“เรียกร้องสิทธิ์ดูแล”

1477 Words
ห้องพยาบาลเงียบลงทันทีหลังบานประตูปิดสนิท เหลือเพียงเสียงแอร์ที่ดังสม่ำเสมอ กับกลิ่นยาฆ่าเชื้อจาง ๆ ที่ลอยอวลอยู่ในอากาศ ครีมมี่ยืนอยู่ปลายเตียง มองร่างสูงที่นั่งพิงเตียงตรวจ สีหน้าของเขาดูไม่ค่อยดีนัก แม้จะพยายามทำเป็นไม่ใส่ใจ เธอถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ เหมือนตัดบท “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันไปเรียนนะ” เธอพูดเหมือนทุกอย่างมันจบตรงนี้ แค่หน้าที่คนช่วยพามาห้องพยาบาล แล้วก็แยกย้าย แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่คิดแบบนั้น “เดี๋ยวก่อนดิ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น ทำให้ครีมมี่ชะงักเท้า เธอหันกลับไปมองอย่างไม่ค่อยพอใจนัก “เธอทำฉันเจ็บนะ จะไม่รับผิดชอบหน่อยหรือไง” ครีมมี่เลิกคิ้วขึ้นทันที แววตาหลังกรอบแว่นฉายแววไม่อยากเชื่อหูตัวเอง “รับผิดชอบ?” เธอทวนคำเสียงเรียบแต่แข็งขึ้น “รับผิดชอบอะไร ก็พามาห้องพยาบาลแล้วนี่ไง” มังกรหัวเราะในลำคอเบา ๆ ก่อนจะขยับตัวเล็กน้อย สีหน้าขมวดลงทันทีเหมือนความเจ็บแล่นขึ้นมาอีกรอบ “ไม่ได้ยินที่พี่พยาบาลบอกเหรอว่าฉันต้องประคบเย็น ต้องทายาอีก” “แล้ว?” ครีมมี่สวนกลับแทบจะทันที “ฉันประคบเองไม่ถึง” คำพูดนั้นทำให้ครีมมี่นิ่งไปชั่ววินาที ก่อนจะถอนหายใจออกมาแรงขึ้นเล็กน้อย “พี่ก็ให้แฟนพี่ทำให้สิ” เธอพูดเหมือนมันเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุด แต่มังกรกลับยกยิ้มมุมปาก ดวงตาคมจ้องมาที่เธอไม่วาง “ฉันไม่มีแฟน” เขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะเสริมด้วยน้ำเสียงกวน ๆ “เหมือนเธอนั่นแหละ…ยัยเนิร์ต” บรรยากาศในห้องพยาบาลเย็นวูบลงทันที “ว่าใครเนิร์ต” ครีมมี่หันขวับกลับมาทันที ดวงตาที่เคยนิ่งกลับแข็งกร้าวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เธอกำหมัดแน่นก่อนจะยกขึ้นระดับอก สีหน้าเหมือนพร้อมจะซัดจริงหากอีกฝ่ายยังไม่หยุดปาก “เดี๋ยวก็โดนอีกหมัดหรอก” “เห้ย ๆ ๆ!” มังกรรีบร้องเสียงหลง ยกมือทั้งสองข้างขึ้นห้ามโดยอัตโนมัติ ร่างกายเอนหนีเล็กน้อยทั้งที่แผ่นหลังยังปวดระบม “ฉันพูดเล่น โอเคไหม พูดเล่นเฉย ๆ อย่าจริงจังขนาดนั้นสิ” ครีมมี่จ้องเขาเขม็งอีกครู่ ก่อนจะลดมือลงอย่างไม่ไว้ใจ “พี่ก็โทรเรียกเพื่อนพี่มาอยู่เป็นเพื่อนแล้วกัน ฉันคงไม่ว่างมานั่งดูแลพี่หรอก” “ได้ไง…” มังกรขมวดคิ้ว สีหน้าจริงจังขึ้นทันที “ฉันเจ็บขนาดนี้ก็เพราะเธอแท้ ๆ แล้วจะใจดำไม่รับผิดชอบหน่อยหรือไง” “โอ๊ยยย…” ครีมมี่ถอนหายใจแรง มือยกขึ้นกุมขมับอย่างหงุดหงิด “แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ ให้เก็บของไปนอนเฝ้าห้องพี่เลยไหม เอาไหมล่ะ” ประโยคประชดถูกโยนออกไปโดยไม่ผ่านการคิด แต่กลับทำให้บรรยากาศในห้องเงียบวูบไปชั่วขณะ มังกรชะงัก ดวงตาคมวาวขึ้นเล็กน้อยก่อนริมฝีปากจะยกยิ้มมุมเดียว ราวกับเจอของเล่นถูกใจ “งั้นดี” เขาตอบกลับทันที น้ำเสียงเรียบแต่หนักแน่น “ไปเก็บของเลย” ครีมมี่อึ้งไปหนึ่งวินาทีเต็ม ดวงตาเบิกกว้างอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง “…พี่จะบ้าหรอ” ครีมมี่หลุดเสียงออกมาอย่างไม่อยากเชื่อ หันมองหน้าคนบนเตียงด้วยสายตาเหมือนกำลังประเมินระดับสติ “ไม่บ้า” มังกรตอบทันควัน สีหน้าเรียบนิ่งเกินเหตุ ราวกับสิ่งที่พูดไปเมื่อครู่เป็นเรื่องปกติของโลกใบนี้ “เอาแบบนี้แหละ ตกลง” เขาพูดจบก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา เหมือนบทสนทนาทั้งหมดถูกปิดดีลไปเรียบร้อยแล้ว “ฉันต้องกลับไปเรียนละ” มังกรเงยหน้าขึ้นมองเธออีกครั้ง “มาช่วยพยุงพาไปหน่อยดิ” “ไม่เอาหรอก” ครีมมี่สวนกลับแทบจะทันที “ตัวพี่หนักอย่างกับควาย” “เห้ย!” มังกรเบิกตากว้างขึ้นทันที น้ำเสียงแข็งขึ้นเล็กน้อย “พูดดี ๆ หน่อย เดี๋ยวก็ได้โดนควายขวิดหรอก” “รำคาญว่ะ…” ครีมมี่กรอกตาขึ้นมองบน ถอนหายใจยาวเหมือนกำลังข่มอารมณ์หงุดหงิดที่กองพะเนินอยู่เต็มอก ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ร่างสูงโดยไม่พูดอะไรต่อ เธอเอื้อมมือไปพยุงแขนเขาอย่างไม่เต็มใจนัก แรงจับไม่ได้อ่อนโยน แต่ก็ไม่ได้รุนแรง แค่พอให้เขาทรงตัวได้ “หนักจะบ้า…” เธอบ่นพึมพำเสียงเบา มังกรเหลือบตามองใบหน้าด้านข้างของเธอ เห็นสีหน้าที่ทั้งหงุดหงิด ทั้งไม่พอใจ แต่กลับยังยอมช่วย เขาอดยิ้มมุมปากไม่ได้เล็กน้อย ครีมมี่พยุงมังกรออกมาจากห้องพยาบาล ฝ่ามือของเธอรองรับน้ำหนักตัวเขาไว้แทบทั้งหมด แขนหนาของมังกรพาดอยู่บนไหล่เธออย่างไม่เกรงใจนัก ร่างสูงใหญ่เอนพิงเข้ามาใกล้จนเธอรู้สึกได้ถึงน้ำหนักที่กดทับลงมา แขนข้างหนึ่งของเธอจับที่ท่อนแขนของเขาไว้แน่น อีกข้างประคองอยู่ตรงเอว แข็งแรงกว่าที่คิด แต่ก็หนักอย่างที่เธอบ่นไม่ผิดสักนิด “ตัวหนักฉิบ…” ครีมมี่พึมพำเสียงเบา พลางกัดฟันเดินต่อ มังกรได้ยินชัดเจน แต่กลับยิ้มมุมปากอย่างอารมณ์ดี ไม่คิดจะโต้แย้ง พอเดินมาถึงบริเวณคณะวิศวะ สายตาหลายคู่ก็พร้อมใจกันหันมามองแทบจะทันที ทั้งเสียงคุย เสียงหัวเราะ เริ่มเงียบลงอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะตามมาด้วยเสียงซุบซิบเบา ๆ เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง…กำลังพยุง “มังกร” อยู่ ภาพนั้นสะดุดตาเกินกว่าจะไม่ถูกมอง ครีมมี่ขมวดคิ้วทันทีเมื่อรู้สึกถึงสายตาที่จ้องมองมาจากรอบด้าน เธอเม้มปากแน่น ความหงุดหงิดค่อย ๆ ไต่ระดับขึ้นมา “จะมองอะไรกันนักหนา” เธอบ่นพึมพำเบา ๆ อย่างไม่สบอารมณ์ มังกรหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ น้ำเสียงแฝงความกวนตามสไตล์ “เธอมากับหนุ่มฮอตวิศวะทั้งที ก็ต้องมีคนมองเป็นธรรมดา” ครีมมี่เหลือบตามองเขาแวบหนึ่ง สายตาเต็มไปด้วยความระอา “พี่ช่วยหุบปาก แล้วรีบ ๆ เดินได้ป่ะ ฉันก็มีเรียนเหมือนกันนะ ไม่ได้ว่างมาหิ้วควายทั้งวัน” “ปากเธอนี่มัน… มีหมาอยู่กี่ตัวว่ะ ถึงได้เห่าเก่งขนาดนี้” มังกรเอ่ยแซวเสียงกวน แม้สีหน้าจะพยายามนิ่ง แต่แววตากลับเป็นประกายเหมือนกำลังสนุกกับการยั่วเธออยู่ไม่น้อย ครีมมี่หันขวับไปมองทันที คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างไม่พอใจ “ไม่ต้องยุ่ง!” เธอสวนกลับเสียงห้วน ก่อนจะถอนหายใจแรง ๆ อย่างอดกลั้นอารมณ์ “แล้วจะให้ฉันไปส่งที่ไหน บอกมา” มังกรยกยิ้มมุมปาก พลางพยักหน้าไปทางตึกเรียนด้านหน้า “ตึกโน้น ชั้นสอง” น้ำเสียงเอื่อย ๆ เหมือนคนไม่ได้เจ็บอะไรนัก จนครีมมี่แทบอยากจะปล่อยมือให้เขาล้มซ้ำอีกรอบ แต่สุดท้ายเธอก็ยังคงพยุงเขาเดินต่อไป ทั้งที่ในใจบ่นเขาไปแล้วนับสิบประโยค ครีมมี่พยุงมังกรขึ้นบันไดมาจนถึงชั้นสอง ก่อนที่ทั้งคู่จะหยุดยืนอยู่หน้าห้องเรียนขนาดกลาง ประตูยังเปิดแง้มไว้ เสียงพูดคุยด้านในดังลอดออกมาเป็นระยะ เธอขยับตัวเล็กน้อย เตรียมจะเอาแขนของมังกรที่พาดอยู่บนไหล่ออก แต่เขากลับกระชับแรงไว้แน่นกว่าเดิม ราวกับตั้งใจไม่ให้เธอหลุดไปง่าย ๆ “อะไร ก็ถึงแล้วเนี่ย” ครีมมี่หันไปมอง คิ้วขมวดอย่างไม่สบอารมณ์ “พาไปส่งข้างในด้วยสิ ฉันเจ็บอยู่” มังกรพูดหน้าตาเฉย น้ำเสียงเหมือนขอความช่วยเหลือ แต่แฝงความเจ้าเล่ห์นิด ๆ “เชี่ยไรวะแม่ง…” เธอบ่นพึมพำเบา ๆ ก่อนจะถอนหายใจแรงอย่างยอมจำนน แล้วพยุงเขาเดินเข้าไปในห้อง ทันทีที่ก้าวผ่านกรอบประตู สายตาทั้งห้องก็หันมามองเป็นจุดเดียว เสียงพูดคุยเงียบลงในพริบตา เหลือเพียงบรรยากาศอึดอัดกับสายตาอยากรู้อยากเห็นที่กวาดมองตั้งแต่หัวจรดเท้า ยังไม่ทันที่ครีมมี่จะตั้งตัว เสียงแซวจากกลุ่มเพื่อนด้านหลังก็ดังขึ้นทันที “เชรดดด ไอกร เดี๋ยวนี้มึงเปลี่ยนแนวหรอวะ” “เด็กใหม่หรอว่ะ โคตรใสเลย” “เอ้า คนเมื่อวานไม่ใช่คนนี้นี่หว่า!” ครีมมี่รู้สึกเลือดขึ้นหน้า มือที่ประคองเอวมังกรเผลอบีบแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ขณะที่มังกรกลับยกยิ้มมุมปากเหมือนสนุกกับสถานการณ์ ตรงข้ามกับเธอที่อยากหายตัวหนีออกจากห้องนี้ให้เร็วที่สุด
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD