“อะไรนะครับ พ่อ”
เอเดน ราล์ฟ มาเฟียหนุ่มผู้ดำรงตำแหน่งประธานบริหารธุรกิจสายการบินและโลจิสติกส์ข้ามประเทศที่คนใช้บริการอันดับหนึ่งจ้องใบหน้าของบิดาเขม็ง หัวคิ้วกดเข้าหากันหลังได้ฟังคำพูดบางคำที่ชาตินี้ไม่คิดว่าจะได้ยินมาก่อน
“พ่อบอกให้แกหมั้นกับพริ้มพราว ลูกสาวของอาพีท”
ดวงตาคมกริบทรงเสน่ห์วาววับ กรามแกร่งขบแน่นจนสันขึ้นนูนหลังได้ฟังภาษาไทยสำเนียงแปร่งหูอีกครั้ง
“พ่อก็รู้ว่าผมมีแฟนแล้ว ผมกับดาคบกันมาหลายปี เรารักกันมาก อยู่ ๆ พ่อจะทำเหมือนไม่เคยรับรู้ว่าผมมีแฟนแล้วบังคับให้ผมหมั้นกับผู้หญิงที่ไหนไม่รู้ แบบนี้มันไม่ถูกต้อง”
ใบหน้าที่คล้ายคนเป็นพ่อดูดุดันน่ากลัวจนคนเป็นแม่ซึ่งนั่งอยู่ข้างกันบนโซฟาตัวยาวต้องยื่นมือไปแตะแขนเพื่อเรียกสติ
“หนูพราวไม่ใช่ผู้หญิงที่ไหนไม่รู้ พ่อขอน้องไว้ให้หมั้นหมายกับแกตั้งแต่ยังเด็กแล้ว แกกับผู้หญิงคนนั้นต่างหากที่คบกันอย่างไม่ถูกต้อง”
“ผมไม่ได้รับรู้ด้วย อีกอย่างผมมีแฟนแล้ว เรื่องบ้า ๆ นี่ก็ควรถูกยกเลิก”
“แกก็รู้ว่าพ่อไม่เคยยอมรับแฟนแก”
“ทำไมครับพ่อ ดาไม่ดีตรงไหน”
“ก็ไม่ดีตรงที่เป็นลูกหลานไอ้คนตระกูลสมิธไง พ่อห้ามแกตั้งกี่ครั้งแล้ว แกก็ไม่ยอมฟัง ยังจะดึงดันคบ พ่อบอกแกแล้วใช่ไหมว่าถ้าขืนคบกันไปก็ไม่มีทางได้แต่ง ทีนี้แกเชื่อพ่อหรือยัง”
แอรอน มาเฟียสัญชาติอเมริกันวัยกลางคนที่ยกตำแหน่งการบริหารให้ลูกชายทั้งสองคนตบโต๊ะดังปัง ทำเอาภรรยาที่แต่งงานอยู่กินกันเพราะถูกจับคลุมถุงชนสะดุ้งโหยง เอเดนจึงขยับเข้าใกล้แล้วโอบกอดแม่แนบอกเพื่อปลอบใจ
“แล้วถ้าผมไม่หมั้นล่ะครับ”
“เอเดน...”
สิริมาเรียกลูกชายเสียงเบา ขืนตัวออกจากอ้อมกอด สบตาลูกชายแล้วส่ายหน้าห้าม
“แม่ครับ พ่อกับแม่ถูกจับแต่งงานแบบคลุมถุงชน ชีวิตครอบครัวไม่มีความสุข พ่อมีเมียน้อย มีลูกชายโผล่ขึ้นมาอีกคนนอกจากผม มีแต่เรื่องวุ่นวายในบ้าน แค่นี้มันยังไม่มากพอที่จะทำให้พ่อกับแม่ได้รู้อีกเหรอครับว่าไม่ควรบังคับใครแต่งงานกันทั้งที่ไม่ได้รัก”
“เอเดน มันจะมากเกินไปแล้วนะ” คนเป็นพ่อที่ไม่อยากจะยอมรับความผิดตบโต๊ะอีกครั้งแล้วสบถออกมาเป็นภาษาอังกฤษ
“ไม่มากไปหรอกครับ แต่ถ้าพ่ออยากได้ผู้หญิงคนนั้นนัก ก็แต่งงานเองเลยสิ มีเมียเพิ่มอีกสักคนคงไม่ทำให้ผมกับแม่เสียใจไปมากกว่านี้แล้ว”
สองพ่อลูกจ้องตากันเขม็ง แววตากร้าวดุของเอเดนทำให้แอรอนรู้ได้ในทันทีว่าเรื่องนี้จะไม่มีทางบังคับขืนใจลูกชายได้ง่าย ๆ หากไม่งัดไม้เด็ดมาใช้
“แกคงไม่รู้ว่าหนูพราวมีความสำคัญแค่ไหน ลูกสาวตระกูลคลาร์กที่มีทั้งอำนาจและเงินทองมหาศาลอยู่ในมือ ต้องได้เป็นมาดามของประธานอาร์เอฟกรุ๊ปเท่านั้น แล้วถ้าแกไม่ยอมแต่ง พ่อก็จะให้แอนดริวแต่งแทน แกอยากสลับหน้าที่กับน้องก็ได้ ตามใจแก แกคงสบายใจถ้าลดตัวเองลงไปเป็นรองประธานแล้วได้แต่งงานกับคนที่แกรัก ถ้าแกยอมแลก พ่อก็จะเอาตามนั้น” สำเนียงแปร่งหูดังขึ้นอีกครั้ง
เอเดนกัดกรามกำมือแน่น แววตาลุกโชน หากเขาต้องยกทุกอย่างให้น้องชายซึ่งเป็นลูกเมียน้อยที่เข้ามาแย่งความรักและทำร้ายให้แม่ผู้แสนดีของเขากลายเป็นผู้หญิงที่ทุกข์ตรมที่สุด เขายอมตายดีกว่า
“ครับพ่อ ผมจะหมั้นกับผู้หญิงคนนั้นตามที่พ่อต้องการ”
“คุณคะ ไม่บังคับลูกไม่ได้เหรอ” สิริมาพยายามช่วยพูด แม้เธอจะไม่เคยมีบทบาทสำคัญในครอบครัวเลยก็ตาม
“แล้วคุณอยากให้ลูกแต่งงานกับทายาทปลายแถวของศัตรูเรางั้นเหรอ คุณสิ”
“เรื่องมันตั้งแต่สมัยคุณพ่อแล้ว ผ่านมาแทบจะเท่าอายุเราแล้วนะคะ ฝ่ายนั้นเองก็ห่างจากทางอเมริกามาตั้งแต่พ่อของรดายังเด็ก ฉันว่าทางนั้นอาจจะไม่คิดอะไรเรื่องนี้แล้วก็ได้”
“เพราะคุณกับลูกประมาทแบบนี้ไง ถึงมีเรื่องวุ่นวายในครอบครัวและบริษัทเราไม่จบไม่สิ้น”
“เรื่องวุ่นวายในบ้านก็ไม่ใช่เพราะเมียน้อยพ่อเหรอครับ ส่วนเรื่องในบริษัทก็ไม่ใช่เพราะไอ้ลูกชายสุดที่รักของพ่อหรือไง อย่าคิดว่าผมไม่รู้นะครับว่ามันจ้องจะแย่งตำแหน่งของผม”
“แกเป็นพี่ชายประสาอะไร ไม่เคยรักน้อง” คนเป็นพ่อตวาดก้อง
“เพราะแม่มันทำแม่ผมเสียใจไงครับ จะให้ผมรักมันได้ยังไง”
“พอ แกเลิกพูดเรื่องแบบนี้เสียที พ่อไม่อยากฟัง แล้วตกลงจะยกตำแหน่งประธานบริหารกับมาดามคนใหม่ของราล์ฟให้แอนดริวไหม พ่อจะได้จัดการให้”
“ไม่ครับ ทั้งตำแหน่งประธานบริหาร ทั้งมาดามคนใหม่ของราล์ฟ ผมไม่ยกให้ใครทั้งนั้น”
“ดี งั้นก็เตรียมตัว พ่อจะพาแกกับแม่ไปหาอาพีทที่บ้าน ไม่ได้ไปนานแล้วนี่ เคยเจอน้องแค่ตอนเด็ก ๆ ตอนนี้น้องโตเป็นสาวแล้ว สวยมาก ถ้าแกเห็นหน้าน้องอาจจะลืมแฟนแกไปเลยก็ได้”
“ครับ แต่ผมบอกพ่อไว้ก่อนว่าเรื่องผู้หญิงคนนั้นอย่ามาคาดหวังอะไรกับผมมาก ผมไม่ได้รัก ไม่ได้ชอบ เผลอ ๆ อาจจะเกลียด ถ้าผมทำผู้หญิงคนนั้นเสียใจ พ่อก็ไปแก้ตัวกับคุณอาเอาเองแล้วกันนะครับ ผมไม่เกี่ยว”
พูดจบก็ลุกขึ้นเดินออกจากบ้าน จุดหมายปลายทางคือผับหรูแห่งประจำที่นัดกับเพื่อนไว้
*****************
“ไม่เอา พราวไม่หมั้น”
พริ้มพราววางช้อนเสียงดัง ทั้งยังถลึงตาใส่คนเป็นพ่อที่เลี้ยงดูเธออย่างตามใจราวเจ้าหญิง แต่วันนี้กลับจะบังคับให้เธอหมั้นหมายและแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่เคยรู้จัก
“พราว อย่าทำกิริยาแบบนี้ใส่พ่อ” คนเป็นแม่ปราม
“แม่คะ แม่เข้าข้างพ่อเหรอคะ หรือแม่เองก็เห็นดีเห็นงามกับพ่อที่จะจับพราวคลุมถุงชนกับลูกชายมาเฟีย”
ลูกสาวคนรองเสียงดัง น้ำตาเอ่อคลอหน่วย ทำเอาคนเป็นพ่อเกือบใจอ่อน
“แม่ก็ไม่ได้เห็นด้วยกับพ่อ แต่ในเมื่อผู้ใหญ่ตกลงกันนานแล้ว แถมตอนนี้คุณลุงยังมาทวงสัญญา จะให้พ่อผิดคำพูดเหรอลูก”
“แล้วทำไมไม่มีใครถามพราวก่อนสักคำที่จะรับหมั้นคุณลุงล่ะคะ คุณลุงนี่ก็ยังไง นายเอเดนนั่นหน้าตาขี้เหร่นักเหรอคะ อายุตั้งสามสิบแล้วยังหาแฟนไม่ได้ เลยมาทวงสัญญากับพ่อ”
“เขาไม่ได้ขี้เหร่สักนิด หล่อมาก หน้าออกฝรั่งคล้าย ๆ คุณลุงนั่นแหละ พี่เจอหน้าหลายครั้งแล้วในงานเลี้ยง”
พิพัฒน์ตอบคำถามน้องสาวแทนพ่อแม่ แม้จะไม่เห็นด้วยที่จะจับน้องสาวหมั้นหมายกับคนที่ไม่ได้รัก แต่ถ้าเป็นเอเดนคนนี้ก็ไม่มีอะไรน่ารังเกียจเลยสักนิด
“พี่พอร์ชเองก็เป็นไปด้วยเหรอ พราวไม่เชื่อพี่พอร์ชหรอก”
“หล่อจริงพี่พราว ผมเคยเจอแล้ว ในงานปาร์ตี้ล่าสุดผมกับพี่พอร์ชก็ยังเจอ แต่เอ๊ะ พ่อครับ ผมว่าพี่เขาอาจจะมีแฟนแล้วนะ เห็นควงผู้หญิงไปด้วย” พิธานเอ่ยค้าน
“อืม มีแฟนแล้ว แต่ลุงแอรอนของพวกแกไม่ยอมรับ ก็สายตระกูลไม่ลงรอยกันนั่นแหละ เลยมาทวงสัญญาจากพ่อ อยากให้เอเดนรีบแต่งงานกับยัยพราว จะได้เลิกยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงคนนั้น”
“ฮะ อะไรนะคะ นี่พ่อแม่เห็นดีเห็นงามให้พราวแย่งแฟนชาวบ้านเหรอคะ” พริ้มพราวโวยวาย
“ฮึ่ม ยังไงสองคนนั้นก็ไม่มีทางไปกันรอด ลุงแอรอนไม่ยอมให้แต่ง ยังไงก็ต้องเลิก ต่อให้ไม่ใช่พราว ยังไงเอเดนก็ต้องแต่งงานกับผู้หญิงที่ครอบครัวหาให้อยู่ดี” พิรัชย์พูดกับลูกสาวอย่างใจเย็น หวังให้เจ้าหญิงผู้แสนเอาแต่ใจสงบลง
“งั้นก็ไปหาผู้หญิงคนอื่นสิคะ พราวไม่เต็มใจ พราวไม่อยากแย่งแฟนใคร แล้วก็ยังไม่อยากแต่งงานด้วย” เอ่ยอย่างมีความหวัง แต่ก็ต้องหน้ามุ่ยอีกครั้งเมื่อพ่อไม่เห็นด้วย
“ไม่ได้ พราวกับเอเดนเป็นคู่หมายกัน ยังไงภรรยาเอเดนก็ต้องเป็นพราว อีกอย่างลูกสาวของพ่อก็เหมาะกับตำแหน่งมาดามตระกูลราล์ฟที่สุด เหมือนกับเอเดนที่เหมาะกับตำแหน่งเขยตระกูลคลาร์กที่สุดนั่นแหละ”
พริ้มพราวทิ้งแผ่นหลังพิงพนักเก้าอี้ ถอนหายใจพรืด ไม่คิดเลยว่าพ่อจะเป็นเอามากขนาดนี้ ทั้งที่ตัวเองได้แต่งงานกับคนที่รัก ไม่มีใครบังคับอะไรได้ด้วยซ้ำ แต่กลับมาทำกับคนเป็นลูกอย่างเธอได้ลงคอ
“พ่อใจร้าย”
“หมั้นกับพี่เขาไปก่อน พ่อไม่ได้เร่งให้ลูกสองคนรีบแต่งงาน ใช้โอกาสนี้ทำความรู้จักกัน ถ้าวันหนึ่งลูกเข้ากันไม่ได้จริง ๆ พ่อก็จะไปปฏิเสธงานแต่งกับลุงแอรอนด้วยตัวของพ่อเอง”
เพราะในอดีตดันรับคำของพี่ชายที่สนิทสนมกันดีจนกลายเป็นบ่วงรัดคอลูกสาว แต่จะให้ปฏิเสธตอนนี้ก็เสียผู้ใหญ่ จึงจำต้องยอมให้ลูกหมั้นหมายกับอีกฝ่ายเพื่อเรียนรู้กันก่อน หากวันหนึ่งไม่เป็นไปอย่างที่ผู้ใหญ่คิด เขาเองก็พร้อมที่จะทวงอิสระคืนให้ลูกเช่นกัน
“สัญญาแล้วนะคะพ่อ ถ้าพราวเข้ากับนายมาเฟียนั่นไม่ได้ พ่อต้องถอนหมั้นให้พราวด้วย”
ในที่สุด พริ้มพราวก็ยอมทำตามความต้องการของพ่อ ด้วยรู้ดีว่าคำสัตย์สัญญามีความสำคัญมากแค่ไหน ไม่แน่ว่าฝ่ายชายที่มีคนรักเป็นตัวเป็นตนอาจเป็นฝ่ายทนไม่ได้จนต้องขอถอนหมั้นกับเธอไปก่อนก็เป็นได้