ดวงตาสีฟ้าจ้องมองท้องนภายามราตรีอย่างเหม่อลอย ขณะที่ใจก็พลอยนึกหาสตรีผู้หนึ่งที่ไม่รู้ว่าป่านนี้เจ้าตัวกำลังทำอะไร เป็นเวลาเกือบครึ่งปีแล้วที่ชิงหลงมักจะออกมานั่งชมจันทร์ริมหน้าต่างยามค่ำคืนแบบนี้ในทุก ๆ วันแทนที่จะเป็นการขลุกตัวทำงานบนโต๊ะเหมือนอย่างสมัยก่อน พักหลังมานี้เขามักจะฟุ้งซ่านจนรวบรวมสมาธิไม่ค่อยได้สักเท่าไหร่ บางทีอาจเป็นเพราะเรื่องที่เทพมังกรวารีพูดขึ้นมาเมื่อสี่เดือนก่อนก็เป็นได้ ชายหนุ่มถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าคิดจะทำอย่างไรต่อไปกับเรื่องของตนและฉีเหวินที่คาราคาซังอยู่ในตอนนี้ เพราะในตอนที่เขามัวแต่ชักช้าอยู่นี่ ดูเหมือนว่าสัตว์เทพคนอื่น ๆ จะมีก้าวหน้ากันเป็นอย่างมาก หากยังชักช้าไปมากกว่านี้ เกรงว่าคงจะมีแต่เขาที่ถูกทิ้งไว้ด้านหลัง.. แม้ฉีเหวินจะไม่เคยมาถามหรือกดดันเอาคำตอบจากเขาเลยสักครั้ง แต่มันก็น่าจะถึงเวลาที่ชิงหลงต้องยอมรับความจริงและให้คำตอบนางกลับไปได้แล้ว

