บทที่ 5 คุณอาขา ไม่รักหนูษาเลยหรือคะ?

1816 Words
วริษาที่ถูกขอให้ออกมารอนอกห้องน้ำนั่งคอยคุณอาซึ่งขอเวลาจัดการตัวเองให้เรียบร้อยอยู่บนเตียงด้วยความประหม่า ภาพของเจ้าท่อน ยักษ์ที่พ่นน้ำออกมาเป็นจำนวนมากกับสีหน้าที่แสดงออกอย่างชัดเจนถึงความต้องการของคุณอา ทำเอาเด็กสาวสัมผัสได้ถึงหว่างขาที่เริ่มกลับมาฉ่ำแฉะอีกครั้ง เธออยากเห็นมันมากกว่านั้น... หนูษาอยากเป็นคนทำให้เขาแสดงสีหน้าพวกนั้นออกมาด้วยตัวเอง ไม่ใช่เพียงเพราะตัวเธอในจินตนาการเหมือนอย่างเมื่อกี้... แกร๊ก... เสียงประตูห้องน้ำที่ถูกเปิดออกมาพร้อมกับร่างสูงของคุณอาที่แม้อายุจะเข้าเลขสี่ แต่กลับดูดีราวกับคนหนุ่มอายุสามสิบกว่า ๆ ทว่าแม้เขาจะเดินตรงมายังทิศทางที่เธอกำลังนั่งรออยู่ก็ตาม แต่คุณอาของเธอกลับไม่ยอมสบตาเธอเลยแม้แต่น้อย "หนูษาครับ คืออา..." ชาญชัยที่พยายามใช้เวลาอันน้อยนิดในห้องน้ำคิดหาหนทางว่าจะพูดกับอีกฝ่ายอย่างไรได้แต่เงียบลงไปกลางคัน ด้วยรู้ดีว่า ‘สิ่งที่ตนทำลงไป’ ไม่ว่าจะแก้ตัวอย่างไร มันก็ฟังไม่ขึ้นอยู่ดี ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยคำว่า 'ขอโทษ' ออกไปดี ๆ เด็กสาวที่นั่งอยู่บนเตียงกลับพุ่งตรงมากอดรัดเขาไว้เสียอย่างนั้น หมับ! "หนูษา?" เพราะไม่เข้าใจเลยสักนิดกับท่าทีของอีกฝ่าย ชาญชัยจึงรู้สึกลังเลไม่น้อยว่าควรจะทำอย่างไรกับสถานการณ์ตรงหน้า มือหนาวางลงบนบ่าน้อยของคนที่กอดเอวตนไว้ไม่ห่างเพื่อจะให้คนตัวเล็กขยับตัวยอมถอยออกมาสบตาเพื่อจะได้คุยกันต่อให้รู้เรื่อง แต่อีกฝ่ายกลับดื้อรั้นด้วยการกอดรัดเขามากขึ้นเสียได้ ร่างสูงได้แต่ทอดถอนใจอย่าปลงตก เพราะแต่ไหนแต่ไรเขาก็ไม่เคยขัดใจอะไรเด็กคนนี้ได้เลยสักครั้ง ชาญชัยเปลี่ยนจากการผลักอีกฝ่ายให้ถอยห่างเป็นการกอดรัดร่างนั้นเอาไว้หลวม ๆ ด้วยแขนทั้งสองข้างอย่างที่ใจจริงอยากทำ ก่อนจะเอ่ยถามออกไปเสียงเบา "หนูษาไม่โกรธอาเลยหรือคะที่อา..." เสียงทุ้มต่ำขาดตอนลงไปอย่างกะทันหัน เมื่อนึกถึงสิ่งที่ตนทำลงไปเมื่อครู่ เขาทำตัวอย่างกับพวกโรคจิตที่แอบหนีไปชักว่าวเพราะเด็กสาวคราวลูก เพราะงั้นเขาจึงอดไม่ได้ที่จะกลัว ว่าเธอจะรังเกียจกัน "คุณอา... คุณอารักหนูษาไหมคะ?" ทว่าสิ่งที่อีกคนถามกลับมา กลับทำให้เขาถึงกับหยุดชะงัก พร้อมกับร่างกายที่เกร็งขึ้นมาอย่างกะทันหันด้วยความประหม่า ชาญชัยคิดว่าตัวเองสามารถเก็บอาการได้ดีมาตลอดเพราะรู้ดีว่าตัวเองอยู่ในสถานะแบบไหน แต่การที่อีกฝ่ายถามออกมาแบบนั้น มันก็ทำให้เขาอดที่จะหวั่นไหวไม่ได้ "คืออา..." ทั้งที่อายุมากกว่าคนตรงหน้าเกือบสองรอบ (1รอบ=12ปี) ทว่าเมื่อถูกเด็กที่หลงรักมาตลอดเอ่ยถาม เขากลับยังเสียอาการด้วยห่างหายกับประสบการณ์ความรักมานานมากแล้ว หนุ่มใหญ่ได้แต่ทำท่าทางอึกอัก เมื่อดวงตากลมใสของคนในอ้อมกอดจ้องมองมาอย่างตั้งใจคล้ายกับกำลังเฝ้ารอฟังคำตอบนั้น และนั่นทำให้เขารู้สึกพูดไม่ออก ทางด้านหนูษาเองก็เงยหน้ามองคนที่เธอกอดเอาไว้ด้วยความตื่นเต้นไม่แพ้กัน ใบหูของหนูษาในตอนนี้แนบอยู่บนแผ่นอกแน่นกล้ามของคุณอาสุดหล่อที่ตนแอบชอบมานานอย่างพอดิบพอดี เธอจึงได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นระรัวของเขาชัดเจนมาก ร่างเล็กเบียดกายเข้าไปใกล้คนตรงหน้าพลางกระชับอ้อมกอดของตัวเองให้แน่นขึ้น เมื่อสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายกำลังจะผ่อนแรงในการกอดเธอลงช้า ๆ ก่อนจะเอ่ยถามออกไปด้วยความไม่เข้าใจ "ทำไมล่ะคะคุณอา!? คุณอาไม่รักหนูษาหรือคะ? คุณอาไม่อยากกอดหนูษาแบบที่คุณอาทำเมื่อ...อื้อ!!" ยังไม่ทันที่จะได้พูดให้จบประโยค มือหนาของคนตรงหน้าก็ทาบลงบนปากคล้ายกับไม่ต้องการให้เธอพูดมันออกมา เด็กสาวได้แต่จ้องมองคนที่พาตัวเองมานั่งที่ขอบเตียงด้วยความรู้สึกที่อยากจะร้องไห้ออกมา เมื่อคิดว่าทุกอย่างกำลังจะพังลงเพราะความซุกซนของตนเอง ชาญชัยที่ได้ยินคำถามนั้นของคนตัวเล็ก แม้ใจจริงจะคิดอยากสารภาพความในใจออกไปแค่ไหน แต่เมื่อคิดถึงความแตกต่างของเราทั้งคู่ที่มีมากเกินไป สุดท้ายเขาก็พูดออกไปได้เพียง "อาขอโทษนะคะหนูษา แต่อา...." "คุณอาไม่รักหนูษาบ้างเลยหรือคะ? แต่หนูษารักคุณอามาก ๆ เลยนะคะ" เพราะเดาได้ว่าประโยคต่อไปที่อีกฝ่ายจะพูดออกมาคงไม่แคล้วคำปฏิเสธ วริษาจึงอดไม่ได้ที่จะพูดขัดขึ้นมาด้วยความไม่เข้าใจ จะหาว่าเธอมั่นใจในตัวเองเกินไปก็ได้ แต่จากที่ได้ใกล้ชิดกับคุณอามาตลอด เธอคิดว่าเราจะใจตรงกันเสียอีก... ชายหนุ่มที่ได้ยินดังนั้น แม้ในใจจะตื่นเต้นยินดีเป็นอย่างมากเมื่อรู้ว่าเราทั้งคู่มีความรู้สึกเดียวกัน แต่เพราะสถานะ 'เพื่อนพ่อ' มันยังค้ำคอ สุดท้ายจึงได้แต่พยายามพูดแก้ไขความเข้าใจผิดของเด็กสาวโดยหลีกเลี่ยงการพูดความในใจของตัวเองออกไป "มันไม่ใช่อย่างนั้นนะครับหนูษา!! ...หนูน่ะเป็นคนสำคัญที่อาอยากถนอมรักษาเอาไว้มาก ๆ แต่ว่า..." เพราะคำพูดของคนที่นั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเพื่อคุยกับเธอ มีแต่คำว่า 'แต่' อยู่เต็มไปหมด หนูษาที่ไม่ใช่คนใจเย็นนักเป็นทุนเดิมจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหงุดหงิด "ถ้าคุณอาไม่ได้รักหนูษา คุณอาบอกหนูษาตรง ๆ ก็ได้ค่ะ! หนูษาจะได้ตัดใจจากคุณอา ไม่ใช่มัวแต่พูดอะไรวกไปวนมาให้ความหวังกันแบบนี้!" วริษาพูดสิ่งที่คิดออกไปอย่างตรงไปตรงมา ก่อนจะดึงมือของตัวเองที่อีกฝ่ายเกาะกุมอยู่ออกมาด้วยความขัดใจ กะอีแค่พูดคำว่า 'รัก' ออกมานี่มันยากตรงไหน? รักก็บอกรัก ไม่รักก็บอกไม่รัก ถ้าเขาให้คำตอบเธอมาตรง ๆ อย่างน้อยหนูษาก็คงพอจะหาหนทางจัดการความรู้สึกของตัวเองได้ ทว่าคำว่า 'ตัดใจ' ขอเด็กสาวที่พูดออกมาง่าย ๆ กลับทำให้คนที่ปากหนักจนถึงเมื่อครู่นี้รู้สึกร้อนรนขึ้นมา ก่อนจะรีบแก้ตัวออกไปพัลวันเพราะกลัวว่าคนตรงหน้าจะเข้าใจผิดไปมากกว่านี้ "มันไม่ใช่แบบนั้นนะคะหนูษา!!" เสียงทุ้มโพล่งออกไปเสียงดัง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายหันหน้าหนีไปทางอื่น เขาแค่รู้สึกผิดที่คิดไม่ซื่อกับลูกเพื่อน แต่เรื่องตัดใจอะไรนั่น มันไม่มีอยู่ในหัวเขาเลยเสียด้วยซ้ำ "อาน่ะรักหนูษามาตั้งแต่หนูยังไม่รู้จักคำว่า 'รัก' เลยด้วยซ้ำ แต่ว่าหนูน่ะเป็น..." "เพราะหนูษาเป็นลูกของคุณพ่อ ที่เป็นเพื่อนรักของคุณอาหรือคะ?" เพราะแต่ไหนแต่ไรหนูษาก็เป็นคนหัวไวอยู่แล้ว จึงเดาได้ไม่ยากว่าสิ่งที่ตาลุงตรงหน้าจะพูดออกมาคือเรื่องอะไร ยิ่งได้เห็นว่าอีกฝ่ายพยักหน้ารับสิ่งที่ตนถามออกไป เธอจึงได้แต่ถอนหายใจอย่างปลง ๆ "ครับ... อีกอย่าง เรายังเด็กอยู่เลยนะหนูษา อาว่า..." ท่าทางที่แสดงออกอย่างชัดเจนถึงความกังวล ทำให้หนูษาเลือกที่จะดึงมือของตนออกมา ถ้าถามว่าตอนนี้เธอเสียใจไหม ก็บอกเลยว่ามาก! แต่คนอย่างวริษาไม่ใช่พวกเก็บเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ มาคิดมาก ในมุมมองของเธอ ตราบใดที่คนที่เผลอไปหลงรักไม่ใช่คนในครอบครัวหรือคนที่มีเจ้าของแล้ว การจะไปรักใคร มันก็ไม่เห็นจะเป็นเรื่องใหญ่ตรงไหน แต่ดูเหมือนว่าสำหรับคุณอา ชาญชัยคนนี้จะไม่ใช่ และหากเรื่องที่ทำให้เขาติดใจเป็นเพราะความสัมพันธ์ของเขาและคุณพ่อ ถึงยังไงเธอก็ไม่มีทางเลือก "เรื่องที่หนูษาเป็นลูกคุณพ่อ ยังไงหนูษาก็คงแก้ไขอะไรไม่ได้หรอกค่ะ แล้วมันก็คงจะทำอะไรไม่ได้ตลอดไปด้วย..." เสียงหวานพูดเว้นวรรคไปครู่หนึ่ง เพราะจู่ ๆ ในใจก็แอบจุกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ แต่กระนั้นเธอก็พยายามเก็บอาการและพูดกับคนตรงหน้าต่อไป โดยไม่แสดงความหวั่นไหวออกมา "ที่คุณอาพูดออกมาแบบนี้ แสดงว่าคุณอาอยากให้หนูษาตัดใจจากคุณอาถูกไหมคะ? ถ้าใช่...หนูษาจะกลับห้องตัวเองเดี๋ยวนี้ แล้วจะไม่มาให้คุณอาเห็นหน้าอีกเลย!" พูดจบหนูษาก็ลุกขึ้นจากปลายเตียงที่ตนนั่งอยู่ในทันที เพราะอย่างน้อยถ้าเธอจะอกหักและร้องไห้ฟูมฟายเพราะคุณอาคนนี้ ที่ที่เธอจะหลั่งน้ำตาต้องไม่ใช่ตรงนี้ ต่อหน้าคนที่เพิ่งปฏิเสธเธออย่างแน่นอน! "หนูษา!!" กลายเป็นชาญชัยเองที่ร้อนใจจนนั่งไม่ติด ซึ่งต้องลุกเข้าไปจับแขนคนที่ทำท่าจะเดินออกไปจากห้องเอาไว้โดยพลัน ทั้งที่เมื่อกี้นี้เธอเพิ่งบอกรักให้เขารู้สึกชื่นใจ แต่นี่ผ่านมาแค่ไม่ถึงห้านาที เหตุใดสถานการณ์มันถึงกลับตาลปัตรขนาดนี้ไปได้? มือหนาจับให้คนตัวเล็กกว่าหันมาเผชิญหน้ากับตนด้วยความไม่เข้าใจ ก่อนจะได้เห็นใบหน้าที่แสดงออกอย่างชัดเจนถึงความเสียใจของคนตัวเล็กแบบเต็มสองตา "หนูษาไม่ใช่เด็ก ๆ แล้วนะคะคุณอา! หนูษาโตแล้ว! แล้วหนูษาก็รู้ตัวตั้งนานแล้วว่ารักคุณอามาก ๆ แต่ถ้าคุณอาไม่ได้รู้สึกอะไรกับหนูษา ก็บอกออกมาตรง ๆ เถอะค่ะ! อกหักมาอย่างมากก็แค่หาแฟนใหม่ หนูษายังสาว ยังสวย คนจีบหนูษาก็มีตั้งเยอะตั้งแยะ คงมีสักคนแหละค่ะ ที่รักและดูแลหนูษาได้ โดยไม่มีคำว่า 'แต่' เยอะแยะแบบคุณอา!"
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD