“มึงจะนั่งจ้องโทรศัพท์อีกนานไหมไอ้ไฟ” ฌอห์ณมองหน้าเพื่อนที่เอาแต่นั่งจ้องหน้าจอ ทั้งที่นัดออกมาดื่มเหล้าแต่มันก็เอาแต่นั่งเฝ้าโทรศัพท์ “กูมีลางสังหรณ์” ไฟพูดพลางเคี้ยวหมึกบดที่เป็นกับแกล้ม “มันไม่ใช่ลางสังหรณ์เขาเรียกว่าบ้า มึงมันบ้า” พูดจบคาถาก็ส่ายหัว “ถูกของไอ้ถา ถ้ามึงรักเขาหวงเขาขนาดนั้นทำไมไม่ชัดเจนไปเลยว่าไม่อยากให้ไป ขังไว้ก็สิ้นเรื่อง” ทูเอ่ย “กูรักดาว แต่ดาวก็ต้องมีสังคม กูอยากเป็นแฟนที่ใจกว้าง” “แต่สันดานมึงไม่ได้เป็นคนใจกว้างไง มึงไม่ใช่คนใจกว้าง มึงมันคนขี้หึงขี้หวง” คาถาพูดอีกครั้ง “ป่านนี้ถ่านไฟเก่าคงร้อนระอุ” จัสตินพูดขึ้นบ้าง “บางทีอาจจะไปอยู่ ไม่สิ ไปค้างบ้านที่เคยจะเป็นเรือนหอ” คาถาเสริม “ไปแอบดูดีไหมวะ กูไม่เมา” “พวกมึงก็รู้ว่ามันกำลังบ้า จะไปพูดให้มันคิดทำไม แค่นี้มันก็จินตนาการไปไกลแล้ว” พูดจบเสี่ยตี้ถอนหายใจ ไอ้พวกนี้มันก็ขยันแกล้งไอ้ไฟเหลือเกิน “ไอ้ไฟ ถ้าเร

