แฟนเก่าตัวดี
ใครว่าการเรียนจบคือจุดหมายของการใช้ชีวิต ทิชาขอเถียงขาดใจ เพราะสำหรับเธอนั้น การเรียนจบเป็นแค่เพียงการเริ่มต้นเท่านั้น และตอนนี้คนอื่นก็ก้าวนำไปไกลแล้ว มีแต่เธอ... ที่ยังคงอยู่จุดเดิมที่เรียกว่า จุดเริ่มต้น
“ทิชา”
“หือ?”
คนถูกเรียกเหมือนหลุดออกมาจากภวังค์เมื่อถูกเพื่อนเรียกชื่อ ก่อนจะหันกลับมามองมินตรา เพื่อนร่วมแก๊งหลังจากเพิ่งก้าวขาลงจากรถของอีกฝ่าย
วันนี้เป็นวันเกิดของพราว เพื่อนที่อยู่ร่วมแก๊ง ทุกคนต่างพูดถึงที่ทำงานใหม่กันอย่างตื่นเต้น คงมีแค่เพียงทิชาที่จนกระทั่งถึงตอนนี้ยังหางานไม่ได้
“เป็นอะไรหรือเปล่า”
“เปล่า แค่เมาน่ะ”
เธอโกหกไปแบบนั้น และแน่นอนว่ามันไม่เนียน เพราะเธอเริ่มเหม่อและนั่งเงียบตั้งแต่ยังไม่ทันได้ดื่มแล้ว
“แกไม่ต้องคิดมากเลย เรื่องงานถ้ายังไม่มีที่ไหนรับ แกมาทำกับฉันก็ได้ พ่อฉันอนุมัติให้แกได้สบาย”
ทิชาเพียงแค่ยิ้มตอบกลับบาง ๆ เธอไม่ได้มีเส้นมีสายเหมือนคนอื่น การทำงานกับบริษัทในฐานะเด็กจบใหม่ไม่ใช่เรื่องง่ายจริง ๆ เพราะที่ไหนก็ต้องการคนมีประสบการณ์กันทั้งนั้น
“ขอบใจมากนะแก”
“อืม ไม่ต้องคิดมาก กลับละ”
อีกฝ่ายโบกมือให้กับทิชา ก่อนจะบึ่งรถออกไปจากหน้าหอพัก ทิชาถอนหายใจอออกมาเสียงแผ่วเบา แล้วหันหลังเดินตรงขึ้นมาที่ห้องของตัวเอง ปกติแล้วที่หอนี้จะเงียบมาก ซึ่งวันนี้มันก็เงียบเหมือนทุกวัน แต่ทำไมนะ เธอถึงได้รู้สึกว่ามันแปลก ๆ ยังไงชอบกล
ทิชาเดินมาจนถึงห้อง เธอเปิดประตูเข้ามาในห้องมืด ๆ ไม่มีแม้แต่แสงสว่าง นั่นแสดงว่าแฟนหนุ่มของเธอยังไม่กลับมา
“กลับดึกอีกแล้วเหรอเนี่ย”
คนตัวเล็กพึมพำก่อนจะกดเปิดสวิตช์ไฟและวางกระเป๋าสะพาย จากนั้นก็หย่อนก้นนั่งลงที่เก้าอี้ด้านหน้าจอคอมพลางสะบัดหน้าไล่ความคิดพวกนั้นออกไปจากหัว
ทั้งความคิด ทั้งฤทธิ์แอลกอฮอล์เริ่มตบตีกันอย่างหนักจนเวียนหัวไปหมด
เธอหยิบโทรศัพท์มาตรวจสอบดูว่าบาสส่งข้อความอะไรมาบ้างหรือเปล่า แต่กลับไร้วี่แวว ข้อความสุดท้ายที่คุยกันคือเมื่อวันก่อนด้วยซ้ำ
ปกติแล้วบาสกลับดึกเป็นประจำ เขามักจะไปเล่นบอลหรือไม่ก็ออกไปดื่มกับเพื่อน ๆ ความใส่ใจไม่เคยมีเหมือนเมื่อก่อน นั่นอาจเป็นเพราะว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่มันเริ่มจาง
บาสคือรักแรกของทิชา เขาเป็นฝ่ายเข้าหาเธอและใช้เวลาเป็นปีกว่าจะจีบติด ชีวิตมหาวิทยาลัยของเธอมีแต่เขา ส่วนเขา... มีแต่เพื่อน
ทิชากดเปิดหน้าจอคอมที่เธอหางานค้างเอาไว้ สายตาเริ่มกวาดมองหาอีเมลตอบกลับมา แต่ก็ยังคงเงียบเช่นเคย
เสียงลมหายใจดัง ๆ พ่นออกมาอีกครั้ง การหางานในเศรษฐกิจช่วงนี้ช่างยากเย็นเหลือเกิน ในขณะที่เธอทิ้งศีรษะพิงพนักเก้าอี้ด้วยความรู้สึกเหน็ดเหนื่อย จู่ ๆ ประตูห้องก็ถูกกระชากเปิดเข้ามาอย่างแรงจนทิชาสะดุ้ง รีบหันขวับกลับไปมอง
“บาส บอกกี่ทีแล้วว่าเวลาเปิดประตูให้เปิดเบา ๆ”
เธอรีบต่อว่าสีหน้าดุ ทว่าชายร่างใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงยีนขายาวสีซีดกลับไม่สนใจเลย มาถึงเขาก็แสดงท่าทีลุกลี้ลุกลนดูแปลก ๆ บาสหันมองซ้ายแลขวาทั้งยังมีเสียงลมหายใจที่หอบเหนื่อยเหมือนกับวิ่งหนีอะไรมา
“บาสจะไปไหนอีก”
ทิชารีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงานด้วยท่าทีแปลกใจ เมื่อเห็นว่าบาสกำลังคว้ากระเป๋าเป้ออกมาเก็บเสื้อผ้าในตู้อย่างลวก ๆ ก่อนจะรวบของใช้ที่จำเป็นใส่กระเป๋าพลันรูดซิปอย่างลนลาน
“พะ พอดีว่าญาติที่บ้านเสียกะทันหันน่ะ เลยต้องรีบกลับบ้านต่างจังหวัด”
แม้แต่ตอนที่บาสเอ่ยตอบทิชา เขายังไม่แม้แต่จะมองเธอ รีบก้มเก็บของจนเสร็จ รูดซิปกระเป๋าเป้แล้วสะพายขึ้นหลังเตรียมที่จะออกจากห้อง
“ใครเสียเหรอ เรารู้จักไหม ให้เราไปช่วยงานเปล่า”
เธอรีบเสนออย่างเป็นห่วง เพราะตอนนี้ใบหน้าของบาสซีดมาก เหมือนกับกำลังช็อกและตกใจกลัวต่ออะไรบางอย่าง
“ไม่เป็นไร ไปนะ”
เขากำลังจะออกไปจากห้อง แต่ทิชาก็คว้าแขนไว้อีก
“ดึกขนาดนี้จะไปยังไง”
อีกฝ่ายไม่ตอบ แต่กลับสะบัดมือทิชาออกอย่างแรงจนเธอหน้าเสีย
“ไม่เป็นไร ไปกับไอ้เติ๊ดน่ะ เธอรอที่หอนี่แหละ ไม่กี่วันก็กลับมาแล้ว หลังจากฌาปนกิจญาติเสร็จจะรีบมาเลย ไว้เจอกันนะ”
“...”
คนตัวเล็กมองประตูที่ปิดใส่หน้าอย่างงุนงง ทุกอย่างมันเกิดขึ้นไวมาก ไวเสียจนเธอตั้งรับไม่ทัน การกระทำของบาสมันดูแปลก ๆ เขาไม่เคยสนใจญาติพี่น้องของตัวเองด้วยซ้ำ แต่ทำไมรอบนี้ถึงได้ทำทีเหมือนจะต้องไปวันนี้ให้ได้
ทิชาละความสนใจจากคนรักของเธอ ก่อนจะกลับมานั่งที่เก้าอี้โต๊ะทำงานแล้วทำการค้นหางานใหม่