YAKUZA 6 | ยักษ์บนสังเวียน

2174 Words
ปัง! เจ้าของห้องลืมตาขึ้นมาหลังจากได้ยินเสียงประตูห้องนอนถูกเลื่อนปิดลง โอนิซึกะ เรย์ลุกขึ้นมานั่งบนเตียง ยกมือเช็ดเลือดมุมปากตนเองพร้อมกับดุนลิ้นข้างกระพุ้งแก้มสาก ยัยจิ้งจอกมันตบเขาแบบไม่คิดออมแรง ลำพังแรงฝ่ามือผู้หญิงคงไม่เท่าไหร่ แต่เล็บสีแดงยาวนั่นสิ บาดหน้าเขาเต็มเหนี่ยว! ตัวเท่ามด แต่แรงเยอะเหมือนหมีป่า! ยากูซ่าหนุ่มกดโทรศัพท์โทรออกหาลูกน้องคนสนิทหลังจากมั่นใจว่ายัยตัวแสบกระโดดลงหลุมกับดักตนเองเรียบร้อย เขาเองก็เกือบเสียหลัก มารู้เอาตอนดมสปาร์กกลิ้งไวน์ที่เธอเอามา จะปฏิเสธไม่กินก็กลัวว่าจะเกิดพิรุธ ขนาดแก้วเดียวยังแทบวูบตั้งแต่อยู่ในลิฟต์ แสบฉิบหาย! (เป็นยังไงบ้างครับนาย) “กูต้องการภาพกล้องวงจรปิดในห้องนอน ลานจอดรถ และเส้นทางที่ไข่หวานใช้หลบหนี เอาตอนนี้” (ครับ... ผมจะเตรียมในยี่สิบนาที) “สิบนาที รีบขึ้นมาก่อนกูจะหลับ” (หลับ? หมายถึงเธอ...) “อยากรู้ก็ขอสปาร์กกลิ้งไวน์จากพ่อครัวมาแดกดู!” ยากูซ่ากดตัดสายด้วยความหงุดหงิด ทั้งที่วันนี้เตรียมใจมาให้เธอเอาเปรียบ แต่พอโดนเข้าไปกลับสร้างความเจ็บใจให้ไม่น้อย ส่วนเรื่องที่บอกว่าเจอกับครั้งหน้าเขาจะเอาจริงก็ไม่ใช่เรื่องโกหก อยากใส่มันเข้าไปครึ่งทางให้ผวาเล่นเสียด้วยซ้ำ แต่กลิ่นกายหอมดันมอมเมาให้เขามัวเสียเวลาเล่นหน้าอกเกินตัวนั่น รู้ตัวอีกทีก็กินเวลาไปมากแล้ว เจ้าของห้องลุกขึ้นไปล้างหน้าในห้องน้ำ และกำลังจะหยิบแปรงสีฟันมาล้างคราบแอลกอฮอล์ซึ่งยังติดค้างอยู่ในปาก ทว่ามีความหวานที่มากกว่านั้นมาดึงให้เขาเปลี่ยนใจ โอนิซึกะ เรย์จึงเปลี่ยนใจไปดื่มชาร้อนแทน ก๊อกๆ “เข้ามา” ชุนยะเดินเข้ามาพร้อมกับทรัมไดรฟ์ในมือ หัวหน้าแก๊งหนุ่มซึ่งเตรียมแล็ปท็อปรออยู่แล้วจึงรับมันไปเสียบเข้ากับช่องพอร์ตเปิดดูกล้องตำแหน่งบันไดหนีไฟเป็นอย่างแรก ยัยจิ้งจอกแคระวิ่งลงบันไดถึงห้าชั้น พร้อมกับลากยูกาตะราคาแพงของเขาไปตามพื้นโดยไม่สนใจราคาของมัน ชุดที่เธอขโมยไปราคาสูงกว่าเดรสที่เขาทึ้งเล่นเสียอีก จากนั้นกล้องหลังร้านจึงจับภาพมาเฟียสาวกำลังเปิดรั้วเหล็กที่เขาเป็นคนสั่งให้ลูกน้องไขกุญแจทิ้งเอาไว้ ก่อนจะวิ่งข้ามถนนไปขึ้นรถญี่ปุ่นที่เช่ามา “เธอร้ายมากนะครับ” ลูกน้องคนสนิทเอ่ยขึ้น เพราะเห็นทุกอย่างด้วยตนเองตั้งแต่ตอนเตรียมไฟล์ “เจ้าเล่ห์เหมือนจิ้งจอก” “แบบนี้เราจะยังรับวีกรุปมาลงทุนด้วยไหมครับ?” “ขอดูก่อน” คำตอบที่ได้ฟังทำให้ชุนยะเงยหน้าสบตาผู้เป็นนาย ปกติหัวหน้าแก๊งเป็นคนตัดสินใจเด็ดขาด มีแค่ใช่หรือไม่ใช่ แต่คราวนี้กลับบอกว่า ‘ขอดูก่อน’ “คนที่เริ่มคุยธุรกิจกับเราคือพ่อของยัยนั่น ลูกสาวคงเป็นคนคิดแผนนี้ขึ้นมาเอง” “แบบนี้นี่เอง” “มึงพูดแบบนี้หมายถึงอะไร? ถ้าไม่ใช่แบบนี้แล้วมึงคิดแบบไหน!?” “มะ ไม่มีครับ แล้วเอกสารสัญญาที่เธอได้ไป...” “หมึกล่องหน เขียนทิ้งไว้แป๊บเดียวก็เจือจางหายไปกับความร้อน” อีกทั้งยังขาดตราประทับบริษัท ฉะนั้นจะเอามาบังคับเอาส่วนแบ่งในผับทีหลังก็คงเป็นไปไม่ได้ “ตอนนี้เธอคงขึ้นเครื่องหนีกลับไทยไปแล้ว นายจะเอายังไงต่อครับ” “รอยัยนั่นกลับมาอีกครั้ง คราวนี้เราจะต้อนเธอบ้าง” รอยยิ้มบนริมฝีปากปรากฏขึ้นอัตโนมัติเพียงแค่นึกถึงเสียงแจ๋นๆ ตะโกนใส่หน้าเมื่อเขาไปหาถึงที่ ป่านนี้คงเห็นหนังสือสัญญาและกัดลิ้นตัวเองตายไปแล้ว “ครับ” “ออกไปได้แล้ว กูจะนอน” “แล้วคลิปในห้องนี้...” “กูบอกว่าจะนอน! ทิ้งทรัมไดร์ฟไว้ที่นี่แล้วลงไปดูแลร้านแทนกู” “รับทราบครับ” ชุนยะกดใบหน้าลงรับคำสั่ง กำลังจะถอยออกจากห้องก็ถูกเจ้านายสั่งงานอีกหนึ่งเรื่อง “ส่งคนของเราไปเฝ้าโรงแรมที่เธอไปพักด้วย รายงานกูทันทีที่ผู้หญิงคนนั้นกลับมา” “นายมั่นใจแค่ไหนครับ ว่าเธอจะกลับมา” ไข่หวานมาสร้างเรื่องเอาไว้ หากเป็นเขาคงไม่คิดกลับมาให้ถูกล่า “ผู้หญิงคนนั้นน่ากลัวยิ่งกว่ายักษ์บนสังเวียน ถ้ายังไม่ได้ในสิ่งที่ตนเองต้องการคงไม่ยอมรามือไปง่ายๆ” เขาประเมินความสามารถยัยตัวแสบผิดไปมหันต์ ไม่ใช่แค่เสียงกับมารยาที่อันตราย แต่รวมถึงกลิ่นกายหอมเหมือนดอกไม้นั่นด้วย “ออกไปได้แล้ว” ชุนยะมองสีหน้าที่เปลี่ยนไปของเจ้านายหนุ่มเล็กน้อย ก่อนจะลงไปทำหน้าที่แทนทิ้งทรัมไดร์ฟไว้ตามคำสั่ง ยากูซ่าหนุ่มกลับมาล้มตัวลงนอนบนเตียงที่ยังหลงเหลือกลิ่นหอมเตะจมูกของยัยจิ้งจอก มองคลิปซึ่งถูกตั้งถ่ายด้วยมุมสูงจากกล้องติดเพดานพร้อมรอยยิ้มหยักมุมปาก แม้ไม่เห็นร่างกายขาวนุ่มนิ่มเพราะถูกแผ่นหลังของเขาบดบังจนมิด แต่เสียงครางหวานๆ ที่ดังเล็ดลอดออกมาเป็นระยะทำให้โอนิซึกะ เรย์พริ้มตาหลับพักผ่อนอย่างอารมณ์ดี รอบหน้าเขาเอาจริงแน่... ××× โรงฝึกบอดีการ์ดของตระกูลปาลาดินี ปัง! ปัง! ปัง! กระสุน 9 มม. จากลำปืนสั้นในมือบาง ดีดตามจังหวะการลั่นไกเข้ากับเป้านิ่งซึ่งถูกแปะด้วยภาพหน้ายากูซ่าหนุ่มเป็นการระบายอารมณ์หลายนาที กระสุนร่วมสิบเจ็ดนัดเจาะหน้าหล่อๆ ของเขาจนพรุนแทบจำไม่ได้ แต่นั่นไม่ได้ทำให้ไข่หวานอารมณ์ดีขึ้นแม้แต่น้อย “เอาระเบิดมา ฉันจะเขวี้ยงใส่หัวมัน!” “ครับนายหญิง!” วิคเตอร์รับคำสั่งด้วยน้ำเสียงขึงขัง และกำลังจะวิ่งไปหยิบระเบิดจากโกดังสามมาให้ ทว่าการปรากฏตัวของผู้มาใหม่ทำให้ลูกน้องหนุ่มชะงักรีบกลับมารายงานเจ้านายที่เพิ่งถอดที่ครอบหูออก “นายหญิงครับ คุณออสโลมาครับ” ไข่หวานตวัดหางตามองคู่ค้าของตนเองทันที ออสโล ปาลาดินี ไอ้เด็กเวรนี่ก็น่าเอารูปมาทำเป้านิ่งอีกคนโทษฐานทำน้องสาวเธอเสียใจ เธอกับออสโลห่างกันสองปีแต่เข้าวงการมาเฟียในปีเดียวกัน จะพูดให้ถูกก็คือไอ้เด็กนี่มันยิงคนเป็นตั้งแต่อายุ...ช่างเหอะ “มีอะไร ถ้าจะมาด่าเรื่องฉันแอบงัดตู้เซฟล่ะก็กันภัยด่าฉันไปแล้ว” มาเฟียสาวออกตัวพร้อมกับวางปืนลงบนมือของวินซ์อย่างไม่สบอารมณ์ “ฉันแค่เข้ามาดู เพราะลูกน้องบอกว่าเธอมาใช้สนามยิงปืนของครอบครัวฉัน” ออสโลในวัยยี่สิบสองล้วงกระเป๋าเบ้ปากตอบอย่างไม่เต็มใจนัก ก่อนจะเลิกคิ้วเหมือนเพิ่งเอะใจบางอย่างขึ้นมาได้ “แล้วเรื่องตู้เซฟคืออะไร ทำไมฉันไม่รู้เรื่อง” “อะ เอ่อ...” คนเพิ่งหลุดเรื่องสำคัญอึกอัก ทำไมเมื่อกี้กันภัยไม่บอกเธอก่อน ว่าเจ้านายมันไม่รู้เรื่องเธอแอบงัดเซฟ! “ฮะ ฮ้าว~! ไม่มีอะไรหรอก ฉันเพิ่งกลับมาถึงไทย ยังเจ็ตแล็กอยู่ สมองเลยเบลอๆ” “ได้ข่าวว่าไปญี่ปุ่น สองชั่วโมงนี่ทำให้เจ็ตแล็กได้ด้วยเหรอ?” ออสโลยังคงไล่ต้อนเธออย่างไม่ลดละ “แล้วทำไมคอมีรอย ไปโดนใครกัดมา” มือบางตบต้นคอตนเองดังแปะหน้าตาตื่น เธอคิดว่าตนเองกลบรอยแดงที่โอนิซึกะ เรย์ทำเอาไว้หมดจดแล้วเชียว “หึ แสดงว่าสายข่าวที่ฉันได้ยินมาน่าเชื่อถือไม่น้อย” รอยยิ้มหยันระบายออกมาผ่านริมฝีปากหนา คนถูกทักหน้าม้าน เพิ่งรู้ตัวว่าถูกคนอายุน้อยกว่าแกล้งจับผิด ออสโลยิ้มขบขันกับอาการตื่นตระหนกซึ่งเห็นได้ยากจากคนตรงหน้า “อยากเป็นเมียยากูซ่าเหรอถึงขึ้นไปขย่มมันถึงรัง” “ทุเรศ! ขย่มอะไรกัน ยังไม่ถึงขั้นนั้นย่ะ!” “แล้วถึงขั้นไหน? แลกกันดูดอวัยวะงั้นเหรอ มันดูดคอเธอ แล้วเธอดูดคอ...อะไรมันล่ะ” ในจังหวะที่เว้นคำไว้เธออ่านปากได้ว่า ออสโลพูดถึงคออีกคอที่ไม่ใช่คอปกติ! “อะ ไอ้ออสโล ไอ้บ้า!” “ชอบแบบมีมุกทั้งแท่งสินะ มิน่าถึงไม่เคยเห็นควงผู้ชายไทยให้เห็น” ไข่หวานอ้าปากค้างหน้าร้อนจนแดงลามถึงใบหู ในหัวจินตนาการถึงภาพที่เคยเห็นตามคลิปผู้ใหญ่ที่เคยดูอย่างง่ายดาย จะต่างกันก็ตรงที่หน้าผู้ชายเป็นเขา ส่วนผู้หญิงก็เป็นเธอ ยากูซ่าฝังมุกทุกคนเหรอ? ทำไมเธอไม่มีข้อมูลเรื่องนี้เลย มาเฟียสาวเบิกตาโพลงตกใจกับจินตนาการตนเอง ดีแค่ไหนที่ยานอนหลับออกฤทธิ์ ไม่งั้นเธอคงเครื่องในช้ำตายพอดี “ดูออกง่ายนะเธอน่ะ พ่อไม่สอนเรื่องเก็บสีหน้าหรือไง...” มาเฟียหนุ่มเห็นร่างเล็กมองเขาตาขวางกลับมาก็เข้าใจได้ “แล้วไปทำอะไรมันไว้ ถึงได้รีบหนีกลับไทยขนาดนั้น” คนถูกถามเบือนหน้าหนีไม่ยอมตอบ เธอจะตอบในเรื่องที่อยากตอบเท่านั้น คนที่รู้จักกันมาตั้งแต่จำความได้จึงหรี่ตามองมาเฟียสาวก่อนจะเบนสายตาไปมองหน้าแฝดหนุ่มลูกน้องของเธออ่านอาการ “เอาเถอะ สภาพนี้คงไปสร้างเรื่องเอาไว้เยอะแล้วหนีหัวซุกหัวซุนกลับมา อย่าทำอะไรให้กระทบมาถึงตระกูลรูซโซกับปาลาดินี” คนถูกดักคอเบ้ปากหมั่นไส้ ร่างอรชรเดินนวยนาดเข้าไปหามาเฟียอายุน้อยกว่าพร้อมรอยยิ้ม “รับทราบค่ะ คุณหมาเฝ้าประตู” ไหล่มนเดินกระแทกต้นแขนกว้าง เดินผ่านออกจากสนามยิงปืนอย่างอวดดี แต่เมื่อลับตาเจ้าของร่างสูงก็อดยกมือขึ้นมาลูบไหล่มนตนเองไม่ได้ เจ็บชะมัด! “วินซ์ วิคเตอร์ เตรียมตัวเก็บกระเป๋าใบใหญ่ เราจะไปประจำการที่ญี่ปุ่นจนกว่าจะได้ลายเซ็นของโอนิซึกะ เรย์” เธอสั่งลูกน้องคนสนิทหลังจากขึ้นมานั่งบนรถ เพราะไม่มั่นใจว่าเรย์ซังจะปากโป้ง เล่าเรื่องที่เธอทำเอาไว้กับตนเองตอนไหน การได้ลายเซ็นของอีกฝ่ายโดยเร็วที่สุด เพื่อที่บิดาของเธอและเขาจะได้ไม่ต้องเจอกันคือทางออก “นายหญิงยังจะกลับไปอีกเหรอครับ” วินซ์ทักท้วง ส่งสายตาให้น้องชายตนเองช่วยห้ามอีกคน “ผมว่าเราปล่อยให้นายใหญ่จัดการดีกว่าไหมครับ” “ไม่ได้! ให้พ่อรู้ไม่ได้ เราต้องได้ลายเซ็นก่อนที่ท่านจะกลับจากฝรั่งเศส” แววตามุ่งมั่นของเจ้านายสาวแสดงออกว่ามีอะไรมากกว่านั้น ทว่าสองแฝดหนุ่มไม่กล้าถามออกไป จึงได้แต่พยักหน้ารับคำสั่ง “ครับ มีคนของเราที่ยังอยู่ญี่ปุ่นแจ้งว่าโอนิซึกะส่งลูกน้องตัวเองมาตามเฝ้าโรงแรมที่เราเพิ่งพัก” “งั้นครั้งหน้าเราจะไม่พักที่เดิม วินซ์บินไปจัดการหาบ้านพักให้ด้วย” “ครับ” “ดีมาก มีอะไรอีก” “นอกจากจะมีคนของโอนิซึกะ ยังมีคนของฮอนโจมาเฝ้าที่โรงแรมด้วยครับ” วิคเตอร์เอ่ยถึงยากูซ่าอีกแก๊งที่เธอเพิ่งเมินเฉยไมตรีที่พวกนั้นส่งมา “สาระแนไม่เข้าเรื่อง” มาเฟียสาวสบถให้กับคนนอกที่เข้ามาสอดเรื่องตนเอง อย่างที่บอกว่าเธอไม่สนใจพวกกินคนด้วยกัน ลูกน้องทั้งสองคนมองนายหญิงตนเองผ่านกระจกหลัง เจ้านายสาวของตนเองนั่งไขว่ห้างอวดเรียวขามองออกไปนอกหน้าต่างอย่างคนใช้ความคิด “ให้พวกผมเตรียมอย่างอื่นอีกหรือเปล่าครับ” วินซ์เอ่ยถามในขณะที่ตายังจับจ้องถนน กระทั่งเหลือบมองผ่านกระจกหลังอีกครั้งแล้วเห็นว่าผู้เป็นนายกำลังยิ้มชวนขนลุก “ฉันได้ยินมาว่าเจ้าหน้าที่ทางนั้นเคร่งครัด...” “...ครับ ต่อให้เป็นเราก็ต้องระวัง” การไม่ยุ่งกับคนของรัฐเป็นอะไรที่ควรทำมากที่สุด แต่เรามันก็เป็นพลเมืองดีเสียด้วย... “ไปตรวจสอบเรื่องภาษีของแก๊งฮอนโจให้หน่อย ฉันคิดว่าถ้าพวกนั้นวุ่นวายจนไม่มีเวลายุ่งกับเราก็น่าจะดีไม่น้อย” สองแฝดมองหน้ากันอัตโนมัติ ก่อนจะเหยียดยิ้มอย่างเดียวกันกับนายสาวออกมาจนบรรยากาศในรถเย็นยะเยือก “เข้าใจแล้วครับ”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD