บนรถ...
"กูไปกับพวกมึงไม่ได้แล้ว ต้องไปรับยัยเด็กนั่นให้แม่" ธาราพูดกับอีกสามคนของแก๊งสี่ทิศที่อยู่ในสาย โดยตอนนี้เป็นการคุยแบบประชุมสาย
"เด็กนั่น เด็กไหนวะ" ปฐพีถามอย่างสงสัย
"นั่นสิ เด็กที่ไหนถึงทำมึงดูหงุดหงิดขนาดนี้วะ" อัคคีถามอีกคน
"กูรู้ ๆ เด็กที่ว่าคือเด็กเลี้ยงของมึงใช่มั้ยวะไอ้น้ำ" คราวนี้เป็นวายุที่พูดขึ้นมา
"แสนรู้" เสียงของอีกสามคนดังขึ้นพร้อมกัน
"พวกมึงนี่นะ ชมซะกูรู้สึกว่ากูเป็นหมาเลย แล้วเรื่องแค่นี้ทำไมจะไม่รู้วะ ก็อาทิตย์ที่แล้วน้านารายังบอกเลยว่าน้องนับดาวจะมาเรียนที่มหาลัยเดียวกันกับพวกเรา ยังฝากให้พวกเราดูแลอยู่เลย" วายุพูดกลับมาอีกครั้ง
"งั้นพวกมึงก็มาช่วยกูดูแลซะดี ๆ เพราะแม่ฝากให้พวกมึงช่วยดูแล" ธาราพูดขึ้นอย่างมีความหวัง
"ไม่อะ กูไม่รับฝากนะโว้ย เด็กใครคนนั้นก็ดูแลกันเอาเองเถอะ" ปฐพีพูดขึ้น
"กูก็ไม่รับฝาก แค่เรียนกับทำงานที่บริษัทก็แทบจะไม่มีเวลานอนแล้ว" วายุพูดปฏิเสธทันที
"ส่วนกูก็ไม่ชอบเลี้ยงเด็กว่ะ เด็ก ๆ น่ารำคาญจะตายห่า ยิ่งเป็นลูกสาวคนเดียวด้วย คงยิ่งเอาแต่ใจน่าดู บายว่ะงานนี้" อัคคีพูดขึ้นมาอีกคน
"เด็กใคร คนนั้นก็เลี้ยงไปสิ" ทั้งสามคนพูดพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ก่อนจะมีเสียงหัวเราะตามมา
"ไอ้พวกเวร พึ่งพาไม่ได้สักคน แค่นี้นะ จะถึงสนามบินแล้ว" ธาราได้ฟังทุกคนพูด ก็ด่ากลับไป ก่อนจะกดตัดสายเพราะใกล้ถึงสนามบินแล้ว
สนามบิน...
ธาราเดินไปรอนับดาวตรงประตูผู้โดยสารขาเข้า ซึ่งวันนี้มันคือวันหยุด จึงทำให้คนที่สนามบินเยอะเป็นพิเศษ ธารารออยู่นานหลายนาที ก็แสดงท่าทางหงุดหงิดออกมา
"ป้ายก็บอกว่าเครื่องบินจากสุราษฎร์มาถึงได้สิบนาทีแล้ว แล้วคนล่ะ อยู่ไหน" ธาราพูดออกมาเบา ๆ และมองไปรอบ ๆ ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของคนที่เขามารับ
"เฮ้อ~ เสียเวลาจริง ๆ นี่คงอวดเก่งนั่งรถไปที่บ้านไชยเดชาสกุลแล้วสินะ จะโทรบอกซักคำก็ไม่มี" ธาราบ่นออกมาแล้วถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย
แต่จู่ ๆ เขาก็รู้สึกเหมือนว่ามีสายตาคู่หนึ่งจ้องมองอยู่ จึงหันไปก็ทางด้านหลัง สายตาก็ปะทะเข้ากับดวงตากลมโตของผู้หญิงคนหนึ่งที่จ้องมองมาที่เขา
'อย่าบอกนะว่าผู้หญิงผมยาวสีฟ้าน้ำทะเลตรงปลาย จะเป็น...' ธาราคิดอยู่ในใจ และยืนมองเธออย่างตกตะลึง
นับดาวมองชายหนุ่มที่เธอรอเขามารับ แล้วยิ้มกว้าง ก่อนจะเดินลากกระเป๋าเข้าไปหาเขาทันที
"พี่น้ำคะ พี่น้ำ" เธอเรียกคนที่ยืนมองเธอนิ่ง ๆ และโบกมือตรงหน้าเขาไปมา
"ฮะ!!! ว่ายังไงยัยตัวแสบ ไปอยู่ไหนมา ฉันมารอตั้งนาน" ธาราที่ได้สติ ก็ถามกลับไปด้วยน้ำเสียงเข้มทันที
"ขอโทษด้วยนะคะที่ให้พี่น้ำรอนาน พอดีนับดาวรอกระเป๋าอยู่ค่ะ วันนี้คนเยอะมากเลย" นับดาวพูดขึ้นเสียงหงอย ๆ ที่พอมาถึงก็ถูกดุ
ธารามองหน้าหงอย ๆ สลับกับกระเป๋าหลายใบของเธอก็ได้แต่จิ๊ปาก ก่อนจะถามอย่างหงุดหงิด
"ก็สมควรต้องรอนาน กระเป๋าตั้งหลายใบ แล้วจะขนอะไรมาเยอะแยะ จะมาเรียนหรือจะย้ายบ้านมาอยู่ถาวร"
"เอ่อ... ถ้าพี่น้ำไม่พอใจที่นับดาวมารบกวน งั้นนับดาวไปหาหอพักเองก็ได้ค่ะ ขอตัวนะคะ" นับดาวที่ได้ยินแบบนั้น ก็ก้มหน้าลงพูดเบา ๆ แล้วเดินเข็นกระเป๋าออกมาอย่างทุลักทุเล
ระหว่างนั้นก็มีพวกผู้ชายเดินผ่านไปมาหลายคน ทุกคนมองนับดาวด้วยสายตาเจ้าชู้และอยากจะเข้าไปช่วยเหลือ
"น้องคนนั้นน่ารักว่ะ" ผู้ชายคนหนึ่งพูดกับเพื่อน
"น่ารักจริง ถ้าไม่มีแฟนนะ กูจะเข้าไปจีบเลย" อีกคนพูดขึ้นบ้าง
"กูว่าคนนั้นไม่น่าจะใช่แฟนหรอก น่าจะเป็นพี่ชายมากกว่า แฟนอะไรจะกล้าดุขนาดนั้นวะ หรือเขาจะทะเลาะจนเลิกกัน" อีกคนพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
"อยากรู้ งั้นมึงก็เข้าไปจีบเลยมั้ยล่ะ โคตรน่ารักเลยว่ะ แบบนี้น่าลุ้นนะโว้ย ฮ่า ๆ" อีกคนพูดเชียร์ทันที
ธาราได้ยินแบบนั้นก็ไม่พอใจมาก เขาเดินไปจนทันนับดาวแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
"ตามมาเร็ว ๆ จะได้กลับไปพักซักที เสียเวลามามากแล้ว" พูดจบเขาก็เดินนำหน้าไป
ส่วนนับดาวก็เข็นกระเป๋าตามไปเงียบ ๆ แต่ด้วยน้ำหนักของกระเป๋าทำให้เดินได้ช้า และเหมือนจะมีคนอาสาจะมาช่วย
"น้องครับ ให้พี่ช่วยมั้ยครับ" ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาและอาสาจะช่วยนับดาวเข็นกระเป๋า
ธาราได้ยินเสียงก็หันกลับมาทันที เขาเห็นผู้ชายหนึ่งในสามคนนั้น เดินเข้ามาพูดกับหญิงสาวก็รู้สึกขัดใจมาก
ธาราจึงเดินย้อนกลับมาแล้วส่งสายตาเพชฌฆาตไปให้ผู้ชายคนนั้น จนผู้ชายคนนั้นต้องเดินหนีไปทันที
"ขาก็สั้น เดินก็ช้า เอามานี่ เดี๋ยวเข็นให้เอง" พูดจบธาราก็ดันนับดาวให้ถอยห่างออกไป แล้วเขาก็เข็นรถที่มีกระเป๋าสามใบไปอย่างเร็ว
"ขอบคุณค่ะ" นับดาวเอ่ยขอบคุณเบา ๆ และรีบวิ่งตามคนขายาว เดินเร็ว ไปทันที
'ดุจริง ๆ เลยนะพี่น้ำ ยอมให้ก่อนก็ได้ เดี๋ยวพอไปถึงเพนต์เฮาส์แล้วเข้าพักก่อนเถอะ นับดาวจะเอาคืนให้สาสมเลย... คอยดู!!!' นับดาวได้แต่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามไป ในใจของเธอนั้นรอวันที่จะเอาคืนพี่ชายต่างสายเลือดคนนี้ให้ได้
สวัสดีค่ะ ฉันชื่อนับดาว เพชรไพศาลค่ะ ฉันกำลังจะเข้ามหาวิทยาลัยปีหนึ่งที่ KK University ที่เดียวกับผู้ชายที่หน้าบึ้งเหมือนจะกินหัวฉันตั้งแต่เห็นหน้าฉันยังไงก็ไม่รู้
ด้วยความที่ฉันเป็นลูกสาวเพียงคนเดียว พ่อแม่ก็เลยเป็นห่วงมากเป็นพิเศษ จึงให้เรียนมัธยมอยู่ที่โรงเรียนนานาชาติที่จังหวัดบ้านเกิดมาตลอด แต่พอเรียนจบมัธยม ฉันก็อยากมาเรียนที่มหาวิทยาลัยนี้จริง ๆ นะ เพราะคณะที่ฉันจะเรียนคือมนุษยศาสตร์ สาขาการท่องเที่ยวและโรงแรม เรียกได้ว่าเป็นคณะดังของมหาวิทยาลัยนี้เลยแหละ และฉันก็สามารถเอาไปต่อยอดธุรกิจของที่บ้านได้ด้วย
ตอนแรกพ่อแม่ก็จะไม่ยอมให้ฉันมาเรียนไกลบ้านขนาดนี้หรอก แต่ป้านาราแม่ของพี่น้ำ ท่านบอกว่าจะให้พี่น้ำช่วยดูแลฉันอย่างดี ซึ่งพ่อแม่ฉันน่ะ รักพี่น้ำยิ่งกว่าลูกแท้ ๆ อย่างฉันอีก จึงยอมให้ฉันมาเรียนได้อย่างง่ายดาย โดยมีข้อแม้ว่า ฉันจะต้องพักที่เดียวกันกับพี่น้ำเท่านั้น...
โอ๊ยยยย นกน้อยอย่างฉันที่พึ่งได้บินออกจากรัง ก็จะต้องถูกจับเข้ากรงเสือเหรอเนี่ย
"อุ๊ย... ขอโทษค่ะ" นับดาวร้องอุทานออกมาเมื่อเธอเดินไปปะทะเข้ากับอกแกร่งของธาราที่หันมาพอดิบพอดี
ธารารีบโอบเอวคนที่ชนเขาแล้วเซจะล้มไว้ทันที ก่อนจะพูดขึ้นว่า...
"ระวังหน่อยสิ เดินใจลอยอะไรกัน"
"ขอโทษค่ะ พอดีนับดาวคิดอะไรนิดหน่อย" นับดาวตอบเบา ๆ แล้วขยับตัวออกมาจากอ้อมกอดของธารา และพอมองไปที่รถตรงหน้า เธอก็ทำหน้าแหย ๆ ออกมา
'ตายแล้ว นี่พี่น้ำเอารถสปอร์ตมารับเราเหรอเนี่ย แล้วจะเอากระเป๋าใบใหญ่ ๆ สามใบไปไว้ตรงไหนเนี่ยยย' นับดาวได้แต่คิดในใจ
"ไม่ต้องมองขนาดนั้น ใครจะคิดว่าเธอจะขนของมาเหมือนคนจะย้ายบ้านขนาดนี้ล่ะ ไม่งั้นฉันคงเอารถบรรทุกมารับเธอแล้ว" ธาราพูดขึ้นมาเหมือนอ่านใจเธอได้
"เอ่อ... จะว่าย้ายบ้านก็ไม่ผิดหรอกค่ะ เพราะของพวกนี้นับดาวเอามาจากโรงเรียนประจำที่นับดาวเรียนมัธยมปลายน่ะค่ะ เลยเยอะไปหน่อย จะได้ไม่ต้องซื้อใหม่" นับดาวตอบกลับมาเสียงอ่อย ๆ
"ไหนว่าเรียนโรงเรียนนานาชาติไม่ใช่เหรอ ทำไมต้องอยู่ประจำ" ธาราถามโดยไม่เงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์ที่เขากำลังกดส่งข้อความอยู่
"ก็เรียนโรงเรียนนานาชาตินั่นแหละค่ะ แต่บางทีพ่อแม่ก็ไปติดต่อธุรกิจที่ต่างประเทศ นับดาวเลยพักในนั้นเลยเพื่อความสะดวก เดี๋ยวนับดาวเรียกแท็กซี่ไปเองก็ได้ค่ะ พี่น้ำส่งโลเคชันให้นับดาวก็พอ" นับดาวตอบและส่งโทรศัพท์ออกไปตรงหน้าเพื่อแอดไลน์กันไว้
"อะไร?" ธารามองโทรศัพท์แล้วถามกลับไป
"แอดไลน์กันไงคะ พี่น้ำจะได้ส่งโลเคชันให้นับดาว" นับดาวตอบและยังคงไม่ดึงโทรศัพท์กลับมา
"ไม่จำเป็น นั่นไงรถขนของมาถึงแล้ว" ธาราตอบพร้อมกับพยักหน้าไปที่รถยนต์คันหนึ่ง ที่กำลังวิ่งเข้ามาจอดใกล้ ๆ
"สวัสดีครับคุณธารา กระเป๋านี่ใช่มั้ยครับ ที่จะให้ผมมาขนไปให้" ชายวัยกลางคนลงมาจากตำแหน่งคนขับแล้วพูดกับธาราอย่างอ่อนน้อม
"ครับลุงหมาย รบกวนเอากระเป๋าพวกนี้ไปส่งที่เพนต์เฮาส์ด้วยนะครับ บอกผู้จัดการที่นั่นว่าให้ยกไปไว้ที่หน้าห้องผมได้เลย" ธาราบอกกลับไปพร้อมกับส่งแบงค์สีเทาให้ลุงหมายหลายใบ
"โอ้... มันเยอะไปครับคุณธารา" ลุงหมายเห็นเงินก็โบกมือไปมา
"ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมรบกวนลุงหมายในวันหยุด ก็สมควรที่จะต้องดูแลกันสิ" ธาราบอกกับลุงหมายยิ้ม ๆ และยัดเงินใส่มือของคนขับรถ
"ขอบคุณครับ" ลุงหมายก้มหัวขอบคุณ แล้วรีบไปขนกระเป๋าขึ้นรถอย่างระมัดระวัง
"ขอบคุณนะคะลุงหมาย" นับดาวยิ้มหวานและยกมือไหว้ขอบคุณลุงหมายอย่างไม่ถือตัว
"ครับ คุณหนู" ลุงหมายก็ตอบกลับอย่างนอบน้อม แล้วขึ้นรถขับออกไป
"ขึ้นรถได้แล้ว" ธาราพูดจบก็ขึ้นไปนั่งยังฝั่งของคนขับ
นับดาวเองก็รีบขึ้นรถทันทีเหมือนกัน บรรยากาศในรถเงียบสนิท จนได้ยินเสียงท้องของนับดาวร้องประท้วงขึ้นมา
"เดี๋ยวแวะกินข้าวก่อนก็แล้วกัน" ธาราพูดขึ้นโดยสายตายังอยู่ที่ท้องถนน
"เอ่อ... ไม่เป็นไรค่ะ นับดาวไม่หิว" นับดาวลูบท้องที่ไม่รักดี ที่ทำให้เธอขายหน้าเบา ๆ แล้วตอบเขาไปเสียงอ่อย ๆ
"เธอไม่หิว แต่ฉันหิว" ธาราพูดกลับมาด้วยน้ำเสียงเฉยชา
"อ๋อ... ค่ะ" นับดาวพยักหน้ารับรู้ และกอดท้องตัวเองไว้ เพราะวันนี้เธอยังไม่ได้กินข้าว จึงรู้สึกปวดท้องนิดหน่อย
'หึ... หิวจนท้องร้องแล้วยังทำเป็นเก่ง ฉันไม่อยากพาเธอไปหาหมอหรอกนะ ถึงได้พาไปกินข้าว' ธาราเหลือบตามองคนไม่หิว พร้อมกับคิดในใจ