“ไม่ดื่มได้ไหมคะวันนี้” อรุณประภาพูดเมื่อเห็นของที่เขาถือติดมือมา
“ได้จ้ะ งั้นเอาน้ำมะพร้าวไหม พี่จะให้คนสอยลงมาตอนนี้เลย มีมะพร้าวน้ำหอมอยู่สามสี่ต้น”
หนึ่งชม.ต่อมา อาหารก็เรียบร้อย นุ่นชื่นชมหญิงสาวหนักขึ้นไปอีก เมื่อเธอทำงานครัวเป็นจริงๆ อรุณประภาจัดการแบ่งอาหารสองในสามส่วน ให้นุ่นและคนทำงานในบ้านไปแบ่งกันทาน ถือเป็นการขอบคุณที่พวกเขาช่วยดูแลเธอและน้องสาวสามสี่วันก่อนหน้านี้
คิรินทร์จัดโต๊ะอาหารเสร็จเมื่อเธอล้างมือ เปลี่ยนเสื้อผ้าที่เหม็นกลิ่นควันและน้ำมันแล้วเรียบร้อย เธอมองเขาแล้วพลางนึกในใจ จะไล่กลับก็คงไม่ไป แต่ถ้าไม่ดื่มก็คงไม่มีอะไร
“พิณจ่ายไปเท่าไหร่ครับ พี่จะคืนให้”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ พิณอยากซื้อเอง” เธอบอกปัด
เย็นนั้นบรรยากาศการทานอาหารเป็นไปด้วยดี แม่ครัวจากในตึกทำข้าวผัดทะเลและยำใหญ่มาเสริม ตามคำสั่งของคิรินทร์เพิ่มอีกสองอย่าง
“งานของน้องพิณเป็นอย่างไรบ้างครับวันนี้” เจ้าของบ้านถามอย่างใส่ใจ
“ก็เรื่อยๆ ค่ะ วันนี้คุยกับสถาปนิกเรื่องการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงในบางจุด”
“ยังไงคะน้องพิณ” เขาซักไซ้ไปเรื่อยๆ
“ตอนนี้ภูริดายังเป็นโรงแรม 4 ดาวอยู่ค่ะ แต่มาตรฐานของฉัตรอรุณคือโรงแรมในเครือของเราต้องมีระดับไม่น้อยกว่า 5 ดาว ก็ต้องมาเซ็ทอะไรปลีกย่อยในส่วนของห้องพักกับส่วนกลางค่ะ” เธออธิบาย
“แล้วความแตกต่างของสี่ดาวกับห้าดาวต่างกันมากไหมครับ” เขาเริ่มสงสัยขึ้นมา
“ต่างไม่มากค่ะ แต่ก็ชัดเจน เช่นระดับสี่ดาวขนาดห้องพักต้องไม่น้อยกว่า 24 ตร.ม. แต่ถ้าเป็นห้าดาวต้องมีห้องพักกว้าง 30 ตร.ม.ขึ้นไป หรืออย่างในห้องน้ำสี่ดาวก็คือมีอ่างอาบน้ำ แต่ห้าดาวต้องเป็นจากุชชี่ อะไรทำนองนั้นค่ะ” อรุณประภาจำแนกความแตกต่างของโรงแรมแต่ละระดับให้เขาฟัง
“งั้นบ้านพี่ก็เป็นโรงแรมห้าดาวได้สิ เพราะพี่มีอ่างจากุชชี่ในห้องนอนบนตึก” เขาสรุปเอาเองแบบมั่ว หญิงสาวทำหน้าบรรยายไม่ถูกก่อนที่เธอจะตอบกลับ
“ถ้าตัวชี้วัดอยู่ที่แค่นั้น ห้างเกี่ยวกับของแต่งบ้านก็คงเป็นโรงแรมห้าดาวด้วยแล้วค่ะ มีเยอะเลย”
คิรินทร์หัวเราะลั่น เมื่ออรุณประภาไม่ได้ 'อ่อน' แบบท่าทาง เธอมีสมองและมีกึ๋นมากพอ น่าจะมาเป็นนายหญิงของฟาร์มมุกคิรินทร์จริงๆ สิพับผ่า
“พี่คินเป็นคนที่นี่ มองว่าภูริดารีสอร์ทเป็นยังไงคะ” จู่ๆ เธอก็อยากฟังความเห็นของคนพื้นที่
“ถ้าถามพี่ พี่ว่าเมื่อก่อนภูริดาดูดีกว่านี้มาก” คิรินทร์ตอบตรงๆ อรุณประภาเริ่มสนใจ
“ยังไงคะ” เธอซัก
“ก็..เมื่อก่อนพี่ไปบ่อยนะ ใช้เป็นที่รับรองแขกบ้าง คู่ค้าบ้าง ใช้เป็นที่ประชุมแต่หลังๆ พี่รู้สึกว่ามาตรฐานเขาลดลง มีการเปลี่ยนแปลงเฟอร์นิเจอร์หรือปรับลดคุณภาพการบริการลง” เขาตอบตามที่รู้สึก
“เมื่อก่อนที่ว่านานแค่ไหนคะ” อรุณประภาเริ่มสนใจจริงจังมากขึ้น
คิรินทร์ทำท่าคิด “ก็น่าจะปีหลังๆ นี้เองครับไม่เกินสามปี หรือถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ ตั้งแต่คุณธเนศมีภรรยาใหม่ออกนอกหน้านั่นล่ะ”
“ภรรยาใหม่ เขามีภรรยากี่คนคะ” เธอซัก
“เท่าที่พี่รู้ก็สองคน คนแรกเป็นแม่ของคุณทิพย์ธารา รักษาการประธานกรรมการบริหารคนที่ดิวเรื่องซื้อขายกับพิณ ส่วนอีกคนก็คือคุณธราพร แม่ของทองธารา”
“ทองธารา...” อรุณประภาคิด อ้อคนที่ไม่ยอมให้เปลี่ยนชื่อเธอนึกออกแล้ว
“พี่กับทองธาราเคยคบกัน แต่ตอนนี้เราเลิกกันแล้วนะพิณ” เขารีบบอก
อรุณประภาทำหน้าแปลกใจ
“แล้วยังไงเหรอคะ จะบอกพิณทำไม”
คิรินทร์ไม่เข้าใจเธอเลย เขาแสดงออกชัดเจนว่าสนใจเธอพิเศษมากกว่าคนรู้จัก
“ก็พี่จีบพิณอยู่พี่ก็ต้องบอก นี่พิณจะบอกว่าไม่รู้เหรอ” นายหัวหนุ่มพูดตรงๆ
อรุณประภาหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะพูดว่า
“พิณไม่รู้หรอกค่ะว่าพี่คินจีบพิณ หรือแค่มองว่าพิณเป็นคนที่อยู่ใกล้มือ ก็เลยทำอะไรหลายๆ อย่างแบบนั้น”
คิรินทร์หัวเราะเมื่อเป็นฝ่ายถูกต้อนบ้าง เขาชะโงกหน้ามาใกล้ๆ อรุณประภา
“พี่รู้ว่าพิณรู้ดี ในการปฏิสัมพันธ์ของผู้คน 'การจีบ' ก็เป็นวิธีหนึ่งในการเริ่มต้นในเชิงสัญลักษณ์ แต่ถ้าพิณต้องการให้มีการพูดคุยที่มากกว่านั้นก็แปลว่าพิณพร้อมแล้ว สำหรับความสัมพันธ์ที่มากกว่าสถานะจีบ เช่น การเป็นเมียหรือเป็นแม่ พิณจะหมายความแบบนั้นใช่ไหม”
อรุณประภาถอนใจแรงๆ “พี่คินคิดไปเองค่ะ เมาน้ำมะพร้าวเหรอคะ”
“ขี้ขลาด..” เขาว่าตรงๆ ทำให้เธอโมโหอย่างยิ่ง
“พี่คิน!”
“พิณเป็นฝ่ายเปิดแล้ว ก็อย่ามุดกลับเข้าไปในกระดองสิ” เขาลุกขึ้นยืนพูดต่อ
“เอาล่ะ มื้อนี้พิณเป็นฝ่ายทำอาหาร พี่จะเป็นคนเก็บล้างเอง เห็นไหมว่าชีวิตคู่ของเราลงตัวกว่าที่คิดเสียอีก” เขาพูดหน้าตาเฉย พับแขนเสื้อถึงข้อศอกแล้วเก็บจานชามที่ใช้บนโต๊ะอาหารไปที่ซิงค์ล้างจาน อรุณประภาไม่เสนอตัวช่วยเธอเห็นด้วยตรงที่เขาบอกว่าเมื่อเธอเป็นฝ่ายทำ เขาก็ควรจะเป็นคนเก็บล้าง
ฉับพลันเธอตกใจกับความคิดของตนเอง เมื่อเริ่มรู้สึกว่านี่ไม่ใช่ความสัมพันธ์ของแขกกับเจ้าของบ้านปกติทั่วไป ก่อนที่เธอจะเริ่มคิดต่อว่า อีกมุมนึงก็อาจจะดีเหมือนกัน คิรินทร์อาจจะได้รู้ว่าเขาเองกำลังก้าวล้ำเส้นเกินความเป็นคนรู้จัก และทุกอย่างอาจจะกลับไปอยู่ในที่ในทางที่มันควรจะเป็น