พรรณวดี หรือ เหมียว บุตรสาวของเจ้าพรรณราย ธิดาเจ้าจันทร์เจ้าแห่งคุ้มวงศ์บุรี หญิงสาวเป็นญาติสนิทกับพ่อเลี้ยงไรวินท์เจ้าพ่อธุรกิจกาแฟแบบครบวงจรทางภาคเหนือ เธอเป็นผู้รับมรดกเพียงหนึ่งเดียวจากมารดาที่เสียชีวิตไปตั้งแต่วัยสาว อันได้แก่ ไร่อิงดาว ที่ดินและบ้านในเชียงใหม่ เงินสดจำนวนหนึ่ง เธอถูกเลี้ยงดูมาโดยบิดาและมารดาเลี้ยงที่กรุงเทพฯ สลับกับมาอยู่ที่เชียงใหม่โดยมีเจ้าพรพรรณผู้เป็นป้าดูแล พอเรียนจบมัธยมปลายเธอก็ไปเรียนต่อที่อเมริกา เพิ่งกลับมาเมืองไทยตอนที่เรียนจบแล้ว
อินทัช หนุ่มนักเรียนนอกที่ไม่มีที่มาที่ไป ไม่มีใครรู้จักถิ่นฐานบ้านช่องของเขา สมัครมาทำงานที่ไร่ของไรวินท์ในตำแหน่งผู้จัดการไร่ และเมื่อไรวินท์สัมภาษณ์รู้สึกถูกชะตาจึงรับทันที โดยปกติเขาทำงานเก่ง มีวิสัยทัศน์ไกล มองอะไรขาด การตัดสินใจดี มนุษยสัมพันธ์ดี แต่ถ้านอกเวลางานแล้วโลกส่วนตัวสูงมาก ชอบอยู่คนเดียว พูดน้อย
พรรณวดีที่มีไร่ติดกับไร่ไรวินท์มักจะแวะเวียนมาที่ไร่ของญาติผู้พี่เสมอ ในยามที่เธอมาไร่ของตัวเอง วันนี้ก็เช่นกัน
"พี่ว่าเราควรจะจริงจังกับไร่กาแฟได้แล้วนะเหมียว" ไรวินท์ออกความเห็น
"ก็จริงจังอยู่นะคะ" เธอตอบ
ไรวินท์เลิกคิ้ว "ไอ้การที่เธอไปๆ มาๆ มาไร่ปีละสองครั้ง ปล่อยคนเฝ้าไร่ทำกันตามมีตามเกิดนี่เรียกจริงจังเหรอ"
"แหม...น้องไม่มีผจก.แบบพี่นี่คะ" เธอลากเสียง
"ก็พี่บอกแล้ว ให้หาผจก.สักคนมาช่วยบริหารงาน หรือจะให้อินทัชทำสองไร่ก็ได้นะ พี่ไม่ว่า"
หากแต่น้องสาวส่ายหน้าพรืด "ไม่ล่ะค่ะ น้องว่าคนของพี่แปลกๆ "
"ทำไมเหรอ เราว่าอินทัชเป็นยังไง" พี่ชายย้อนถาม
"ไม่รู้สิคะ เหมียวว่าเขาไว้ใจไม่ได้" ไรวินท์ส่ายหน้าด้วยความระอาน้องของตัวเอง แต่ก็ไม่พูดอะไรอีก
##################
หกเดือนต่อมา เธอได้รับโทรศัพท์กลางดึก หน้าจอขึ้นเบอร์แปลกๆ ที่ไม่คุ้นตา
"สวัสดีค่ะ"
"สวัสดีครับคุณพรรณวดี ผมอินทัชนะ" เสียงทุ้มที่ผ่านมาทางโทรศัพท์ทำให้เธอใจกระตุก อย่างไม่รู้ตัว หากแต่สิ่งที่เขาพูดต่อมาทำให้เธอตกใจมาก
"มีไฟไหม้ครับ อยากให้คุณมาด่วนเลย ไฟไหม้จากไร่อิงดาวลามมาไร่ไรวินท์ ลามค่อนมากข้าง ตอนนี้ไฟยังไม่ดับแต่ผมเเกณฑ์คนไปช่วยดับไฟอยู่"
"แล้วมีใครเป็นอะไรไหมคะ" เธอตกใจ คนที่ไร่อิงดาวมีแต่คนเก่าคนแก่อายุมากทั้งนั้น
"ยังไม่มีใครบาดเจ็บครับ"
"ค่ะ ขอบคุณนะคะ ฉันจะรีบไปพรุ่งนี้เช้าเลย" พรรณวดีใจสั่น ดีว่าตอนนี้เธออยู่ในตัวเมืองเชียงใหม่ เธอมองโทรศัพท์เมมเบอร์ที่คุยเมื่อครู่ "อินทัช" บันทึกไว้ในเครื่อง
#################
เมื่อเธอไปถึงก็พบว่าไรวินท์อยู่ที่นั่นด้วย โดยที่เขาพาแฟนสาวมาเที่ยวที่ไร่กาแฟ เธอถึงบางอ้อเมื่อพบว่าแฟนของพี่ชายคนนั้นชื่อ ชลิดา สาวที่เธอรู้ว่าไรวินท์ตามหามานานหลายปีนั่นเอง จากการพูดคุยก็เข้าใจว่าทำไม ชลิดาสวยมากจริงๆ ขนาดที่ไม่แต่งอะไรมาก และดูว่าน่าจะดุมากด้วย ไรวินท์คนที่เคยออกคำสั่งลูกน้องรัวๆ ยังต้องเกรงใจพี่สะใภ้เธอคนนี้เลย ปกติไรวินท์เป็นคนสุภาพก็จริง แต่ไม่ใช่คนอ่อนโยนมากเท่าไร เธอออกจะทึ่งเมื่อพบว่าเขาพูด "คะขา" กับว่าที่ภรรยาทุกคำ นึกอิจฉาชลิดานิดๆ
ไฟไหม้คราวนี้ไร่อิงดาวของเธอเสียหายมาก ต้นไม้ถูกเผาไปมากกว่า 50% พรรณวดีนึกแค้นใจ
"มันไม่ใช่อุบัติเหตุแน่นอน" เธอพูด
"ครับ" อินทัชพูด เขาได้รับมอบหมายจากไรวินท์ให้เข้ามาช่วยไร่อิงดาวจัดการเรื่องนี้
"คุณคิดว่าเราจะรู้เมื่อไหร่คะ ว่าใครทำ" เธอถามเขา
"อืมม ผมว่าต้องขอสืบหลักฐานสักหน่อย เดี๋ยวผมจะลองสำรวจรอบๆ ไร่ ว่ามีหลักฐานอะไรทิ้งไว้รึเปล่า นอกจากแกลลอนน้ำมันที่เราเจอวันก่อน" อินทัชกล่าว
"ช่วงนี้ผมจะทำงานช่วงเช้าที่ไร่ไรวินท์เคลียร์งานในออฟฟิศและเอกสาร ครึ่งวันหลังผมจะมาช่วยเรื่องนี้ที่ไร่อิงดาวนะครับ"
"ค่ะ ต้องการอะไรไหมคะ เช่นห้องทำงาน" เธอถาม
"คงไม่ต้องหรอกครับ แต่มีที่เป็นสัดส่วนก็ดี"
"งั้นคุณใช้ห้องทำงานฉันละกัน มันว่างอยู่" เธอสรุป
#################
หลังจากที่อินทัชมาช่วยดูเรื่องเพลิงไหม้ และต้องทำการฟื้นฟูไร่ใหม่ เขาพบว่าที่เละเทะไม่ใช่แค่ระบบงานของไร่อิงดาว แต่มันเละเทะตั้งแต่ห้องทำงานของเจ้าของไร่ทีเดียว เพราะพรรณวดีแทบไม่เคยมาสนใจอะไรมากมาย ใบเสร็จค่าปุ๋ยค่ายาให้คนซื้อมาก็วางกองๆ กันไว้บนโต๊ะทำงานนั่นเอง เขาต้องเสียเวลาไปหลายวันในการจัดการมันให้เข้าที่
วันหนึ่งเขาได้รับการติดต่อจากอารยาลูกสาวพ่อเลี้ยงพรเทพเจ้าของไร่ข้างเคียง ผู้ตกเป็นผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่งในการวางเพลิง ว่าต้องการพบเขาเธอเดินทางมาพบเขาที่ไร่อิงดาว แต่เขาปฏิเสธการรอมชอมโดยอ้างว่ามันเป็นเรื่องการตัดสินใจของไรวินท์เอง ทำให้อารยาต้องกลับไป เมื่อพรรณวดีรู้เรื่องนี้ในวันต่อมา เธอโกรธจนตัวสั่นเพราะเข้าใจว่าอินทัชร่วมมือกับอารยา เธอจึงตามไปพบอินทัชที่ไร่ไรวินท์ในวันรุ่งขึ้น