ครีมมี่สูดลมหายใจลึก รวบรวมสติก่อนจะก้าวออกจากห้องแต่งตัว มุ่งหน้าไปยังจุดสแตนบายข้างเวที
แต่ยังไม่ทันพ้นโถงทางเดิน เสียงที่เธอไม่อยากได้ยินที่สุดก็ดังขึ้นเสียก่อน
“เจ๊หนูดีก็ตาถึงเนอะ” ปาล์มมี่เอ่ยเสียงเยาะ สายตามองไล่ตั้งแต่หัวจรดเท้าของครีมมี่อย่างไม่คิดปิดบัง “แย่งชุดคนอื่นมาให้มึงใส่ กูมองแล้ว…ก็เฉย ๆ ว่ะ”
ครีมมี่หยุดฝีเท้า ก่อนจะหันกลับไปสบตาอีกฝ่าย สีหน้าเรียบนิ่งเกินกว่าจะดูสะเทือน
“หรอ?” เธอเอียงคอนิดเดียว มองปาล์มมี่กลับด้วยสายตาเดียวกัน
ริมฝีปากแดงยกยิ้มบาง ๆ ก่อนจะพูดต่อเสียงนิ่งแต่เจ็บลึก
“แต่กูว่าชุดนี้ไม่เข้ากับมึงเลยนะ ใส่แล้วเหมือนผีเปรตขอส่วนบุญมากกว่า”
“กรี๊ดดด!!! อีซันเดย์!”
เสียงแหลมของปาล์มมี่ดังลั่นจนคนแถวนั้นหันมามองเป็นตาเดียว
ครีมมี่ชะงักเล็กน้อย ก่อนจะยกคิ้วขึ้นอย่างไม่สะทกสะท้าน
“เนี่ย…มึงกรี๊ดแบบนี้แล้วโคตรเหมือนเลยว่ะ” เธอเอียงคอ มองอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้า “ดีนะ ดูไม่ต้องพยายามเลย”
คำพูดเรียบ ๆ แต่เจ็บแสบยิ่งกว่าตบหน้า
ปาล์มมี่อ้าปากค้าง สีหน้าค้างงัน ราวกับยังไม่ทันตั้งตัวรับคำสวนกลับนั้น
ครีมมี่ไม่คิดจะรอให้เกิดศึกปากต่อ
เธอหมุนตัวเดินจากไปอย่างไม่ใส่ใจ แผ่นหลังตรงสวย ส้นรองเท้ากระทบพื้นเป็นจังหวะมั่นใจ
ขณะเดียวกัน เสียงดนตรีจากในผับก็ค่อย ๆ กระหึ่มขึ้น ไฟเวทีเริ่มสาดแสง
เสียงพูดใส่ไมโครโฟนของดีเจคนก่อนหน้าดังขึ้นท่ามกลางแสงไฟที่กะพริบสลับสี
“เอาละครับ ช่วงเวลาต่อจากนี้ไป ขอเสียงให้กับดีเจสาวสุดฮอตของคืนนี้หน่อยครับ!”
เสียงโห่ร้องดังสนั่นทันทีที่จังหวะดนตรีถูกเร่งขึ้น แสงไฟบนเวทีหรี่ลงก่อนจะสาดสว่างอีกครั้ง
“ขอต้อนรับ… DJ SUNDAY!”
ทันทีที่ชื่อบนเวทีถูกขานออกมา ครีมมี่ or ดีเจซันเดย์ก็สูดลมหายใจลึกหนึ่งครั้งก่อนจะก้าวขึ้นไปบนเวที
ทันทีที่เธอปรากฏตัว แสงไฟหลากสีสาดจับร่างบางในชุดที่แนบเข้ากับสรีระอย่างพอดี เสียงปรบมือ เสียงโห่ร้อง และเสียงหวีดดังขึ้นแทบจะพร้อมกัน
เธอวางมือบนแผงคอนโทรลอย่างคุ้นเคย ปรับหูฟังเข้าที่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองฝูงชนด้านล่างด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากเด็กเนิร์ดในห้องสมุดโดยสิ้นเชิง
นี่คือเวทีของเธอ
นี่คือพื้นที่ที่เธอเป็นตัวของตัวเองที่สุด
ครีมมี่ หรือในนาม DJ Sunday
เธอขึ้นมาทำหน้าที่ของตัวเอง
หน้าที่ที่เธอหลงรัก
หน้าที่ที่ทำให้หัวใจเต้นแรงทุกครั้งที่เสียงดนตรีเริ่มต้น และเป็นเหตุผลเดียวกันกับที่เธอเลือกเรียนนิเทศ…
เพื่อยืนอยู่ตรงนี้ บนเวทีที่แสงไฟสว่างจ้า และเสียงเพลงกลบทุกอย่างไว้หมด
ครีมมี่เอื้อมมือจับไมค์ ปลายนิ้วยังเย็น แต่หัวใจเต้นแรงอย่างคุ้นเคย
“สวัสดีค่าทุกคน~ คืนนี้พร้อมโยกกันหรือยัง!”
เสียงตอบรับดังกลับมาพร้อมเสียงนกหวีด เธอยิ้มออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ ก่อนจะกดปุ่มเปิดเพลงแรก บีตแน่น ๆ กระแทกเข้ามาในอกทันที
ร่างบางขยับตามจังหวะอย่างมั่นใจ ไหล่โยกเบา ๆ เอวเคลื่อนช้า ๆ ไปตามเสียงดนตรี ไม่จำเป็นต้องแรงหรือหวือหวา แค่ท่าทางสบาย ๆ แต่เต็มไปด้วยเสน่ห์ก็ทำให้สายตาหลายคู่จับจ้องมาที่เธอแล้ว
“ใครมาคืนวันศุกร์ ยกมือขึ้นหน่อย!”
เธอพูดใส่ไมค์ พลางยกมือขึ้นเหนือหัว คนด้านล่างทำตาม เสียงหัวเราะ เสียงเชียร์ ประสานกับบีตเพลงอย่างลงตัว
ไฟสโตรบวูบวาบสะท้อนผิวเนียน เงาของร่างเธอทาบไปบนผนังเวที ทุกการขยับเต็มไปด้วยความมั่นใจแบบคนที่รู้ว่าตัวเองอยู่ตรงไหน และกำลังทำอะไร
——
อีกมุมนึงของผับ…
แสงไฟสีม่วงน้ำเงินจากเวทีหลักสะท้อนเข้ามาในห้อง VIP เสียงเบสหนัก ๆ กระแทกอกเป็นจังหวะ ปอนด์เอนตัวพิงพนักโซฟา มือหนึ่งถือแก้ว อีกมือชี้ลงไปยังเวทีด้านล่าง
“ดีเจซันเดย์แม่งโคตรแจ่มเลยว่ะ” เขาพูดพลางเลียริมฝีปาก “อยากได้มากกไว้สักคืนสองคืน”
ไผ่หัวเราะหึในลำคอ ก่อนจะปรายตามองเพื่อนแบบรู้ทัน
“เขาไม่เอามึงหรอก ไอปอนด์”
“มึงรู้ได้ไงวะ” ปอนด์หันมาค้อนทันที “เขาอาจจะชอบแนวกูก็ได้ ใครจะรู้”
ชินที่นั่งไขว่ห้างอยู่ข้าง ๆ เหลือบตามองเวที ก่อนจะพูดเรียบ ๆ
“เขาไม่ชอบมึงหรอก เชื่อกู แต่ถ้าเป็นไอมังกร…ก็ไม่แน่”
“โห อะไรวะ” ปอนด์ทำเสียงไม่พอใจ “พวกมึงแม่งชงให้แต่ไอมังกรตลอด”
มังกรที่นั่งเงียบอยู่ก่อนหน้า ยกแก้วขึ้นจิบช้า ๆ สายตายังคงจับจ้องไปที่ร่างบางบนเวทีไม่วอกแวก
“อย่ามางอนเป็นเด็ก ๆ” เขาพูดเสียงเรียบแต่แฝงความกวน “เขาเข้าหากูเอง กูก็แค่สนองให้”
เขาหันมายิ้มมุมปากให้เพื่อน
“กูแดกเสร็จ มึงก็ได้แดกต่อป่ะ จะมาบ่นอะไรนักหนา”
“แบบนี้ก็เข้าทางมึงเลยดิ” ชินเอ่ยแซว พลางยกแก้วขึ้นชนกับไผ่เบา ๆ
มังกรเอนหลังพิงโซฟา สายตายังทอดมองเวทีด้านล่างที่แสงไฟกำลังกระทบเรือนร่างของดีเจสาว เขาส่ายหน้าช้า ๆ ก่อนตอบเสียงเรียบ
“ไม่อ่ะ รอบนี้กูไม่เอา ยกให้ไอปอนด์มันเลย”
“มึงพูดแล้วนะ” ปอนด์รีบรับคำ ดวงตาเป็นประกายทันที
“เออ” มังกรตอบสั้น ๆ ก่อนยกแก้วขึ้นจิบ แต่แล้วคิ้วเข้มก็ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ราวกับนึกอะไรบางอย่างออก
“แต่หน้าตาดีเจ…กูว่ามันคุ้น ๆ ว่ะ เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน”
“มึงอย่ามาเล่นมุขนะ” ปอนด์หันขวับมาเสียงแข็ง “จะมาแนวเคยเห็นที่ไหนมาก่อน แล้วแอบไปแดกเงียบ กูต่อยจริง ๆ นะไอสัส”
ไผ่ที่เงียบไปตั้งแต่แรกเอนตัวไปข้างหน้า เพ่งสายตามองเวทีอย่างตั้งใจมากขึ้น
“เออ…กูก็ว่ามันคุ้นนะ เหมือนเคยเจอมาก่อน”
มังกรไม่ตอบ เขาเพียงจ้องร่างบางที่โยกตามจังหวะเพลงอยู่ใต้แสงไฟ เสียงดนตรีกระหึ่มกลบความคิด แต่ภาพบางอย่างกลับผุดขึ้นมาในหัวอย่างเลือนราง เด็กผู้หญิงใส่แว่น หน้านิ่ง ปากจัด…
“หรือกูคิดไปเองวะ” เขาพึมพำกับตัวเองเบา ๆ
บนเวที ดีเจซันเดย์ยังคงยิ้มให้ฝูงชนอย่างมั่นใจ โดยไม่รู้เลยว่า สายตาคู่หนึ่งในห้อง VIP กำลังเริ่มสงสัยในตัวตนของเธอมากขึ้นทุกที
ชินที่นั่งพิจารณาอยู่เงียบ ๆ เอียงศีรษะเล็กน้อย สายตาคมกริบยังจับจ้องไปที่ร่างของดีเจสาวบนเวที
“หน้าเหมือนน้องคนนั้นเลย… คนที่ไอมังกรเดินชนเมื่อตอนเย็นอ่ะ”
ประโยคนั้นทำให้ทั้งโต๊ะชะงักไปพร้อมกัน ก่อนจะหันไปมองหน้าเวทีอีกครั้งราวกับนัดกันไว้
“เออว่ะ…” ไผ่ขมวดคิ้ว มองซ้ำอย่างตั้งใจมากขึ้น “พอมึงพูดแบบนี้ กูยิ่งรู้สึกคุ้น”
มังกรที่นั่งพิงโซฟา ยกแก้วขึ้นจิบเหล้าเงียบ ๆ สายตาคมนิ่งกว่าทุกคน เขาไม่ได้พูดอะไร แต่ดวงตากลับไม่ละไปจากเวทีแม้แต่วินาทีเดียว
“แต่กูว่าน่าจะหน้าคล้ายมากกว่านะ” ไผ่พูดขึ้นอีก “น้องคนนั้นเนิร์ตจะตาย ใส่แว่น ตัวบาง ๆ ถือหนังสือทั้งวัน จะมาทำอะไรแบบนี้ได้ไง”
“นั่นดิ” ปอนด์หัวเราะหึ “ผับนี่เคยเข้าหรือเปล่ายังไม่รู้เลยมั้ง ไม่ใช่ว่าอ่านหนังสือยันเช้าหรอ ฮ่า ๆ”
เสียงหัวเราะดังขึ้น แต่กลับมีอยู่คนหนึ่งที่ไม่ขำตาม
“แต่กูว่าน้องเขาน่าสนใจนะ”
คำพูดของชินทำให้ทุกคนหันไปมองพร้อมกัน
“น่าสนใจตรงไหนวะ” ปอนด์เลิกคิ้วถาม
ชินยักไหล่ ดวงตายังจับจ้องไปที่เวทีด้านล่าง
“คนที่กล้าด่าไอมังกรต่อหน้า แล้วยังเดินหนีได้หน้าตาเฉย ๆ แบบนั้น… ไม่ธรรมดาหรอ?”
มังกรเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบา ๆ
“น่าสนใจหรือปากจัด กูยังแยกไม่ออก”
แต่ถึงจะพูดแบบนั้น…
สายตาของเขาก็ยังไม่ละไปจากดีเจซันเดย์ที่กำลังโยกตัวตามจังหวะเพลง แสงไฟหลากสีสะท้อนบนผิวขาวเนียน เธอยิ้มบาง ๆ ให้แฟนคลับด้านล่าง มือข้างหนึ่งหมุนแผ่น อีกข้างชูขึ้นตามบีตอย่างมั่นใจ