สำนักงานใหญ่แก๊งฮอนโจ, เขตคาบูกิโจ
ผลัวะ!!
ผู้นำแก๊งยากูซ่าตบลูกน้องตนเองที่หนีหัวซุกหัวซุนกลับมารายงาน นอกจากโยสุเกะจะรู้ว่าลูกน้องตนเองจัดการโอนิซึกะ เรย์ไม่ได้ เขายังเสียคนของแก๊งไปหนึ่งนาย ส่วนพวกที่เหลือก็บาดเจ็บกลับมาให้รักษาอีกเพียบ
ห่วยแตก!!
“มึงบอกว่ามีคนมาช่วยมัน” โยสุเกะชี้หน้าลูกน้องที่ตนมอบหมายให้มันเป็นหัวหน้าทีมในคราวนี้
“ใช่ครับนาย แต่มันยิงปืนมาจากรถเปิดไฟหน้าสูง ผมถามพวกเราที่เหลือแล้วไม่มีใครเห็นหน้า” คนเพิ่งถูกนายตนเองตบปากแตกรีบรายงานหนีความผิด กลัวว่าหากไม่มีคนมารับผิดชอบความผิดพลาดที่เกิดขึ้น จะกลายเป็นตนเองที่ซวยแทน “ผมคิดว่ามันอาจจะเป็นพวกเจ้าหน้าที่หรือไม่ก็คนต่างชาติ ไม่งั้นคงไม่กล้ายิงปืนกลางถนนแบบนี้”
ผู้นำแก๊งฮอนโจเงียบใช้ความคิด แก๊งโอนิซึกะสนิทกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายภาคส่วน เนื่องจากนิสัยที่ไม่ทำตัวเป็นปฏิปักษ์กับทางการ อีกทั้งเจตนารมณ์ชัดเจนของผู้นำแก๊งคนปัจจุบันที่พยายามล้างมือตนเองออกจากวงการยากูซ่าไปทำธุรกิจเพียงอย่างเดียว
แต่หากคนลงมือเป็นเจ้าหน้าที่ ป่านนี้คงออกข่าวกันครึกโครม แต่นี่ผ่านมาเกือบสี่ชั่วโมงแล้วกลับไม่มีแม้กระทั่งข่าวจากวิทยุท้องถิ่น
หัวหน้าแก๊งหนุ่มเบนเข็มไปยังชาวต่างชาติ และคนมีอิทธิพลมากพอที่จะกล้ายิงปืนในที่สาธารณะและอยู่ที่ญี่ปุ่นตอนนี้มีเพียงวีกรุป
“จับตาดูลูกสาวของผู้นำวีกรุป ถ้าเจอมันโผล่หัวมาที่เขตของเราให้รีบพาตัวมาเจอกู” โยสุเกะออกคำสั่งน้ำเสียงเย็น หลุบตามองกระเป๋าทรงกล่องสีเงินใบเล็กของตนเองอย่างมีนัยแฝง
เขารอโอกาสได้ใช้มันกับเธออยู่...
×××
ทุกอย่างเป็นไปตามที่เธอคาดเอาไว้ ช่วงสายของอีกวัน ลูกน้องของเธอรายงานว่ามีรถตำรวจจอดอยู่หน้าบ้านของเรย์ซังตั้งแต่บ่ายสาม ก่อนจะพากันกลับไปในช่วงห้าโมงเย็น และการที่แก๊งโอนิซึกะไม่ได้ติดต่อมาเลยตั้งแต่เมื่อคืนทำให้ไข่หวานนั่งไม่ติดเก้าอี้
เมื่อคืนเธอน่าจะเผลอทำให้เรย์หงุดหงิดไม่น้อย ไม่แน่ว่าเขาอาจจะโบ้ยว่าเธอใช้อาวุธในที่สาธารณะโดยพลการก็เป็นได้
ถ้าเขาปากโป้งเธอจะกาหัวเขาตัวโตๆ ว่าเป็นพวกไม่สำนึกบุญคุณคน หากเธอไม่ยิงไอ้พวกนั้นป่านนี้เขาคงได้ไปนอนคุยกับรากมะ...รากซากุระ
‘ที่นี่ไม่มีต้นมะม่วง’
ชิ!
คนตัวเล็กขับรถไปที่โกคูผับลำพังด้วยความเร่งรีบเพื่อสอบถามกับอีกฝ่ายให้แน่ชัด ว่าเขาจะไม่บอกใครว่าเป็นฝีมือของเธอ ทว่าคนที่ออกมาพบกลับเป็นโอเอดะ ชุนยะ ลูกน้องคนสนิทของโอนิซึกะ เรย์
‘วันนี้นายท่านไม่เข้าร้านครับ’
‘ฉันอยากเจอเขา’
‘วันนี้นายท่านพัักผ่อนอยู่ที่บ้านใหญ่ เกรงว่าจะไม่สะดวก’
เขาไม่สะดวกก็เรื่องของเขา แต่เธอสะดวกวันนี้ และตอนนี้!
มาเฟียสาวขับรถมาจอดหน้ามินิมาร์ตไม่ไกลจากคฤหาสน์ของเรย์ เธอไม่ได้โง่ ที่นี่ห้ามจอดขวางหน้าบ้านคนอื่น ไม่งั้นพวกตำรวจจะวิ่งมาล็อกล้อทันที ไข่หวานใช้วิธีเดินเท้าไปยังบ้านของเป้าหมาย จับรั้วเหล็กสูงเหนือศีรษะ เอียงคอส่องตามร่องตะแกรงรั้วดูภายในบ้าน
ไม่เห็นใครเลย นอกจากสวนที่มีแต่ต้นไม้เหมือนป่า ไม่มีแสงไฟในบ้านนอกจากไฟจากโคมไฟหินให้ความสว่างประปรายในสวน
บ้านพวกผู้ดีเก่า...
ไข่หวานก้มมองนาฬิกาบนข้อมือบอกว่าตอนนี้สามทุ่ม หรือเธอมาดึกเกินไป แต่ไม่หรอกเพราะมันคือธุระสำคัญ
ปลายนิ้วสวยกดออดหน้าบ้านหลังใหญ่สองครั้ง ยืนกอดอกรอคนมาเปิดเกือบสามนาที ทว่ากลับพบแต่ความเงียบ เท้าเล็กๆ บนรองเท้าบูตหนังกระทืบกับพื้นปึงๆ เมื่อไม่พอใจอะไรสักอย่าง
ความอดทนเธอหมดแล้ว!
มาเฟียสาวยกเท้าขึ้นเหยียบร่องกรงประตูเหล็ก ปีนขึ้นไปถึงกำแพงสูงกว่าสองเมตรลำพังด้วยกำลังขาสองข้าง บนกำแพงมีแท่งอะไรสักอย่างฝังอยู่ด้านบน ลองจับดูก็พบว่าแข็งแรงพอจะช่วยให้ยึดเหนี่ยวเอาไว้ตอนปีนลงอีกฟากของกำแพงได้
โฮ่ง! โฮ่ง!!
“ว้าย!!”
คนตัวเล็กตกใจปล่อยมือร่วงจากกำแพงก้นกระแทกพื้นหญ้าดังตุบ ทำเอาจุกไปทั้งท้องน้อยแต่ไม่มีเวลาให้เจ็บมากกว่านี้เพราะกำลังตกใจเสียงเห่าเมื่อครู่
โฮ่ง! โฮ่ง!
เฮือก!
เสียงหมาตัวใหญ่เห่ามาจากทิศทางที่คาดเดาไม่ได้ทำเอามาเฟียสาวผวา เธอไม่ถูกกับหมา ไม่ชอบ และไม่มีวันชอบ
“คุณมาทำอะไรที่นี่”
คราวนี้เป็นเสียงทุ้มคุ้นหูดังมาจากซ้ายมือชัดเจน โอนิซึกะ เรย์ในชุดยูกาตะยืนจังก้าพร้อมกับเจ้าหมาหน้าหมีมองมายังเธอพลางขมวดคิ้วยุ่ง แม้ในมือของเขามีสายจูงคอยรั้งคอหมาสีดำเอาไว้ แต่เสียงขู่ดัง ‘แหง่งๆ’ ในลำคอเจ้าปุกปุยนั่น ก็ไม่ทำให้ไข่หวานไว้ใจมันมากขึ้นอยู่ดี
ร่างกะทัดรัดค่อยๆ หยัดกายลุกขึ้น ก้มปัดเศษดินออกจากก้นอย่างเบามือเพราะความเจ็บระบม กลับบ้านต้องรีบเปิดดูว่ามันเขียวหรือเปล่า
“ฉัน...มาหาเพื่อน แต่คิดว่าคงเข้าบ้านผิด” ไม่รู้อะไรสั่งให้โกหกไปแบบนั้น อาจเพราะโกหกจนชินปาก มันจึงออกมาอัตโนมัติ
สิ้นคำตอบจากปากนุ่มนิ่ม ไข่หวานก็เห็นว่าเขาก้มหน้าหัวเราะเยาะเธอ มุมปากสวยจึงเบ้คว่ำไม่ชอบใจก่อนจะย่างสามขุมเข้าหา โดยลืมไปเสียสนิทว่าตนเองกำลังกลัวหมา
“หัวเราะเยาะไข่หวานเหรอ!” เธอฟาดมือลงบนท่อนแขนแข็งแรงของเขาดังเพียะ รู้สึกเสียหน้าที่เผลอโกหกไม่เข้าท่าจนทำตัวเองอับอาย ก่อนจะเชิดหน้าพูดความจริงอย่างกล้าหาญ “ไข่หวานมาหาคุณนั่นแหละ”
“ผมรู้”
รู้แล้วยังจะถาม!
ไม่ทันจะได้ทะเลาะกันอีกรอบ มือหนาก็ตรงเข้ามาบีบปลายคางสวยจนหน้ายู่ แม้จะพยายามขืนตัวไม่ขยับตามแรงมืออีกฝ่าย แต่บริเวณน่องกลับถูกเจ้าขนดกใช้หัวดันให้เข้าไปหาเจ้านายของมัน กระทั่งใบหน้าของเธอกับเขาห่างกันแค่คืบชนิดได้กลิ่นหอมสะอาดจากคนเพิ่งอาบน้ำ
บรรยากาศมืดสลัวยามกลางคืนทำให้เห็นสีตาของเขาเข้มขึ้น ตาสีไอริชตอนนี้ออกสีเทาหม่นดูสวยอีกแบบจนคนมองลืมตัวชั่วขณะ
“ปีนเข้ามาแบบนี้มันคือการบุกรุก รู้ตัวไหม?” เขาแสร้งทำเสียงดุ ปล่อยมือจากปลายคาง เปลี่ยนมากุมท้ายทอยให้เธอเชิดหน้าสบตา “รู้หรือเปล่า ว่าหากผมตัดกระแสไฟจากรั้วไฟฟ้ารอบบ้านช้าอีกแค่สองนาที คุณจะถูกไฟช็อตตั้งแต่เอามือจับขอบกำแพง”
ไข่หวานหลุดออกจากภวังค์สายตา เธอนึกออกแล้ว แท่งเหล็กที่ฝังบนขอบกำแพงคือรั้วไฟฟ้า ก็ว่าเคยเห็นมันตอนไปบ้านคนรู้จักที่อิตาลี
แต่มันนานแล้ว ไข่หวานจำไม่ได้!
“ไข่หวานกดออดรอหน้าบ้านนานมาก ไม่มีคนออกมาเปิดประตูต้อนรับด้วย”
“ความผิดผมอีกแล้ว?” เขายิ้มออกมาจนตาหยีเป็นสระอิ อธิบายเหตุผลว่าทำไมจึงปล่อยให้เธอรอถึงสามนาที “บ้านผมกว้างมาก ต้องใช้เวลาเดิน”
คนฟังเบ้ปากกับคำอธิบายที่ดูจะเป็นการอวดกลายๆ แต่เมื่อหันมองรอบตัวดีๆ กลับพบว่าจุดที่เธอยืนอยู่คือป่าขนาดย่อม หากไม่มีแผ่นหินปูเป็นทางเดินเอาไว้คงไม่รู้จะเดินไปทางไหน
“คุณบอกตำรวจว่ายังไง”
“ที่มาหาเพราะเรื่องนี้? ผมนึกว่าคุณเป็นห่วงผม”
“ไข่หวานห่วงตัวเอง”
เธอจะห่วงเขาทำไม
ใบหน้าสวยอยากสะบัดหน้าหนีอีกทาง แต่ถูกมือหนาล็อกท้ายทอยเอาไว้จนไม่อาจขยับได้
“ที่คุณร้อนรนคงเป็นเพราะไม่ได้กลับไปดูจุดเกิดเหตุเมื่อวาน ผมให้คนไปจัดการหมดแล้ว โชคดีที่มีคนโทรแจ้งตำรวจตอนเช้าเพราะกลัว เราจึงมีเวลาทั้งคืนทำความสะอาด”
เจ้าของร่างกะทัดรัดรับฟังเงียบๆ เรย์พูดถูกทุกอย่าง เธอไม่ได้ขับรถไปดูถนนเส้นเมื่อวานอีกเลย นั่นเพราะพวกเจ้าหน้าที่มักจะเชื่อตามหลักจิตวิทยา ว่าคนร้ายจะกลับไปเช็กสถานที่เกิดเหตุ ไข่หวานเลยทำตรงข้ามแม้มันจะสร้างความกระวนกระวายใจให้เธอมหาศาลก็ตาม
“ผมบอกไปว่าน่าจะเป็นเสียงยางระเบิด แบบนั้นมันน่าเชื่อถือกว่าจะบอกว่ามีคนบ้ามายิงปืนเล่นตอนกลางคืน”
“ถ้าหลอกด่ากันอีกคำเดียว ไข่หวานยิงคุณแน่”
“แปลว่าคุณพกปืนในญี่ปุ่นมากกว่าหนึ่งกระบอก? หึ ขยันทำให้ผมแปลกใจดีจริง” มือที่ล็อกศีรษะเธอเอาไว้คลายลง แม้เขาจะปล่อยเธอเป็นอิสระ แต่มาเฟียสาวก็ยังคงเชิดหน้าชูคอสู้อีกฝ่ายไม่หยุด
ริมฝีปากหนาคลี่ยิ้มพึงพอใจคนตรงหน้า ใบหน้าดื้อรั้นเอาเรื่องเป็นอะไรที่โอนิซึกะ เรย์ไม่เคยเจอใครแสดงออกกับตนเองเช่นนี้มากก่อน
“ผมปล่อยคุณแล้ว แต่คุณยังไม่ขยับออก...อยากจูบกันใช่หรือเปล่า?”
“...!”
ดวงตากลมโตตกใจกับคำพูดลามกไม่มีปี่มีขลุ่ย ถลึงตาดุคนไร้กาลเทศะและกำลังจะขยับตัวออก ทว่าริมฝีปากกลับถูกฉกฉวยจนตัวแข็งทื่อ
เขาไม่ได้จูบดูดดื่มรุกล้ำเหมือนคราวก่อน มันคือการจูบทักทายแบบฝรั่ง...แต่เขาเป็นคนญี่ปุ่น!
ผลั่ก!
สองมือเรียวผลักอกแกร่งออกห่างตัว อีกฝ่ายยิ้มกว้างรีบกระตุกสายเชือกเอาหมามากั้นไม่ให้มาเฟียสาวกระโจนเข้ามาบีบคอ
แหง่งๆ แหง่งๆ
“งั้นไข่หวานกลับก่อน หมดธุระแล้ว”
เธอตีเนียนเดินหมุนตัวกลับไปทางประตูดื้อๆ แต่เดินมาถึงประตูหน้ารั้วเหล็กก็ต้องหน้าชาเมื่อมันถูกล็อกลงกลอนแน่นหนา
แขกสาวไม่ได้รับเชิญจึงหันกลับไปจะตะโกนเรียกให้เจ้าบ้านมาเปิดประตูให้ ทว่าเจ้าบ้านที่ว่ากลับเดินตามหลังมาตั้งแต่แรก ใบหน้าสวยที่เพิ่งหันกลับมาจึกซุกอกแกร่งเข้าอย่างจัง
“ปะ เปิดประตู!”
“กำลังจะเปิด คุณใจร้อนรู้ตัวหรือเปล่า?”
แน่นอนว่าคนตัวเล็กไหวไหล่แทนคำตอบ เธอไม่เคยมองเห็นข้อเสียตัวเอง
ไม่เห็นเท่ากับไม่มี
เจ้าบ้านหนุ่มหยิบพวงกุญแจออกมาจากรอยทับยูกาตะบนอกไขกุญแจก่อนจะจูงสุนัขออกไปยืนรอด้านนอก หญิงสาวก้าวเท้าเดินตามออกมาด้วยความงุนงงมองทั้งหมาและเจ้าของหมาสลับไปมา
“ไข่หวานกลับเองได้”
“ผมแค่จะพาหมาไปเดินเล่น” เขาตอบพร้อมกับกระตุกสายให้เจ้าขนหนาที่เริ่มตื่นเต้นกับการได้ออกมาข้างนอกตอนกลางคืนให้สงบลง
“แต่หมาของคุณดูจะไม่ค่อยคุ้นกับการออกมานอกบ้านตอนกลางคืนเลยนะคะ” เสียงหวานดักคออีกฝ่ายอย่างรู้ทัน ไม่คิดจะลับฝีปากกับคนตรงหน้าต่อ จึงออกตัวเดินนำไปยังรถที่จอดทิ้งเอาไว้
คนตัวสูงเดินจูงหมาตามหลัง กระทั่งเห็นว่าเธอชะลอฝีเท้าจึงขยับขึ้นมาเดินเบียดข้างๆ พร้อมกับคลายมือปล่อยให้สุนัขเดินอย่างอิสระขึ้น
“เพิ่งรู้ว่าบ้านคุณเลี้ยงหมา” ไข่หวานเปิดบทสนทนาขึ้นมาอีกครั้ง
“ขโมยมันเยอะ” เขาตอบอย่างไม่ใส่ใจ ทว่าดวงตาสีโทนเย็นที่เหลือบมองมา คล้ายกำลังบอกกลายๆ ว่าหมายถึงเธอ
“ปกติไข่หวานก็ไม่ได้ปีนบ้านคนอื่น”
“ดีแล้ว เพราะไม่มีคนปกติที่ไหนปีนบ้านคนอื่น”
ริมฝีปากอิ่มกัดปากแน่นด้วยความเจ็บใจ ไม่ว่าเธอจะแก้ตัวด้วยคำไหน เขาก็หาทางเลี้ยวกลับมาด่าเธอได้ทุกรอบ
“วันหลังจะมาก็กดออด แล้วยืนรอไม่เกินห้านาที”
“ถ้าเกินล่ะ”
“คุโระมันถูกฝึกให้รอได้ถึงสิบห้านาที”
“คุโระ?”
“ชื่อของหมาตัวนี้”
เขาเอาเธอไปเทียบกับหมา!?
“เรย์ซัง!!”
“ครับ” เสียงทุ้มขานรับเสียงนิ่ง พร้อมกับรอยยิ้มสนุกสนานที่สามารถทำให้เธอขึ้นเสียงใส่ได้
คนถูกเอาไปเทียบกับหมาสะบัดหน้าหนี เดินเร่งฝีเท้าไปยังรถที่จอดทิ้งเอาไว้ อีกฝ่ายเองก็ไม่ได้ชวนทะเลาะอะไรอีกนอกจากจูงสุนัขเดินตามมาเงียบๆ
“คราวหน้าไข่หวานจะไปคุยเรื่องสัญญาที่ผับ”
เสียงสัญญาณปลดล็อกรถดังขึ้น ตามด้วยการที่เจ้าของรถสอดตัวเข้าไปนั่งด้านในและลดกระจกคุยกับอีกฝ่าย
“คราวนี้คุณจะอยู่ญี่ปุ่นนานขนาดไหน” เรย์เมินเฉยเรื่องสัญญา เปลี่ยนเรื่องดื้อๆ จนเธอตามไม่ทัน
“ก็...จนกว่าคุณจะเซ็นสัญญามั้ง”
“งั้นผมจะเซ็นก็ต่อเมื่อพ่อของคุณมาหาด้วยตัวเอง” ท่าทีของคนตัวโตเปลี่ยนไปหลังจากนั้น รอยยิ้มมุมปากบ่งบอกว่าเอาจริงกับเรื่องที่เพิ่งพูดออกไป
เขายืนกรานเรื่องธุรกิจหนักแน่น ไม่มีน้ำเสียงหยอกล้อเจือปนแม้แต่น้อย
“ทำไมล่ะ!”
“คุณขี้โกง เรื่องที่คุณแบล็กเมลนักธุรกิจเอากำไรเพิ่มขึ้นมันดังมาถึงญี่ปุ่น”
“ไข่หวานอาจจะไม่ได้โกงก็ได้”
“คุณจะบอกว่า ข่าวที่คุณนอนกับผู้ชายพวกนั้นเอาเปอร์เซ็นต์เพิ่มเป็นเรื่องจริง”
“มั้ง” คนนั่งบนเบาะคนขับยักไหล่ ทิ้งปริศนาธรรมให้ยากูซ่าหนุ่มคิดเอาเอง
“หึ คราวหน้าผมจะพิสูจน์ด้วยตัวเอง”
ฝ่ามือใหญ่สอดมือเข้าไปหยิบกลีบดอกไม้ที่ร่วงตกลงมาค้างบนเรือนผมสวยออก จากนั้นจึงขยับถอยห่างเว้นระยะให้เธอสตาร์ตรถ
“ถ้าคุณอยากดื่มไปที่ผับได้ แต่เราจะไม่คุยเรื่องสัญญา โอเคไหม?”
คนตัวเล็กไม่ตอบในสิ่งที่เขาถาม ใช้การย่นจมูกทำหน้าแมวขู่ก่อนจะปิดกระจกไฟฟ้าขับรถจากไป