลายสาย
“อาลมละโทรหาบ้างไหม”
“ทุกวันค่ะโทรมาเช็คว่าฝนอยู่ที่ไหน ทำอะไรอยู่หนักกว่าพ่ออีกนะคะ” น้ำฝนเอ่ยบอกขานั้นไม่ต้องห่วงโทรหาหลานตลอดเวลาที่ว่างงานและหนักกว่าพ่อเธอซะอีก
“อยากออกมาอยู่เองถ้าอยู่บ้านก็คงไม่เป็นห่วงกันขนาดนี้” พ่อพายุเอ่ยบอกลูกออกไปที่ทุกคนต้องคอยโทรหา โทรถามคือเพราะเป็นห่วงน้ำฝนเป็นผู้หญิงทุกคนจะเป็นห่วงมันก็ไม่แปลกอีกอย่างมาอยู่กันก็มีแค่ผู้หญิงไม่มีพี่ชายคนไหนมาอยู่ด้วยเลย
“ไม่ต้องห่วงนะคะหนูไม่ออกไปดื่มทำงานอยู่ห้องถ้าจะไปไหนหนูจะบอกพ่อก่อนเลย” เธอเอ่ยบอกพ่อออกไปเพื่อให้ผู้เป็นพ่อได้สบายใจ ก่อนที่รถหรูจะขับเข้าไปในคอนโดของลูกสาว
”ถือไหวไหมลูกให้แม่ช่วยไหม“ แม่รินหันมาถามลูกสาวเพราะวันนี้เธอกับลูกช้อปแหลกมาก
”ไหวค่ะ“
ฟอด! ฟอด!
”ขอบคุณพ่อนะคะที่จ่ายให้ทั้งหมดเลยรักพ่อกับแม่นะคะ“ น้ำฝนที่นั่งอยู่เบาะหลังแทรกตัวเข้าไปหอมแก้มพ่อกับแม่ก่อนที่เธอจะรวบเอาถุงแบรนด์เนมหลายใบลงจากรถ
ร่างบางยืนดูพ่อขับรถออกไปด้วยรอยยิ้มโดยที่ไม่รู้เลยว่าใต้ต้นไม้ที่ลานจอดรถมีรถหรูราคาเกือบร้อยล้านบาทจอดอยู่และคนในรถกำลังนั่งมองเธอด้วยรอยยิ้มเช่นกัน
“ถึงว่าโทรไปไม่รับ” ลีอาร์ถึงบางอ้อทันทีว่าทำไมเขาโทรไปเธอไม่รับโทรศัพท์ เธอคงช้อปจนไม่ได้ยินสายเรียกเข้าสินะ
ในมือหนาถือมือราคาแพงของตัวเองเอาไว้หวังว่าคนสวยจะเห็นสายของเขาแล้วจะโทรกลับมา น้ำฝนสาวเท้าเดินหายเข้าไปในคอนโดพร้อมกับถุงแบรนด์เนมของเธอจนมาถึงห้องพัก
“เห้อ!!! เหนื่อยมาก” มือบางวางถุงลงบนเตียงนอนและถอนหายใจยาวออกมา ก่อนที่เธอจะล้วงเอามือถือออกมาจากกระเป๋าเพื่อที่จะชาร์จแบตเตรียมตัวทำงานที่ค้างต่อ
“หือ 2 สายไม่ได้รับเบอร์ใครกัน” เธอเอ่ยพึมพำหลังจากเห็นสายไม่ได้รับสองสายแถมเป็นเบอร์ไม่มีชื่ออีกต่างหาก
“หรือว่าร้านผ้า” เธอเอ่ยพึมพำและกดโทรออกทันทีเพราะเข้าใจว่าเป็นร้านผ้าที่ดิวงานกันเอาไว้
^^