คนตัวเล็กยังเอาแต่ปิดปากเงียบ ยิ่งได้ยินว่าอีกฝ่ายมอง
มาทางนี้ เหมือนเลือดในร่างกายสูบฉีดหัวใจที่เคยหยุดเต้น
พลันเปลี่ยนเป็นจังหวะถี่รัวจนแทบจะหลุดออกจากอก มือที่
กำแน่นเปียกชุ่มและสั่นเบา ๆ
“หล่อจัง หล่อแบบไม่ต้องพึ่งฟิลเตอร์เลยจริง ๆ ไม่แปลกใจหรอกว่าทำไมถึงได้ฉายาเสือ หน้าตาระดับนี้ ผู้หญิงคนไหน
ก็อยากลองทั้งนั้น”
“…”
“ยัยฌา แกเป็นอะไร เอาแต่ก้มหน้า แพ้ความหล่อพี่คลื่นขนาดนั้นเลยหรือไง”
“อื้อ”
“ตอนตัวท็อปมหาลัยอย่างพี่นับหนึ่งมาจีบ แกยังไม่เสียอาการขนาดนี้เลยนะ”
ฌานินอยากชวนเพื่อนกลับ ทว่าหากลุกขึ้น ยังไงก็ต้อง
เดินผ่านไปด้านหน้าที่ชายตัวสูงยืนอยู่ เธอเลือกทางไหนได้บ้าง นอกจากนั่งตรงนี้และย้ำกับตัวเองซ้ำ ๆ ว่าเดี๋ยวเขาก็กลับไป
ถ้ารู้ล่วงหน้า เธอคงไม่ยอมตอบตกลงมากับเพื่อน
“เช่ พี่คลื่นหล่อมาก” ขวัญใจที่ยังดี๊ด๊ากับความหล่อของหนุ่มทายาทตระกูลทรงอำนาจ รีบหันไปบอกทันทีที่ปอร์เช่เดินมา
“เออ แต่เก็บอาการหน่อย คนข้างนอกมองเข้ามาเห็น
จะหาว่าเธอบ้าผู้ชายเข้าเส้น”
“ก็เจอคนหล่อ ทำไมต้องเก็บอาการ”
ปอร์เช่ส่ายหน้าไปมา ก่อนสายตาจะสะดุดกับเพื่อนตัวเล็ก
ที่ก้มหน้าก้มตา ทั้งร่างสั่นเทาราวกับหวาดกลัวอะไรบางอย่าง
อดไม่ได้จึงรีบถามอย่างเป็นห่วง
“ฌา เป็นอะไร ทำไมตัวสั่น”
คนตัวเล็กสะดุ้งเบา ๆ กับคำท้วง เธอพยายามข่ม
ความสั่นไหว แล้วตอบ “เปล่า… แอร์มันเย็นน่ะ”
“เดี๋ยวไปลดให้”
“เช่ พี่คลื่นจะอยู่ดื่มด้วยไหม” ขวัญใจรีบเอ่ยถามด้วยท่าทางตื่นเต้น รอยยิ้มบนใบหน้าที่เปล่งประกายยังไม่หุบลง เมื่อเห็นความหล่อเหลาสมคำร่ำลือของหนุ่มที่ใครต่างก็หมายตา
“เห็นว่าไม่นะ แค่เข้ามาดูรถ”
“เสียดาย”
ในขณะขวัญใจทำหน้าเสียดายเต็มประดา แต่ฌานิน
กำลังโล่งอกหลังได้ยินคำตอบ เพราะหากเขาอยู่ดื่ม เธอคงต้องหาวิธีเอาตัวเองออกไปจากตรงนี้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เธอไม่สามารถข่มความอายแล้วเผชิญหน้ากับเขาได้
“เปอร์ เอาเอาบุหรี่มาตัว ของกูหมด” ปอร์เช่ตะเบ็งเสียงบอกพี่ชายที่เพิ่งเดินเข้ามายังโซนรับรอง ก่อนจะมีเสียงบ่นสวนกลับจากคนเป็นพี่เดี๋ยวนั้น
“สัส มึงไม่รู้จักซื้อวะ”
“ถุ้ย! เงินที่พ่อโอนให้ผ่านมึง มึงบิดไปเท่าไร ไอ้พี่เวร”
ปอร์เช่บ่น พ่อของเขาทำงานอยู่ต่างประเทศคอยส่งเงินมาให้
ผ่านทางพี่ชาย จึงหยิบเรื่องนี้มาพูด
“เอาไป” คูเปอร์เดินมาหาน้องชาย พร้อมยื่นซองบุหรี่ให้
ก่อนจะสะดุดตากับผู้หญิงตัวเล็กที่กำลังนั่งหน้าซีดเผือด ยังไม่
ทันถาม เสียงของคนเป็นน้องก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง
“มึงจะไปไหน”
“เปิดห้อง วันนี้เจ้าภาพเลี้ยง”
“เชรด! ใครเป็นเจ้าภาพวะ”
“ไอ้คลื่น”
“อ้าว สรุปพี่คลื่นอยู่เหรอวะ กูได้ยินว่าจะเข้ามาไม่นาน”
“เออ จู่ ๆ ก็บอกจะเลี้ยง เด็ก ๆ ในอู่ฮึกเหิมกันใหญ่”
บทสนทนาระหว่างสองพี่น้องกระตุกให้หัวใจของฌานินกลับมาเต้นรัวโครมครามอีกครั้ง ทั้งที่เพิ่งโล่งอกได้ไม่นาน เธอพยายาม
ไม่มองไปทางนอกกระจกใส แต่รู้สึกได้ว่ากำลังถูกสายตาของใครบางคนจับจ้องตลอดเวลา
“ห้องอะไรนะเช่” ให้หลังจากคูเปอร์เดินพ้นไปแล้ว ขวัญใจ
รีบถามเพื่อนอย่างอยากรู้
“ห้องตี้เป็นห้องใหญ่เครื่องเสียงครบในห้องมีทุกอย่าง
แต่นาน ๆ ทีพี่บอลจะเปิด ปกติก็นั่งกินหน้าอู่”
“พี่บอลดูรวยนะ มีแฟนยัง”
“เออพี่มันรวยแต่มีคู่หมั้นแล้ว ปีหน้าแต่ง”
“เฮ้อ ไม่ใช่วาสนาฉันอีกแล้ว”
“ขวัญ เรากลับกันดีไหม” หลังเงียบไปนานพักใหญ่
ในที่สุดฌานินก็โพล่งออกมากลางวงสนทนา เธอทอดสายตามองไปยังเพื่อนคล้ายกำลังเว้าวอน
“กลับไปไหน นาน ๆ ทีจะได้ออกมานะ”
“แต่เราไม่รู้จักใครเลย จะไปนั่งกับเขา มันแปลกนะขวัญ” ข้ออ้างถูกหยิบยกขึ้น ทั้งที่ความจริงตอนตัดสินใจมาอู่กับเพื่อนเธอรู้ก่อนแล้วว่าคืนนี้จะมีการรวมกลุ่มดื่ม
“อย่าคิดมากเลยฌา อยู่ด้วยกันก่อน ไม่ต้องกลัวถึงหน้า
จะร้าย แต่พวกพี่เขาให้เกียรติผู้หญิงนะ” ปอร์เช่บอก เขาอยากให้เพื่อนอยู่ดื่มด้วยกัน เพราะดูออกว่าเธอกำลังมีเรื่องให้คิดมาก
มาตลอด
คนตัวเล็กจิกเล็บลงบนฝ่ามือของตัวเอง ก่อนจะลอบ
ถอนหายใจเบา ๆ ความจริงเธอไม่อยากอยู่ตรงนี้เลยสักนิด
แต่เมื่อเพื่อนไม่ยอมให้กลับ จึงทำได้เพียงจำใจอยู่ต่อ
ใบหน้าหวานค่อย ๆ หันมองผ่านกระจกใส ภาพของร่างสูง
ที่กำลังยืนสูบบุหรี่พูดคุยกับคนรอบข้างชวนให้หัวใจดวงน้อย
สั่นไหววูบวาบ ยิ่งได้มองยิ่งมั่นใจว่าใช่เขาคนนั้นไม่มีผิดแน่นอน
ตึกตัก ตึกตัก ใบหน้าหวานรีบเบือนหลบทันทีเมื่อสายตาคู่คมมองทอดมา ราวกับรู้ตัวว่ากำลังถูกจ้องอยู่ เหมือนเธอใกล้ช็อกเต็มทีกับอัตราการเต้นถี่รัวของหัวใจในตอนนี้
“แกแปลกจัง ทำไมหน้าแดงเหงื่อแตกแบบนี้ฌา”
“ไม่เป็นไร” เธอบอกขวัญใจ ก่อนจะหันมองเพื่อนตัวสูง
ที่ยืนข้าง ๆ “หะ ห้องน้ำไปทางไหนเหรอเช่”
“ห้องน้ำต้องอ้อมไปด้านหลัง เดี๋ยวพาไป”
ฌานินพยักหน้าก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามหลังเพื่อนชายติด ๆ เพียงแค่อยากออกไปจากตรงนี้ เพื่อดึงสติที่เตลิดหนีไปไกลให้กลับคืนมา กระทั่งก้าวพ้นจากโซนที่สายตาคมคู่นั้นจับจ้อง
ถึงได้ปล่อยลมหายใจยาว ๆ อย่างโล่งอก
“เข้าไปเลย เดี๋ยวเช่ยืนรอตรงนี้” เขาชี้นิ้วไปยังมุมหนึ่ง
ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากหน้าประตูทางเข้าห้องน้ำ
ร่างเล็กรีบเดินหายเข้าห้องน้ำ ไม่ได้ต้องการทำธุระส่วนตัว แค่ต้องการหลบเลี่ยง เธอเคยคิดเล่น ๆ ว่าสักวันหนึ่งอาจจะบังเอิญเจอกับเขาคนนั้นที่ไหนสักที่ จินตนาการว่าคงแค่เดิน
ผ่านกันไปเฉย ๆ แต่ในตอนนี้เมื่อได้เผชิญหน้าอีกครั้ง สถานการณ์กลับต่างออกไปจากความคิด เพราะมันไม่ใช่แค่เดินผ่าน
เสียงถอนหายใจดังออกมาซ้ำ ๆ ฌานินยืนอยู่ตรงอ่างล้างมือหน้ากระจกบานใหญ่นานกว่าห้านาที ภาพเหตุการณ์ในวันนั้นค่อย ๆ ผุดขึ้นมาไม่หยุด ราวกับมีเสียงกระซิบดังชิดข้างหู
ฉุดดึงให้ย้อนกลับไปเผชิญกับเรื่องราวเมื่อห้าเดือนก่อนอีกครั้ง
‘จะไปไหน’
‘หนูไม่ทำแล้ว อึก~’
‘ร้องไห้เพื่อ เฮ้ย! อย่าทำเหมือนถูกข่มขืน เต็มใจเอง
ไม่ใช่หรือไง’
‘อื้อ อึก~ ตะ ตอนนี้ไม่ทำแล้ว หนูเจ็บ’
‘อย่าให้เจออีกครั้งแล้วกัน เสียเวลาฉิบหาย’
น้ำเสียง แววตา ที่ไม่สบอารมณ์ของเขาในวันนั้นมันน่ากลัวจนเธอยังจำได้ไม่ลืม โชคดีที่สุดท้ายเขาไม่ได้รั้ง แต่ที่ค้างคาในใจมาตลอด คือประโยคสุดท้ายที่ทิ้งเอาไว้ หากเจอกันอีกครั้ง
จะทำอะไร
ขณะความคิดมากมายถาโถม ร่างเล็กไม่รู้ตัวเลยว่าเผลอกัดริมฝีปากแน่นตั้งแต่เมื่อไร กระทั่งรู้สึกเจ็บ ดวงตากลมที่เหม่อลอยจับจ้องเข้าไปในกระจก ก่อนจะเห็นว่าบนปากอิ่มมีเลือดไหล
ซึมจาง ๆ จากแรงงับ
เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่อีกครั้ง คิดไปว่าสมัยนี้มันไม่ใช่
เรื่องน่าอายอะไร สังคมเปิดกว้าง การมีความสัมพันธ์กับคนที่
ไม่รู้จักแม้กระทั่งชื่อ ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ที่จะต้องคิดพะวง
เมื่อคิดอย่างนั้น ความหวาดหวั่นกลางอกก็ค่อย ๆ
เบาบางลง ขาเรียวก้าวออกจากห้องน้ำ แต่พอพ้นประตูทางเข้ากลับไม่เห็นเพื่อนสนิทที่บอกว่าจะยืนรอ คิ้วบางขมวดเข้าหากันเล็กน้อย พลางนึกในใจว่าคงใช้เวลานานเกินไปจนอีกฝ่าย
รอไม่ไหว จึงตัดสินใจเดินย้อนกลับตามเส้นทางเดิมที่เดินมา
ทว่า
กึก! เท้าเล็กเพิ่งก้าวได้เพียงไม่กี่ก้าวพลันต้องชะงักนิ่ง
เมื่อทางที่เดินไปมีหนุ่มหล่อร่างสูงกำลังสวนมา นัยน์ตาคู่สวยสะท้อนภาพใบหน้าคมคายใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ เป็นคนเดียว
กับที่ติดในห้วงความคิดยุ่งเหยิงของเธอตอนนี้ ราวกับมีไอเย็น
พัดผ่านร่างวูบหนึ่ง ลมหายใจถูกพรากไปจนกลางอกหวิวโหวง
ทำยังไงดี
นั่นคือประโยคที่ดังวกวนในความคิด ฌานินรีบก้มลง
มือบีบประสานกันแน่น ขาที่อยากจะยกก้าวไปข้างหน้าเพื่อหนีจากตรงนี้กลับแข็งทื่อ เหมือนถูกยึดเกาะเอาไว้บนพื้น เนื้อตัว
สั่นเบา ๆ กับเสียงฝีเท้าย่ำใกล้เข้ามาทุกที กลางใจกำลังภาวนา ขอให้เขาเดินผ่านไป
ทว่าจู่ ๆ เสียงฝีเท้าก็หยุดลงใกล้ร่างเล็กที่ยืนนิ่งราวกับ
ถูกกดปุ่มแช่แข็งเอาไว้ ก่อนคำทักท้วงจะดังขึ้น น้ำเสียงทุ้ม
ที่เคยทำให้หัวใจดวงน้อยสั่นไหว ไม่ว่าจะในครั้งนั้น… หรือแม้แต่ตอนนี้
“ไม่คิดจะทักทายกันบ้างหรือไง คนสวย”