ตอนที่2:พายุ

1118 Words
"มึงว่าใครไอ้โจร!" เสียงคำรามของชายชุดเชิ้ตที่ชื่อ ‘พายุ’ ดังลั่นจนลูกค้าคนอื่นในร้านอาหารตามสั่งเริ่มหันมามองเป็นตาเดียว แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่สนสายตาใครทั้งนั้น เขายืดอกท้าทาย สองมือกำหมัดแน่นเหมือนพร้อมจะซัดหน้าคนตรงหน้าได้ทุกเมื่อ "ลอยๆ ใครรับไปก็คนนั้นแหละ" ชายร่างสูงหน้าดุตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ท่าทางสุขุมเยือกเย็นนั่นแหละที่มันน่ากลัวสุดๆ เพราะมันเหมือนระเบิดเวลาที่พร้อมจะทำงานถ้ามีใครไปสะกิดผิดจุด ฉันที่ถูกคนตัวโตสองคนขนาบข้างจนกลายเป็นแซนด์วิชขมิ้น ได้แต่ทำตาปริบๆ รู้สึกเหมือนกระดูกจะร้าวเพราะแรงเบียดที่ไม่มีใครยอมใคร "พี่คะ... คือขมิ้นหายใจไม่ออก..." เสียงเล็กๆ ของฉันหายวับไปกับลมพัดผ่าน พวกเขาไม่ได้ยิน หรืออาจจะจงใจไม่ได้ยินเพราะมัวแต่จ้องจะงับหัวกันอยู่ "เป๊งๆๆๆ!!! ไอ้หนุ่มๆๆ อีหนูมันจะตายแล้วว้อย!!" เสียงสวรรค์! ป้าเจ้าของร้านรัวตะหลิวกับกะทะจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้ชายหนุ่มทั้งสองคนชะงักและก้มลงมามองฉันที่พยายามดันอกแข็งๆ ของพวกเขาสุดแรงเกิด "อะ...เอ่อ...คือ คุยกันดีๆ ก็ได้ค่ะ ไม่เห็นต้องรุนแรงกันขนาดนี้เลย" ฉันรีบถอยฉากออกมาทันทีที่พันธนาการหลวมลง สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ อย่างกับคนเพิ่งรอดพ้นจากการจมน้ำ "เอ้า อีหนูได้แล้ว ข้าวหมูกรอบไข่ดาวไม่สุก 40 บาท" ป้ายื่นกล่องข้าวร้อนๆ มาให้ ฉันรีบล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าสะพายใบโตที่ข้างในรกราวกับป่าช้า ทั้งลิปสติก เศษใบเสร็จ กุญแจรถ กุญแจคอนโด ปนกันมั่วไปหมด "เอ่อ แป๊บนึงนะคะป้า... เงินอยู่ไหนเนี่ย..." "อะ ผมเอาผัดซีอิ๊วใส่กล่อง คิดรวมกับของน้องเขาไปเลย" มือหนาสีเข้มของพี่ทรงโจรยื่นแบงก์ร้อยให้ป้าอย่างรวดเร็ว ป้ารับเงินไปพลางส่งยิ้มกริ่มก่อนจะหันไปผัดกับข้าวต่ออย่างอารมณ์ดี "นี่ค่ะพี่ ค่าข้าวขมิ้น" ฉันรีบยื่นแบงก์ยี่สิบสองใบที่เพิ่งขุดเจอให้เขา แต่เขากลับทำเพียงปรายตามองนิ่งๆ "ไม่ต้อง... เลี้ยง" คำพูดสั้นๆ ห้วนๆ แต่กลับมีเสน่ห์ดึงดูดอย่างประหลาด โอ๊ยยย... นิ่ง สุขุม พูดน้อยต่อยหนัก นี่มันสเปคขมิ้นชัดๆ! ใจดวงน้อยของฉันเริ่มสั่นไหวแบบไม่รักดี "ทำเป็นอวดรวย! โถ่เอ๊ย... จ่ายค่าข้าวไม่กี่สิบบาททำเป็นคุย จะได้แค่ไหนกันเชียววะ" พายุเดินมาแทรกกลางระหว่างฉันกับพี่ทรงโจรทันที กลิ่นน้ำหอมของเขาตีกับกลิ่นผัดกะเพราในร้านจนขมิ้นเริ่มวิงเวียน "ไม่ได้อวด... แต่รวยจริง" พี่ทรงโจรตอบกลับนิ่มๆ แต่ดาเมจแรงร้อยล้าน! "ปากดีไปเหอะมึงอะ เดี๋ยวได้รู้ว่าใครของจริง!" พายุถลกแขนเสื้อเชิ้ตขึ้น เตรียมจะมีเรื่องอีกรอบ "หยุดเดี๋ยวนี้นะคะ!" ฉันกางแขนดันทั้งคู่ให้ออกห่างกันอีกครั้ง ถึงแรงอันน้อยนิดของฉันจะทำให้พวกเขาขยับได้แค่คืบเดียวก็เถอะ "มีอะไรก็พูดมาค่ะ จะมาตามตื๊อขมิ้นทำไม เราไม่รู้จักกันเลยนะ!" "คืองี้นะพี่ชื่อวะ.../พี่คืออยากระ..." ทั้งสองคนพ่นประโยคออกมาพร้อมกันอีกรอบจนฟังไม่ได้ศัพท์ "หยุดดดดด!!" ฉันตะโกนจนสุดเสียง "ถ้าอยากพูดนัก ก็เป่ายิ้งฉุบกันค่ะ! ใครชนะได้คุยก่อน!" ทั้งสองคนอึ้งไปสามวิ ก่อนจะหันมามองหน้ากันเขม็ง แล้วเริ่มตั้งท่าเป่ายิ้งฉุบกันจริงๆ ท่ามกลางสายตาขบขันของคนทั้งร้านอาหารตามสั่ง ผลปรากฏว่า... พายุเป็นฝ่ายชนะด้วยการออกกรรไกรตัดกระดาษของพี่ทรงโจร "ฮ่าๆๆ มึงแพ้! ถอยไปไอ้หน้าโจร!" พายุหัวเราะร่าก่อนจะคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของฉัน "น้องขมิ้น มาคุยกับพี่ตรงนี้ครับ" เขาพาฉันเดินเลี่ยงออกมาหน้าร้านข้าวนิดหน่อย ก่อนจะหมุนตัวกลับมาส่งยิ้มที่เขาคงคิดว่าหล่อที่สุดให้ "พี่ชื่อพายุนะครับ เป็นลูกคนเดียว บ้านทำธุรกิจนำเข้า โสดสนิทศิษย์ส่ายหน้า บ้านรวยมาก ขับ BMW รุ่นล่าสุดจอดอยู่โน่น เดี๋ยวพี่ขับไปส่งน้องที่ร้านนะ..." ฉันยกมือปรามทันที "สั้นๆ ค่ะพี่พายุ ขมิ้นมีเวลาไม่มาก" "โอเค งั้นสั้นๆ เลยนะ... เป็นแฟนกันมั้ย? พี่ชอบน้องตั้งแต่วันก่อนที่เห็นน้องไลฟ์สดแล้ว วันนี้เจอตัวจริงแม่งโคตรน่ารักกว่าในจออีกว่ะ" "ฮะ?! พี่คะ เราพึ่งคุยกันไม่ถึงห้านาทีนะ จะมาขอเป็นแฟนเลยเหรอ?" ฉันอึ้งจนปากค้าง "ใช่ค่ะ น้องไม่ต้องอึ้งหรอก พี่เป็นคนรุกไว ใจร้อนสมชื่อพายุ น้องน่ารักขนาดนี้ ใครจะอดใจไหว น่าฟัดชะมัดเลย..." สายตาเขาเริ่มโลมเลียจนฉันต้องกระชับกล่องข้าวแน่น "อะ...เอ่อ พี่พายุคะ ใจเย็นๆ..." "พี่ใจเย็นไม่ไหวแล้วครับแม่พี่อยากมีหลานแล้ว ป่ะ! ไปหาแม่พี่กันเลยดีกว่า พี่จะพาไปเปิดตัว!" พูดจบเขาก็ออกแรงดึงแขนฉันเบาๆ หมายจะพาไปที่รถหรูที่จอดเด่นอยู่ริมฟุตบาท แต่ยังไม่ทันได้ก้าวขา มือใหญ่แข็งแรงของอีกคนก็คว้าหมับเข้าที่แขนอีกข้างของฉันที่ถือกล่องข้าวไว้ "หมดเวลา... ต่อไปตาพี่" พี่ทรงโจรพูดด้วยเสียงเย็นเฉียบ สายตาจ้องเขม็งไปที่พายุเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ "ไอ้ก้างสาระแนนะมึง! กูยังคุยไม่จบ!" พายุบ่นอุบอิบหน้าตาหงุดหงิด แต่ก็ยอมปล่อยแขนฉันแต่โดยดี เพราะดูเหมือนเขาจะรักษาคำพูดที่ให้ไว้ในการเป่ายิ้งฉุบ (แบบแปลกๆ) นั่น พี่พายุยืนกอดอกจ้องมองฉันเดินตามพี่ทรงโจรไปอีกทางด้วยสายตาไม่วางตา ส่วนฉันน่ะเหรอ... ตอนนี้ในใจได้แต่ร้องตะโกนว่า 'แม่จ๋า ช่วยขมิ้นด้วยยยย! นี่มันศึกรักนักเลงชัดๆ!' [ความในใจของขมิ้น]: คนหนึ่งก็พายุหมุน รุกแรงจนตั้งตัวไม่ติด อีกคนก็ภูเขาไฟที่นิ่งสนิทแต่พร้อมระเบิดได้ทุกเมื่อ แล้วขมิ้นสาวน้อยร้อยออเดอร์คนนี้จะรอดพ้นจากเงื้อมมือเสือสิงห์พวกนี้ไปได้ยังไงกันนะ!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD