บทที่ 1 เป็นความซวยของเธอเอง(ปลาย)

1528 Words
“เฮ้ย มันต้องอยู่ทางนั้น!” ผู้ชายท่าทางน่ากลัวในชุดสูทสีดำสามคนชี้ไม้ชี้มือมาทางที่เธอยืนอยู่ ก่อนจะพุ่งตัวติดตามชายในชุดมอซอที่กำลังตื่นตระหนกเหมือนพยายามหาทางหนีทีไล่ ซึ่งเดหลีที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุดพลันเสียวสันหลังวาบ ใบหน้าสวยซีดเผือดเล็กน้อยเมื่อเห็นสายตาของอีกฝ่าย ก้อนเนื้อในอกของเธอเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะค่อย ๆ ถอยหลังออกห่างจากชายในชุดมอซอ “อย่าเข้ามานะ” เดหลีเอ่ยเสียงเย็นเยียบ แม้จะหวาดกลัวจนแทบสิ้นสติ แต่เธอรู้ดีว่าในสถานการณ์แบบนี้จะเป็นลมล้มพับไม่ได้เด็ดขาด เธอจึงรวบรวมความกล้าทำใจดีสู้เสือ “ฉันไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น” เพราะไม่รู้ว่ามันคิดจะทำอะไร นอกจากจ้องมองเธอเขม็งเดหลีจึงพยายามเอ่ยเบี่ยงประเด็นเสมือนว่าไม่เคยเจอเหตุการณ์นี้มาก่อน ซึ่งไม่ได้ทำให้ชายในชุดมอซอลดความดุดันลง มันย่างสามขุมเข้ามาใกล้ก่อนจะล้วงมีดสั้นออกมา ดวงตาภายใต้เส้นผมรกรุงรังมอมแมมหรี่ลงและเต็มไปด้วยสัญญาณอันตราย มันไม่ได้คิดจะปล่อยหญิงสาวไปเพราะยังไงจะหนีตอนนี้ก็ยาก จึงจะใช้เดหลีเป็นตัวประกัน “อย่าขยับ!” “ฉันให้โอกาสแกหนีไป อย่ามายุ่งเกี่ยวกัน ถ้าให้เดาพวกนั้นที่กำลังวิ่งตามมาคงเป็นคนคุมย่านนี้สินะ ได้ยินว่าถ้ามีคนทำผิดถูกจับแล้วยากจะรอดถ้าหนีตอนนี้ก็มีโอกาสนะ” “หึ ไม่ต้องมาเบี่ยงประเด็น” มันกำมีดแน่นพลางสาวเท้าเข้ามา “จะคิดยังไงก็เรื่องของนาย แต่คิดให้ดีนะพวกนั้นกำลังมา” “ไม่ต้องพูดมากแค่มีตัวประกันก็จบแล้ว!” มันตวาดพลางพุ่งตัวเข้ามาจัดการเดหลี คมมีดวาววับสะท้อนแสงทำให้คนเห็นรู้สึกเย็นวาบไปทั้งร่าง ดวงตากลมโตเย้ายวนจับจ้องไปการเคลื่อนไหวของมันอย่างไม่ลดล่ะ หัวใจเต้นกระหน่ำเมื่อมีดในมือพุ่งเข้ามาจะถอยหนีก็ไม่ได้เพราะหลังชนกำแพงแล้ว ฉึก! ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเดหลียกกระเป๋าหนังในมือขึ้นมารับคมมีดได้อย่างหวุดหวิด มืออันสั่นเทาค่อย ๆ ลดกระเป๋าลงก่อนจะสบกับนัยน์ตาเกรี้ยวกราดของมัน “ฉัน…” เธอตื่นตระหนกจนหาเสียงไม่เจอ ก่อนจะเบิกตาโพลงเมื่อใบหน้าของมันบิดเบี้ยวและพร้อมจะจ้วงมีดเข้าอีกครั้ง “อีนี่มึงอย่าท้วงเวลากู!”มันตวาดดังลั่นอย่างโมโห พร้อมร่างที่พุ่งเข้ามาอีกครั้งโดยคมมีดเล็งมาที่ใบหน้าสวยของเดหลี พลั่ก! แต่ก่อนที่มันจะได้สมหวังร่างในชุดมอซอก็ถูกถีบกระเด็นออกไปไกล พร้อมกับการมาถึงของชายชุดดำคนคุมย่านหวงหลิง “ไปจับมันมาให้ได้!” ชายที่ดูเหมือนหัวหน้าเอ่ยสั่งการเสียงเข้ม ทำให้บรรดาลูกน้องอีกสามคนที่เหลือพุ่งเข้าไปจับชายชุดมอซอที่พยายามหลบหนี ภาพความวุ่นวายตรงหน้าทำให้เดหลีถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนนัยน์ตาเย้ายวนจะเบิกโพลง จับกระเป๋าในมือพลิกขึ้นมาดูสภาพ เมื่อเห็นกระเป๋าหนังสีดำแบรนด์หรูมีรูโบ๋ตรงหน้าขนาดเจ็ดเซนติเมตร เธอก็แทบร่ำไห้เพราะเสียดายเงิน สภาพแบบนี้จะซ่อมก็คงยากแล้ว ใบหน้าจึงย่ำแย่เป็นอย่างมาก ในขณะที่ชายชุดดำรวบตัวชายชุดมอซอได้แล้ว คนที่เป็นหัวหน้าหรือคนคุมย่านก็หันมามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยใบหน้าเคร่งขรึม เมื่อนั้นหญิงสาวจึงรู้สึกถึงการจับจ้องจึงลดมือลงใบหน้าที่แสดงออกอย่างปวดใจพลันหายไปเหลือเพียงความเรียบเฉย มุมปากยกยิ้มน้อย ๆ และเอ่ยถาม “มีอะไรเหรอคะ?” “เธอเป็นพวกของมัน?” หัวหน้าคุมย่านมองอย่างไม่วางใจ “ไม่ใช่!ดูสภาพเขากับฉันเหมือนกันหรือไงหมอนั่นจะจับฉันเป็นตัวประกันต่างหาก” เดหลีถลึงตาอย่างไม่สบอารมณ์ คนพวกนี้มีแต่กำลังจนลืมใช้สมองแล้วเหรอ มองด้วยตาสภาพเธอกับหมอนี่ยังไงก็ไม่ใช่พวกเดียวกันแน่นอน “เฮ้ยพูดงี้ได้ไงวะ ถ้าพวกมึงอยากได้เงินที่กูเอาไปก็อยู่กับอีนี่แหละพวกมึงดูการแต่งตัวดูกระเป๋ามันสิเงินที่กูเอาไปทั้งนั้น” “อ้าวไอ้ซกมกอย่ามาโมเมนะ นี่เงินของฉันยะ!” เดหลีเชิดหน้าจิกตามองอย่างโมโหใส่ชายในชุดมอซอทันที เมื่ออยู่ดี ๆ ดันโดนอีกฝ่ายลากมาเกี่ยวข้องด้วย ทั้งที่เธอเป็นแค่ผู้ประสบภัยแท้ ๆ “นี่อย่านะว่าเชื่อผู้ชายคนนี้น่ะ ถ้าพวกนายเชื่อก็ไปกินขี้เถอะ!” สายตาระแวดระวังของคนในชุดสูทสีดำทำให้เดหลีเอ่ยอย่างฮึดฮัดไม่พอใจ จะออกไปตอนนี้ก็ต้องโดนสงสัยแน่ ๆ เธอจึงยังอยู่ “อ้าวยัยสวยนี่ปากดีจัด!” ลูกน้องเบอร์หนึ่งโพล่งขึ้นมา “นั่นสิมีพิรุธมาก” ลูกน้องเบอร์สอง “พิรุธบ้านแกน่ะสิ แหกตาดูรูบนกระเป๋าของฉันด้วย” มือบางยกกระเป๋าใบโปรดขึ้นมาชี้ให้พวกเขาดูว่านี่คือหลักฐานชั้นดี เธอไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับไอ้บ้านี่เลย “เฮ้ยยัยนี่เธอจะมาเอาตัวรอดคนเดียวได้ยังไงวะ” ชายในชุดมอซอยังคงเอ่ยพล่ามไร้สาระและพยายามดึงเดหลีมาเกี่ยวข้องให้ได้ “หุบปากไปเลยไอ้บ้า ส่วนพวกนายถ้าโง่มองไม่ออกว่าหมอนี่เบี่ยงเบนประเด็นละก็นะ ฉันจะโทรหาเฮียติณณ์ให้มาจัดการพวกนายให้หมด!” คำว่า ‘เฮียติณณ์’ ที่ออกมาจากปากหญิงสาวทำให้ทุกคนขนลุกเกรียวเพราะเขาคนนี้คือว่าที่ผู้นำตระกูลหวงหลง หรือเจ้าของที่แท้จริงของย่านนี้ ท่าทางแปลกประหลาดของพวกเขาทำให้เดหลีแอบขอโทษขอโพยคนที่แอบอ้างในใจ “เธอเป็นอะไรกับมัน” ชายในชุดมอซอเอ่ยปากคนแรก ทั้งที่โดนจับกุมอยู่กับจ้องมองมาที่เดหลีด้วยสายตาดุดันจนเธอผงะ “เกี่ยวอะไรกับนายด้วย ส่วนพวกนายถ้าไม่เชื่อจะให้ฉันโทรถามมาเลยดีไหม” ว่าแล้วก็ทำท่าล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าทำให้ชายชุดดำเลิ่กลั่กรีบปฏิเสธพัลวัน “ถ้าไม่มีปัญหาอะไรฉันขอตัวก่อนนะ” สาวสวยยกยิ้มไปไม่ถึงดวงตาก่อนจะปลีกตัวออกจากบริเวณนี้ไป แต่ในหัวใจกลับสั่นสะท้านและเย็นเยือกเพราะรับรู้ถึงสายตาของพวกเขาที่ยืนอยู่ด้านหลังกำลังมองมาที่เธอ “คงไม่มีอะไรหรอกมั้ง” เดหลีพึมพำเสียงแผ่วเบา ก่อนฝีเท้าจะชักเมื่อได้ยินเสียงเข้มดังขึ้นมาจากด้านหลัง “จัดการผู้หญิงคนนั้นซะ!” น้ำเสียงเย็นเยือกแบบนี้ช่างเหมือนกับชายในชุดมอซอมากจริง ๆ แต่ไม่ใช่ว่าเขาถูกจับกุมตัวอยู่เหรอ ด้วยความสงสัยเธอจึงหันกลับไปมองยังเบื้องหลัง ก่อนนัยนตากลมเย้ายวนจะเบิกกว้าง ภาพตรงหน้าไม่ใช่อย่างที่คิด ชายชุดมอซอยืนขึ้นพลางแกะเชือกจากข้อมือเป็นอิสระ ส่วนชายชุดดำที่ตามจับกุมในตอนแรกกลับยืนอยู่ด้านหลังชายชุดมอซอราวกับลูกน้อง และหนึ่งในนั้นค้อมตัวลง และยื่นปืนในมือให้ชายชุดมอซอที่กำลังจ้องมองมาที่เธอ “นี่มันอะไรกัน….” บรรยากาศตรงหน้าพลันกดดันขึ้นมาเมื่อทุกอย่างกลับตาลปัตร เธอที่เหมือนจะแยกตัวออกมาในตอนแรก กลับถูกดึงเข้ามาให้มีส่วนเกี่ยวข้องอีกครั้ง เหตุการณ์ตรงหน้าทั้งพิศวงและสับสนในคราวเดียวกัน เธอไม่รู้ว่าตัวเองพลาดที่ตรงไหนหรือเพราะวันนี้ก้าวขาซ้ายออกจากบ้านถึงได้ซวยขนาดนี้ “ทำแบบนี้ทำไม” หญิงสาวขยับริมฝีปากถามในที่สุด “ต้องบอกว่าวันนี้เธอซวยเอง” ชายในชุดมอซอแสยะยิ้มพลางเตรียมเหนี่ยวไกปืนที่เล็งมาตรงที่เดหลียืนอยู่ แสดงว่าเมื่อกี้มันแค่ละครฉากหนึ่งสินะ แล้วพวกเขาแสดงให้ใครดูกันล่ะ ดวงตากลมโตฉายแววสงสัย เคร่งเครียด และสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว ความรู้สึกหวาดกลัวเกาะกุมอีกครั้ง นี่เธอจะตายเพราะแค่ซวยจริง ๆ นะเหรอ! แปะ แปะ แปะ “ดอกไม้ดอกนี้ช่างแข็งแกร่งจริง ๆ ปืนอยู่ต่อหน้ากลับไม่กลัวตายหรือเพราะไอ้ติณณ์กันแน่ถึงได้ยอมสละชีวิต” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากข้างหลังของเดหลี มันเต็มไปด้วยความรู้สึกสนุกสนานระคนสมเพชเสียเต็มประดา ทำให้เธอรู้สึกขมฝากในลำคอและไม่สบอารมณ์ทันที …ใครมันปากมอมแบบนี้!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD