CHAPTER 3 รับบทตัวร้าย

1366 Words
พิมพ์แพรดาวถอนหายใจลึก พยายามเรียกความกล้าเข้าหาตัวเองเมื่อยืนอยู่ท่ามกลางความหรูหราของบ้านคู่หมั้นที่เคยเป็นความฝันของใครหลายคน แต่สำหรับเธอ บ้านหลังนี้กลายเป็นสนามรบของคำดูถูกและสายตาเย็นชา “ยังกล้าโผล่มาที่นี่อีกเหรอ บ้านนี้ไม่ต้อนรับเธอ” เสียงจากมุมห้องตัดเข้ามาแรงกว่าที่คิด น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความรังเกียจและคำเย้ยหยัน “แล้วไงคะ พี่ปริ้นท์ต้อนรับใครเหรอ” เธอตอบเสียงเรียบปากสั้นๆ แต่แฝงไปด้วยประกายท้าทาย “หน้าด้านจริงๆ นะ ควรจะโยนลงบ่อจระเข้ให้มันจบๆ ไป” “กลัวจังเลยค่ะ” จากที่ศึกษาตามอ่านข่าวของอีกฝ่ายมาก็พอจะรู้นิสัยมาบ้าง ทำตัวเหมือนตัวร้ายในละครที่คอยจะแย่งคนรักคนอื่นตลอดเวลา “เธอนี่มัน อย่าโผล่หน้ามาให้ฉันเห็นอีกเข้าใจไหม” “แค่แพรอยากอยู่ใกล้คุณนี่คะ” “ฉันบอกแล้วไงอย่าเข้ามาใกล้ฉัน” เขาถอยหลังไปหนึ่งก้าว แต่แปลกแทนที่เขาจะรังเกียจ แต่แววตาคู่นั้นที่มองเขามันทำให้ควบคุมตัวเองไม่อยู่ “ทำไมล่ะคะ หรือจะกลัวว่าพี่จะใจอ่อน?” เธอตอบกลับอย่างไม่มีเกรงกลัว น้ำเสียงทิ่มแทงแต่เธอก็ยังยืนนิ่งไม่ถอย “ฉันอยากจะฆ่าเธอไง!” ปรินวัชร์ก้าวเข้ามาใกล้จนเงาเขาทาบบนตัวเธอ ดวงตาของเขาเย็นลง “กลัวจังเลย” เธอหัวเราะเบาๆ เมื่อเขาจากไปอย่างหัวเสีย คงจะต้องหาทางไปยกเลิกการหมั้นหมายไม่อย่างนั้นคงได้ตายอีกรอบแน่ พัชระเดินเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ สีหน้าเกร็งชัดเจนเหมือนคนกำลังถือข่าวร้ายมาแจ้ง เขาเอ่ยเสียงเรียบแต่แผ่ว ก่อนจะยื่นแผ่นกระดาษออกไป “รายงานค่าใช้จ่ายของคุณแพรครับ วันนี้เธอรูดบัตรไปสองล้านกว่าครับ” เสียงปากกาที่เจ้านายถืออยู่หล่นกระแทกโต๊ะดัง ปรินวัชร์เงยหน้าขึ้นทันที ดวงตาคมวาวด้วยความตกใจปนโมโห “ว่าไงนะ! ยัยนั่นเป็นบ้าอะไรขึ้นมาสองล้าน?” “นี่รายงานครับ” พัชระรีบก้มหน้าตอบ “เธอกำลังท้าทายฉันสินะ…” ปรินวัชร์กัดฟันกรอด เสียงเย็นเฉียบจนบรรยากาศในห้องเหมือนจะหยุดนิ่ง เขาโยนแฟ้มลงบนโต๊ะเสียงดัง ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่แฝงความเดือดดาล “เตรียมรถ ฉันจะไปหาเธอเอง!” “ครับ จะให้แจ้งคุณแพรก่อนมั้ยครับ?” พัชระกลืนน้ำลายลงคอ “ไม่ต้อง!” เขาตอบทันควันน้ำเสียงนั้นทั้งกร้าว และเย็นจัดชนิดที่แม้แต่ลูกน้องอย่างพัชระยังไม่กล้าเอ่ยอะไรอีกแม้แต่คำเดียว พิมพ์แพรพลอยทิ้งตัวลงนั่งที่โชฟาการอยู่บ้านของปรินวัชร์ มันแสนจะน่าเบื่อเจ้าของร่างอายุก็เข้ายี่สิบสี่แล้ว ไม่คิดจะหางานทำบ้างหรือไง ไม่รู้ว่าต้องเป็นคู่หมั้นของเขาอีกนานแค่ไหน เธอหยิบแผ่นกระดาษที่เป็นรูปของตัวเองคิดถึงบรรยากาศเก่าๆ เธอแค่ผู้หญิงจนๆ คนหนึ่งที่ดันโชคร้ายป่วยด้วยโรคมะเร็งไม่พอ แม่ยังจะแช่งให้เธอตายไวๆ ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงมาอยู่ในร่างนี้ “รูปใครน่าเกลียดชะมัด” เสียงแผ่นกระดาษถูกดึงจากมือของเธอ รอยยิ้มเย็นชาแผ่บนมุมปากของเขาเมื่อเห็นภาพถ่าย “เอาของแพรคืนมา!” “แค่ขอดูนิดหน่อยเองทำเป็นหวง” “เอาคืนมา!” เธอทวงอีกครั้ง “หวงซะด้วยแต่ฉันไม่ให้” มือใหญ่คว้าภาพขึ้นฉีกเป็นชิ้นอย่างแรง เสียงฉีกของกระดาษขาดเติมเต็มความเงียบในห้อง “เห็นไหมฉันฉีกมันขาดแล้ว ต่อไปอาจเป็นคิวของเธอก็ได้” เขาพูดช้าๆ เย็นยะเยือก ดวงตาคล้ายมีประกายคุกคาม ในชั่วพริบตาความรู้สึกถูกละเมิดในอกของแพรปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง เธอไม่คิดต่อยกมือขึ้นตบเข้าที่แก้มเขาดัง เสียงนั้นดังจนในห้องเงียบไป เพียะ! เขาทิ้งชิ้นกระดาษที่เหลือค้างอยู่กับอากาศ ดวงตากว้างด้วยความตกใจมากกว่าความเจ็บ ไม่เคยมีใครกล้าตบเขามาก่อน “เธอกล้าทำ...” เสียงเขาแตก ไร้การควบคุมที่คงเคยมี “นิสัยแบบนี้ไงพี่ฟ้าถึงไม่รัก” “พิมพ์แพรดาว!” เขากัดฟันแน่น เหมือนอีกฝ่ายกำลังตอกย้ำเขา มือหนาคว้าต้นคอเธอไว้แน่นก่อนจะออกแรงบีบลำคอเธอ เขามองเธอดิ้นเอาตัวรอดมองลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาว ไม่ว่าเขาจะทำเลวกับเธอแค่ไหนอีกฝ่ายก็ไม่ยอมไปจากเขาเสียที จนเขามองเห็นตัวเองในดวงตาคู่นั้น ทำให้เขาชะงักและยอมปล่อยเธอให้เป็นอิสระ เขามองหญิงสาวเช็ดน้ำตาตัวเอง “เธอหาทางถอนหมั้นกับฉันซะ ถึงวันนั้นฉันอาจจะเกลียดเธอน้อยลงเธอได้” หญิงสาวร้องไห้ออกมาเพราะความกลัว ไม่อยากคิดเลยที่ผ่านมาเขาทำอะไรกับเจ้าของร่างไว้บ้าง ทำไมพิมพ์แพรดาวถึงรักเขาขนาดนั้น บรรยากาศในไนต์คลับกลางค่ำคืนเงียบกว่าทุกวัน แสงไฟสลัวสะท้อนบนแก้ววิสกี้ที่ปรินวัชร์หมุนเล่นช้าๆ บนโต๊ะ เสียงเพลงแจ๊สเบาๆ คลออยู่ในพื้นหลัง “นี่นายไม่คิดจะตามตอแยฟ้าวันใหม่แล้วเหรอ?” อาเธอร์ที่นั่งฝั่งตรงข้ามมองเพื่อนรักอยู่นาน ก่อนจะถอนหายใจ “ตามไปทำไมล่ะ เธอมีคนของเธอแล้วจะเข้าไปแทรกกลางเรื่องคนอื่นทำไมให้มันดูน่าสมเพช” เขาเหลือบตาขึ้นมามองก่อนจะยกมุมปากเล็กน้อย “แปลกนะ ฉันไม่คิดว่าจะได้ยินคำแบบนี้จากปากนาย ก็ไหนตอนนั้นบอกว่าฟ้าวันใหม่เป็นผู้หญิงคนแรกที่นายจีบจริงจังไง” อาเธอร์ขมวดคิ้ว “อย่าพูดถึงผู้หญิงคนนี้อีกได้ไหม” เขาหัวเราะเบาๆ แต่ในน้ำเสียงกลับมีแววเหนื่อยล้า ยกแก้วขึ้นดื่มรวดเดียวหมดก่อนจะวางลงแรงพอให้เกิดเสียงดัง “ตอนนี้ฉันแค่ไม่อยากยุ่งกับใครอีกแล้ว โดยเฉพาะผู้หญิง” “พูดแบบนี้แสดงว่ามีใครทำให้นายปวดหัวอยู่สินะ คุณแพรเขาน่ารักไม่แพ้พี่สาวเขาเลยนะ” ตอนที่ทั้งสองหมั้นหมายกันเขายังตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น “หึ” ปรินวัชร์ไม่ตอบ เขาเพียงหัวเราะในลำคอเบาๆ สายตาเหม่อไปยังด้านนอกกระจกที่ฝนเริ่มโปรย “แสดงว่าคิดมากเรื่องคุณแพรอยู่” อาเธอร์มองเพื่อนอย่างรู้ทัน “อย่าพูดชื่อเธอฉันไม่อยากนึกถึง” เขาชะงักมือที่ถือแก้วนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะวางลงช้าๆ แต่ในแววตาของเขากลับสะท้อนภาพของหญิงสาวคนนั้นอย่างชัดเจน คนที่เขาไม่อยากนึกถึงกลับกลายเป็นภาพเดียวที่วนซ้ำอยู่ในหัวไม่รู้จบ “แล้วจะเอาไงต่อ” “ฉันก็จะหาทางทำให้ผู้หญิงคนนั้นทนไม่ไหวแล้วขอถอนหมั้นไปเอง” ครั้งนี้เธอคงหมดรักเขาทันที ที่ผ่านมาเขาทำร้ายหญิงสาวสารพัด แต่ก็ยังทนไม่ยอมไปไหน “หายากนะโว้ยคนที่ทนเราได้” “งานเลี้ยงพรุ่งนี้ฉันจะพาพิมพ์แพรดาวไปด้วย” “แต่พรุ่งนี้ไม่ใช่งานที่จะพาผู้หญิงออกงานด้วยนะโว้ย” เขาแปลกใจว่าเพื่อนคิดจะทำอะไรกันแน่ “ผู้หญิงคนนั้นไม่มีค่าอะไรสำหรับฉันหรอก” หายไปจากโลกนี้ได้ก็ยิ่งดี “ไอ้ปริ้นท์!” “ฉันไม่ลวงไปฆ่าทิ้งหรอกเปลืองกระสุน” เขายกเหล้าขึ้นดื่ม พร้อมกับแผนร้ายของวันพรุ่งนี้ที่เขาจะมอบให้กับพิมพ์แพรดาว “มองหน้าฉันทำไม” “วันไหนนายหลงรักคุณแพรขึ้นมา ฉันจะสมน้ำหน้าคนแรก” “ต่อให้ผู้หญิงบนโลกเหลือแค่พิมพ์แพรดาว ฉันก็ไม่เลือกเธอ” เขามั่นใจว่าไม่มีทางรักอีกฝ่ายแน่ หากเขาจะรักเขารักไปนานแล้ว
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD