ขายหน้าไปด้วยกัน

1234 Words
ภายในห้องวีไอพีชั้นบนสุดของโรงแรมหรู หนุ่มสาวทั้งหลายต่างสวมใส่เสื้อผ้าแบรนด์ดังมาประชันกัน เนื่องในวันสำคัญที่ราชันย์ได้ขึ้นมาเป็น ceo ใหญ่ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศ “ดีใจด้วยนะมึง” เหมันต์เดินเข้ามาในงานพร้อมกับโอบไหล่เพื่อนรักด้วยความยินดี ข้างกายไม่มีแฟนคนสวยอย่างอลิสาติดตามมาด้วยจึงทำให้ราชันย์แปลกใจ “เมียมึงล่ะ?” “รออยู่บ้าน” อีกฝ่ายตอบกลับพร้อมแสดงสายตาผิดแปลกไปเล็กน้อย ก่อนจะคว้าไวน์บนโต๊ะขึ้นมาดื่ม “มึงแกล้งอะไรไอรินอีกล่ะ” จู่ ๆ เหมันต์ก็เอ่ยถามขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย คงรู้เรื่องทั้งหมดจากที่อลิสาเล่าให้ฟัง “สายข่าวมึงนี่ไวดีจังนะ” ราชันย์แค่นหัวเราะในลำคอ พลางยกไวน์ขึ้นกระดกจนหมดในรวดเดียว ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยท่าทางไม่ยี่หระ “กูไม่ได้คิดจะแกล้ง กูแค่... กำชับให้เขารู้สถานะตัวเอง ว่าต่อให้เขาจับกูจนสำเร็จ แต่ในสายตากู เขาก็ยังเป็นแค่ลูกหลานแม่บ้านเท่านั้น” “ถามจริงนะ มึงยังรักยัยนั่นอยู่หรือไง ถึงได้แค้นไม่เลิก” “...” คำถามที่แทงหัวใจของราชันย์ส่งผลให้เขาแทบกระอัก และนิ่งงันไปพักหนึ่ง ก่อนจะรีบเอ่ยปฏิเสธเสียงแข็ง “รักบ้ารักบออะไร กูไม่เคยรักผู้หญิงร่าน ๆ แบบนั้น” น้ำเสียงและสีหน้าของเขาขุ่นมัวขึ้นชั่วขณะ เหมันต์เห็นท่าไม่ดีจึงไม่ได้ซักถามต่อ ระหว่างนี้ก็ชวนเพื่อนที่มาร่วมงานพูดคุยถึงเรื่องในอดีต และธุรกิจของแต่ละคน “ไหนว่าแต่งงานซะใหญ่โต เอาเมียไปซ่อนไว้ไหนแล้วครับท่านประธาน” ต่อให้เหมันต์ไม่พูด แต่ก็ยังมีเพื่อนคนอื่นพูดถึงอยู่ดี เนื่องจากงานแต่งที่เพิ่งจัดขึ้นนั้นทั้งยิ่งใหญ่และสมเกียรติ แถมยังมีนักข่าวเข้ามาร่วมงานเป็นจำนวนมาก “มึงก็สังเกตเอา ปนอยู่ในกลุ่มพนักงานเสิร์ฟนั่นแหละ” เขาตอบเสียงราบเรียบ แสดงถึงความไม่ใส่ใจ “โห แต่งมาได้ไม่นาน มึงใช้งานเขาอย่างกับคนใช้เลยเหรอวะ” “อืม ก็กูไม่ได้อยากแต่ง ทนได้ก็ทน ทนไม่ได้ก็หย่าไปซะ” “มึงนี่มันแน่จริง ๆ ไอ้ราชันย์” เพื่อนร่วมรุ่นชูแก้วในมือขึ้นชนพร้อมทำหน้านับถือในความใจเด็ดของราชันย์ ก่อนที่ทุกคนในงานจะเงียบกริบไปอย่างพร้อมเพรียง ทุกสายตาจับจ้องไปที่สาวเสิร์ฟสุดเซ็กซี่ ที่มาในชุดคอสเพลย์แม่บ้าน กระโปรงที่สวมสั้นเสียจนแทบเห็นก้น เสื้อที่สวมรัดแน่นเผยให้เห็นเนินอก แม้จะเป็นลายลูกไม้สีขาวสลับดำแต่มันก็ทำให้เด่นกว่าชุดราตรีสีแดงของแขกที่มาร่วมงานเสียอีก “ไอ้ที่มึงบอกว่าปนกับพนักงานนี่คือ...” เพื่อนของราชันย์ตาค้างไปอย่างตะลึงงัน ไม่คิดว่าจะเห็นไอริน สาวสวยเรียบร้อยในชุดยั่วยวนขนาดนี้ “เมียมึงแม่ง... เด็ดฉิบหาย” เสียงแทรกขึ้นมาส่งผลให้ราชันย์ขุ่นเคืองเข้าไปอีกเท่าตัว สายตาก็จ้องเขม็งไปยังไอรินที่กำลังถือถาดไวน์ตรงเข้ามาหาเขาด้วยรอยยิ้มของผู้ชนะ “รับไวน์เพิ่มอีกไหมคะคุณสามี” “วู้ววว” เสียงฮือฮาดังขึ้นด้วยความชอบใจ คงมีแค่ราชันย์ที่กำลังข่มอารมณ์โมโหที่ใกล้ปะทุเต็มทน และเหมันต์ที่พอจะเดาสถานการณ์ได้ ถึงเอาแต่นิ่งเงียบตลอดเวลา “ชอบจนพูดไม่ออกเลยเหรอคะ” ไอรินยิ้มร่า พลางหมุนตัวจนกลีบกระโปรงปลิวขึ้น ก่อนจะนั่งลงทับตักของราชันย์อย่างไม่สนสายตาใคร “ขอโทษที่มาช้านะคะ เตรียมชุดที่มันถูกใจพี่ราชันย์อยู่” “ถึงว่า... ไอ้ราชันย์มันแต่งงานแล้วหายหน้าหายตา ที่แท้ก็มีของดีรออยู่ที่ห้องนี่เอง” เพื่อนที่นั่งร่วมวงเอ่ยแซว ขณะที่ยังไม่ละสายตาไปจากเนินอกเนียนสวยของไอริน ที่เด่นสง่าจนใครต่อใครต่างตะลึงงัน “หึ ๆ จริง ๆ มีหลายชุดเลยนะคะ ทั้งคุณครู พยาบาล แอร์โฮสเตส แต่ที่พี่ราชันย์ชอบสุดคงเป็น...” “มานี่!” ราชันย์ที่นิ่งงันไปพักใหญ่ลุกพรวดจากเก้าอี้ จนไอรินที่นั่งตักอยู่ก่อนหน้าแทบล้มคะมำ แต่เขาก็คว้าแขนเธอเอาไว้ทัน ก่อนจะกระชากให้เดินตามไปยังมุมอับผู้คน “พี่ราชันย์ อย่าเพิ่งใจร้อนสิคะ เพื่อนอยู่กันเต็มเลย” ไอรินแสร้งพูดยั่วโมโห แม้จะรู้ว่าต้องถูกบีบข้อมือแรงขึ้นจนเจ็บไปหมด แต่ก็ไม่หยุดการกระทำ กระทั่งราชันย์พาเธอออกมานอกงานในจุดที่ไร้ผู้คน เขาเหวี่ยงตัวเธอมาด้านหน้าพร้อมกับกล่าวตำหนิเสียงดุ “กล้าดียังไง ถึงใส่ชุดทุเรศ ๆ แบบนี้” “เอ้า ก็ชุดแม่บ้านไง แล้วจะมาโวยวายอะไรอีก” เธอทำหน้าไขสือ ไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับสิ่งที่ทำลงไป ขณะที่อีกฝ่ายเดือดพล่านจนแทบระเบิด “โอ๊ย!” เธอเบ้หน้าทันทีที่โดนกระชากแขนเข้าหาตัว แต่ยังไม่ยอมร้องขอให้อีกฝ่ายปล่อย ยังคงเชิดหน้าท้าทายเขาอยู่แบบนั้น “ชอบนักหรือไง แต่งตัวยั่ว ๆ ให้ผู้ชายมอง” “ชอบสิ!” เธอตอบกลับแทบจะทันที “ชอบมากกก ยิ่งสายตาหื่น ๆ มาจ้องนมจ้องก้นนี่ยิ่งชอบ” “ไอริน!” ราชันย์เดือดจนเลือดขึ้นหน้า แต่ทำได้เพียงจ้องเธอตาแข็ง แล้วสะบัดข้อมือออกสุดแรง “เธอนี่มันน่าขยะแขยงสิ้นดีเลย” “ใช่... ฉันมันน่าขยะแขยง ต่อไปนี้ก็อย่าได้วุ่นวายกันอีก ต่างคนต่างอยู่ซะ” “แล้วคิดว่าฉันอยากวุ่นวายกับเธอมากหรือไง?” เขาเลิกคิ้วถามพร้อมแสดงสีหน้าหาเรื่อง “ก็คงงั้นมั้ง ไม่งั้นก็คงไม่คอยกลั่นแกล้งกันอยู่แบบนี้ เขาว่าผู้ชายแกล้ง แปลว่าผู้ชายชอบ งั้น...” “หยุดความคิดโสโครกนั่นซะ” เขายกนิ้วชี้ขึ้นมาชี้หน้าไอริน ก่อนจะถูกเธอปัดลงอย่างรวดเร็ว เพราะไม่ชอบให้ใครมาชี้หน้าด่า “ฉันแกล้งเธอ เพราะฉันเกลียด ได้ยินไหมว่าฉันเกลียด!” “...” คนตัวเล็กนิ่งงัน สายตาวูบไหวเล็กน้อย ยอมรับว่าหัวใจของเธอชาวาบไปชั่วขณะ ภาพที่ราชันย์กอดและจูบเธอที่หน้าผาก พร้อมกับบอกว่ารักยังคงดังก้องอยู่ในหู แม้จะรู้อยู่เต็มอก รู้มาโดยตลอดว่ามันแค่คำหลอกลวง “อืม... ฉันก็เกลียดนายเหมือนกัน เกลียดตั้งแต่รู้ว่ามันคือแผนพนันบ้า ๆ นั่น” พลั่ก! เธอผลักอกเขาทั้งจ้องด้วยสายตาที่แข็งกร้าวขึ้น พร้อมกับเดินไปชิด “เกลียด... ที่นายปล่อยภาพประจานฉัน” พลั่ก! “แล้วก็เกลียด... ที่ความรักของนายมันปลอมเปลือก” แม้จะมีความแค้นแสดงออกมาผ่านแววตา แต่ยังน้อยไปกว่าความเจ็บที่เด่นชัด ที่จริงเธอมีอะไรอยากพูดมากกว่านี้ ทว่าเธอไม่อาจกลั้นน้ำตาได้แล้ว จึงเลือกที่จะถอยหลังแล้ววิ่งจากไป ปล่อยให้ราชันย์ยืนค้างอยู่แบบนั้น พร้อมกับความรู้สึกมากมายที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุด...
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD