หลังจากคำถามนั้น จางซิ่วอิงเฝ้ามองดูแม่เลี้ยงและลูกสาวราวกับมองตัวโง่งมก็มิปาน ที่เธอกล้าถามก็เพราะเธอมั่นใจอย่างไรล่ะว่าพ่อสบายดีและยังทำงานอยู่ที่โรงงานไม่ได้มีอาการเจ็บป่วยอย่างที่แม่เลี้ยงและลูกสาวรวมหัวกันโกหก แต่สองคนนี้คงหาเรื่องรีดไถเธออยู่ หากเป็นจางซิ่วอิงก็คงก้มหน้ายอมหยิบยื่นเงินที่ได้จากหยาดเหงื่อแรงกายให้คนพวกนี้โดยง่าย แต่ไม่ใช่กับลมหนาวคนนี้แน่นอน กว่าจะหาเงินมาได้แต่ละวันเธอต้องเปลืองแรงเปลืองสมองไปตั้งเท่าไหร่ หากคิดว่าการโกหกเพียงเล็กน้อยแล้วจะได้เงินจากเธอง่าย ๆ ไม่ทาง “พ่อมีไข้สูงนอนซมอยู่หลายวัน ตอนนี้ยังไม่ได้สติเลยค่ะพี่สาว”หลังจากที่เห็นผู้เป็นแม่นิ่งคิดอยู่นาน เหวินซูเจินจึงต้องเป็นฝ่ายตอบคำถามแทน เธอจิกเล็บลงบนมือตัวเองจนเลือดซิบเพื่ออดกลั้นไม่ให้จิกหัวนางขี้โรคตรงหน้ามาตบสั่งสอน แต่งออกมาได้ไม่นานก็สามารถจ้องหน้าเธอตรง ๆ แบบนี้ได้แล้วหรือ…ช่างไม่รู้จักที่ต่ำ

