“เฮียไม่คิดจะไปไหนเหรอคะ” อินทิราถามชายหนุ่มร่างสูงที่สวมแว่นกันแดดสีดำ เขานอนบนเก้าอี้ริมสระนิ่งๆ ไม่พูดไม่จาน่าจะเป็นชั่วโมงได้แล้ว
“ไม่ครับ ถ้าน้องอินอยากไปไหนก็ไปได้เลย ตามสบาย”
“แต่เรามาเที่ยวกันทั้งทีนะคะ คุณป้าบอกว่าเฮียบัญมาพัทยาบ่อยไม่คิดจะพาอินไปไหนหน่อยเหรอ”
หญิงสาวทนไม่ไหว ไหนเคยได้ยินคำร่ำลือเกี่ยวกับชายหนุ่มตรงหน้ามาว่าบุรีเป็นชายหนุ่มอารมณ์ดี มุขแพรวพราว ใครๆ ได้คุยกับเขาล้วนแล้วแต่ต้องหลงเสน่ห์ทั้งจากคำพูดที่ยิงมุขไม่หยุด และจากเซ็กซ์แอพพีลที่มีล้นเหลือ แล้วนี่คืออะไรเธออุตส่าห์อ้อนขอมาเที่ยวกับครอบครัวเขาที่มาดูพลุพัทยาจนได้เป็นหนึ่งในสมาชิกของทริปนี้ แต่กลับเหมือนไม่มีอะไรคืบหน้าเลย
บุรียกมือขึ้นขยับแว่นที่เลื่อนหลุดจากสันจมูกให้เข้าที่ เขาหันหน้ามาทางอินทิรานิดหนึ่ง เธอเป็นลูกสาวของเพื่อนแม่ที่นางเชียร์อยากให้เขาจีบ
“ตอนนี้พี่อยู่ในสภาวะอยากทิ้งตัวครับ ไม่มีแรงไปไหนถ้าน้องอินอยากไปไหนก็ไปได้เลยครับ ตามสบายพี่อยู่คนเดียวได้”
แม้ว่าเธอจะเรียกเขาว่า 'เฮีย' แต่บุรีคงแทนตัวเองว่าพี่อย่างเสมอต้นเสมอปลาย เหตุเพราะเขาถือว่าคำว่าเฮียเขาจะใช้แทนตัวกับคนสนิทเท่านั้น
อินทิราหรี่ตามองเมื่อรู้ว่าบุรีหลงเสน่ห์เธอยากกว่าที่คิด ผิดกับผู้ชายหลายคนที่ล้วนหลงรูปเธอทั้งนั้น หญิงสาวลุกขึ้นพลางปลดเสื้อคลุมออกจากร่าง เผยให้เห็นเรือนร่างอวบอิ่มหน้าอกขนาด 400 ซีซีที่ไปทำมา เอวเล็กและสะโพกผายยั่วยวนใจในชุดว่ายน้ำแบบสองชิ้นสีแดงสดสุดเซ็กซี่
“ไม่เป็นไรค่ะ งั้นอินว่าอินว่ายน้ำดีกว่า ไหนๆ ก็ใส่ชุดว่ายน้ำลงมาแล้ว แต่จะรบกวนเฮียบัญทากันแดดที่หลังให้ได้ไหมคะ”
คำขอร้องตรงๆ นั้นหากเขาปฏิเสธคงจะน่าเกลียดมาก บุรียิ้มมุมปากเขาขยับตัวลุกขึ้นนั่ง
“ได้ครับ น้องอินนอนคว่ำบนเก้าอี้ได้เลย”
อินทิราวางขวดครีมกันแดดไว้บนโต๊ะเล็กแล้วรีบทอดร่างลงนอนในอากัปกิริยาที่คิดว่าเซ็กซี่ที่สุด หญิงสาวนอนคว่ำหลับตาพริ้มเธอถอนใจเมื่อได้ยินเสียงขยับตัวสวบสาบจากด้านหลัง
นิ้วสากที่เริ่มลูบไล้เนื้อครีมลงบนแผ่นหลังทำให้เธอเกร็งตัวรับ เธอเริ่มจินตนาการว่าหากอยู่ในห้องส่วนตัวเหตุการณ์จะเป็นเช่นไรกัน
“เฮียบัญขา... ถอดชุดว่ายน้ำชิ้นบนของอินก่อนก็ได้ค่ะ จะได้ทาครีมได้ทั่วๆ”
เธอบอกแล้วแอบยิ้มเมื่อรู้สึกว่าเชือกที่ถูกผูกไว้ที่ด้านหลังถูกกระตุกออกไป มือใหญ่ของเขาลูบเนื้อครีมไปทั่วลงน้ำหนักจนเธอรู้สึกได้ว่าอารมณ์เขาอาจจะกำลังเปลี่ยนไป
อินทิราซ่านสยิวไปทั้งกาย เธอไม่คิดเลยว่าแค่เขาทาครีมให้ก็ทำให้เธอตื่นเพริดได้ขนาดนั้น หญิงสาวเอี้ยวหน้าไปถามเขาพลางฉะอ้อนถาม
“อินว่าเราขึ้นข้างบนกันดีไหมคะ ไปว่ายที่สระไพรเวทดีกว่า กรี๊ด....นี่แกเป็นใครน่ะ”
หญิงสาวร้องกรี๊ดเมื่อเห็นว่าคนที่กำลังทาครีมให้ไม่ใช่บุรี แต่เป็นป้าแม่บ้านร่างยักษ์ที่มาจากไหนไม่รู้
อินทิราผุดลุกขึ้นนั่ง ผูกเชือกชุดว่ายน้ำชิ้นบนอย่างรวดเร็วหน้าแดงจัดด้วยความโมโห ขณะที่พนักงานโรงแรมทำสีหน้าลำบากใจ
“เอ่อ คือว่าคุณผู้ชายเรียกให้ป้ามาทาครีมให้คุณน่ะค่ะ เขาว่าเขาเป็นผู้ชายไม่เหมาะหรอก”
นางเสียงอ่อยแต่ธนบัตรสีเทายังอุ่นอยู่ในกระเป๋าจึงทำให้สามารถยังอธิบายกับแขกสาวสวยได้อย่างใจเย็น
“บ้า แล้วเขาไปไหนแล้ว”
อินทิรามองไปรอบสระ ไม่มีแม้แต่เงาของบุรี มันน่านัก!
“ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ ป้ามัวแต่ทาครีมให้คุณเลยไม่ได้ดูว่าคุณผู้ชายเขาไปไหน”
“โว้ย... จะไปไหนก็ไป”
หญิงสาวโวยวายจนคนเริ่มหันมามอง เธอสวมเสื้อคลุมแล้วก้าวออกจากตรงนั้นด้วยท่าทีโมโหสุดขีด
ค่ำวันนั้น ณ บ้านพักของบุรีที่กรุงเทพฯ
"มึงจะจัดปาร์ตี้ไม่บอกล่วงหน้าวะบาน" คุณภัทรทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาหนังที่ถูกยกมาวางข้างสระว่ายน้ำ ที่ตอนนี้ถูกแปลงให้เป็นสถานที่จัดปาร์ตี้ฟองสบู่หรือปาร์ตี้โฟมชั่วคราว ตอนนี้เจ้าของบ้านกำลังนั่งเอกเขนกมีสาวสวยหลายคนในชุดบันนี่รุมล้อม
"กูเบื่อๆ พอดีพาแม่มาเที่ยวงานพลุพัทยา เลยแวะมานี่ก่อน"
ชายหนุ่มแยกตัวหนีจากอินทิราในตอนสายวันนี้ เขากลับขึ้นห้องพักเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วขับรถออกมาจากโรงแรม ไม่รู้จะไปไหนจึงตรงมาที่กรุงเทพฯ ทันที
เขามาถึงในช่วงบ่ายคิดถึงเพื่อนสนิทในกลุ่มจึงไลน์ชวนในกลุ่มไลน์มาปาร์ตี้โฟมกัน โดยที่ตั้งใจว่าจะค้างที่นี่สักคืนแล้วกลับไปรับมารดากลับเชียงใหม่ในเย็นวันรุ่งขึ้น
"แทนที่จะรอดูพลุเสือกมานี่ทำไม"
คุณภัทรรับแก้วเครื่องดื่มจากบันนี่สาวแล้วหันมาถามเพื่อนต่อ
"กูเบื่อว่ะ อยากอยู่แบบสงบๆ บ้าง"
คุณภัทรกลอกตาเมื่อได้ยินคำตอบนั้น เขามองไปรอบๆ บ้านที่เพื่อนซื้อทิ้งไว้ที่กรุงเทพฯ บรรยากาศในตอนนี้ทั้งเสียงพริตตี้สาวที่บุรีเหมาจ้างมาหนึ่งกลุ่มใหญ่ รวมถึงเสียงเพลงที่กระหน่ำเปิดช่างห่างไกลกับคำว่าสงบหลายปีแสง
"อ้าว ไอ้อิฐมาแล้ว" คุณภัทรพึมพำเมื่อเห็นร่างสูงของเพื่อนอีกคนเข้ามายังบริเวณข้างสระว่ายน้ำ
"มาคนเดียวเหรอวะ ไอ้อรรถล่ะ" บุรีถาม
"มันบอกว่าไม่ว่าง" อิษวัตตอบขณะที่เลี่ยงสาวๆ ไปนั่งอีกฝั่ง
"มึงมาก็ดี พ่อแม่กูอยากทำบุญช่วยจัดชุดทำบุญดีๆ ใหญ่ๆ มาสักห้าหกชุดที" อิษวัตเข้าเรื่องธุระทันที
บุรีพ่นลมหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย
"กูพักร้อน ร้านสังฆภัณฑ์ในกรุงเทพมีถมเถไป มึงซื้อที่ไหนก็ได้ไหมวะ อีกอย่างกูขายส่งด้วย"
"แม่กูอยากได้จากร้านมึง เขาว่ามึงเป็นคนดีของที่ได้ต้องมีคุณภาพจริง ตกลงมึงจะขายไหม"
"มึงเอารายละเอียดมา เดี๋ยวกูส่งให้เลขาจัดการให้" สิ้นประโยคนี้คุณภัทรหัวเราะพรึด ทำเป็นพูดว่าไม่ขายส่งไอ้งก...
"ได้ๆ เดี๋ยวกูให้เลขาติดต่อเลขามึงไปแล้วกัน" อิษวัตส่งข้อความสั่งงานเลขาฯ ตนเอง บทสนทนาของทั้งสองทำให้คุณภัทรส่ายหน้าไปมา
"ความจริงมึงให้เลขามึงเขาโทรคุยกับเลขาไอ้บานนี่ก็จบแต่แรกไหมวะ"
"กูลืม"
อิษวัตจิบเหล้าให้พอครึกครื้นขึ้น สายตามองทอดไปยังสระว่ายน้ำที่เต็มไปด้วยโฟมฟองและสาวๆ เอวบางร่างน้อย
"พวกมึงลงสระไหม" บุรีลุกขึ้นถอดเสื้อคลุมวางกับพนักโซฟา ขาแข็งแรงก้าวเดินตรงไปยังสระน้ำที่มีสาวๆ กรีดร้องต้อนรับ
"ไม่ล่ะ"
เพื่อนทั้งสองตอบพร้อมกัน บุรีจึงส่ายหน้าไปมาก้าวลงสระที่มีสาวๆ รอคอยเอนเตอร์เทนเขา
"แม่งเหมือนราชาเลยว่ะ"
ยี่สิบนาทีต่อมาคุณณภัทรตะโกนบอกด้วยความหมั่นไส้ ที่ตอนนี้บุรีนั่งในโซนน้ำวนในสระ เขาพิงขอบสระนั่งเหยียดขาออกมีบรรดาสาวๆ คอยนวดเฟ้น
"มึงอิจฉาก็ลงมา ไม่ต้องใส่กางเกงว่ายน้ำก็ได้"
ชายหนุ่มตะโกนตอบ แต่สายตาเขามองไปที่บันนี่เกิร์ลสาวคนหนึ่ง เขาจำได้ว่าไม่เคยเห็นเธอคนนี้เลยในหลายๆ ครั้งที่เคยเรียกสาวเอนมาที่บ้าน
"ชื่ออะไรครับคนสวย" ดวงหน้าผุดผาดมีเค้าคมเหมือนลูกครึ่ง สวยหวานจนบุรีแทบจะลืมหายใจ
"เอ่อ... หนูชื่อทีด้าค่ะ"
หญิงสาวที่ก้มหน้าก้มตานวดน่องแข็งแรงเงยหน้าตอบอย่างเสียไม่ได้ เธอสะดุ้งเมื่อมีธนบัตรสีเทาถูกม้วนลงเหน็บกับตัวชุดบันนี่ มือใหญ่ปัดผ่านลงบนเนินอกเหมือนไม่ตั้งใจ หญิงสาวเงยหน้าขึ้นเห็นเขาทำแบบนั้นกับเพื่อนทุกคนด้วยท่าทีปกติ
"ขอบคุณค่ะ" เธอพึมพำขยับแบงค์ใบนั้นเก็บในเสื้อให้เข้าที่เข้าทาง ธิชาโล่งใจเมื่อเขาขยับตัวลุกขึ้นจากน้ำ มีบรรดาสาวๆ เพื่อนของเธอลุกตามกันเป็นพรวน
"หนูๆ ไม่ต้องแล้วครับ นวดให้เฮียมานานพักดื่มกินขนมกันได้แล้ว"
บรรดาบันนี่สาวส่งเสียงกันอย่างดีใจ ยกเว้นธิชาเพราะบุรีพูดต่อเจาะจงถึงเธอว่า
"ส่วนน้องทีด้าขึ้นไปดูแลพี่บนโต๊ะหน่อยครับ ถ้าหิวก็กินกับพี่เลยก็ได้"