เราต้องแลกกัน

1434 Words
เช้าวันต่อมาเมื่อทุกคนมาพร้อมกันที่โต๊ะอาหาร บิดาพูดขึ้นว่า “วรรณช่วงนี้งานทางกรุงเทพฯ เป็นไงบ้างลูก” “ก็ดีขึ้นค่ะคุณพ่อ เซลล์ชุดใหม่โอเคเลยในออฟฟิศก็เริ่มอยู่ตัวแล้วค่ะ” เธอตอบ “ถ้าไม่ต้องห่วงอะไรมาก ช่วงนี้พ่ออยากให้ลูกอยู่ช่วยงานทางนี้หน่อย” “งานอะไรคะคุณพ่อ” เธอถามอย่างกระตือรือร้น “งานแต่งพี่เขาน่ะมัสจะแต่งงานกับลิซ เดือนหน้ามีงานหมั้นก่อน” เธอชะงักแต่ก็ปรับสีหน้าเป็นปกติในนาทีต่อมา มิน่าเขาจึงบอกว่าลิซ่าไม่จำเป็นต้องทำอะไรแบบนั้น “อ๋อ...” เธอลากเสียง ก่อนจะยิ้มออกมา “ได้ค่ะ” คุณพ่อกับพี่มัสจะให้ช่วยอะไรก็บอกได้เลยค่ะ” เสียงโทรศัพท์ของเธอดังขึ้นมา เธอมองหน้าจอก่อนจะขอตัวลุกออกมา “ออฟฟิศโทรมา ขอรับสายก่อนนะคะ” เมื่อเดินออกมาห่างโต๊ะอาหารพอสมควร หญิงสาวจึงกดรับสาย “สวัสดีค่ะ” “ตำแหน่งที่คุณวรรณให้ประกาศรับสมัคร มีคนที่น่าสนใจสมัครมาหลายคนแล้วนะคะ” เลขาของเธอแจ้ง “นัดสัมภาษณ์ได้เลยค่ะ บ่ายนี้ก็ได้วรรณจะไปถึงกรุงเทพฯ สายๆ” เมื่อเธอกลับเข้ามาอีกที คนอื่นๆ ก็เริ่มอิ่มแล้ว “วรรณเข้าออฟฟิศก่อนนะคะ มีงานด่วน” เธอมองนาฬิกาที่ข้อมือ ลาบิดามารดาแล้วกลับไปเอารถที่หน้าบ้านเล็ก หญิงสาวขับรถออกมาจากบ้านจนถึงจุดพักรถอยุธยาจึงจอดรถร้องไห้เงียบๆ จากคำพูดของเขาเมื่อคืนทำให้รู้ว่าเขาไม่คิดจะปล่อยเธอจริง แล้วจะให้เธออยู่สระบุรีในฐานะอะไร ณัฐวรรณไม่คิดว่าเขาจะบีบให้เธอออกจากบ้าน เพราะปกติมัฆวานไม่ใช่คนใจแคบ แต่การที่เขาทำแบบนี้ก็เท่ากับเป็นการบีบให้เธอย้ายออกเร็วขึ้น ################# มัฆวานนั่งนิ่งในห้องทำงานหลับตาพิงพนักเก้าอี้ เขาไม่ได้คิดจะแต่งงานกับลิซ่าจริงๆ ตามที่บอกพ่อ เขาแค่อยากเห็นว่าณัฐวรรณจะมีทีท่ายังไง ส่วนเรื่องที่มิสเตอร์จางต้องการให้เขาแต่งงานกับลิซ่าเป็นเรื่องจริง แต่ชายหนุ่มปฏิเสธไปแล้ว ถ้ามันจะทำให้ทางจีนโมโหถึงขั้นยกเลิกสัญญาเขาแน่ใจว่าเขาหาที่ขายใหม่ได้ “มัส” มารดาเรียกทำให้เขาลืมตาขึ้นมา “จะหลอกน้องทำไมเรื่องแต่งงาน แล้วเมื่อคืนจะทำอะไรน้อง” มารดาคาดคั้น “ผมก็แค่อยากรู้อะไรให้ชัดๆ เท่านั้นเองแม่ ผมไม่ทิ้งไม่ขว้างลูกสาวแม่หรอก” มัฆวานตอบ 'ใครกันแน่ที่จะโดนทิ้ง' คุณมณีจันทร์มองลูกชายที่ท่าทางจะยังไม่รู้ชะตากรรม “แม่เตือนนะว่าอย่าให้น้องคิดเองนาน ไม่งั้นจะง้อคืนมาไม่ได้” ท่านเตือนลูกชายอีกครั้ง มัฆวานมั่นใจในตัวเองมากไป บางครั้งก็ต้องให้เขารู้ว่าเรื่องของความรู้สึก ไม่ควรล้อเล่น ################# ณัฐวรรณล้างหน้าล้างตา แต่งหน้าใหม่แล้วเริ่มเดินทางต่อจนถึงสำนักงานที่กรุงเทพฯ เลขานัดผู้สมัครงานในตำแหน่งผู้จัดการไร่ที่เชียงใหม่ไว้แล้วสามคน เธอจึงเริ่มต้นคุยทีละคน ใช้เวลาจนถึงเย็นกว่าจะเสร็จ เธอพิจารณาแต่ละคน ล้วนยังไม่ใช่คนที่เธอต้องการ เธอจึงแจ้งเลขาว่า “คุณฟ้าคะ ส่งเอกสารสมัครงานเรซูเม่คืนให้กับทั้งสามคนที่มาวันนี้ด้วยค่ะ” สามทุ่มเธอกลับถึงคอนโดด้วยความเหนื่อยล้า ไม่รู้ว่าเหนื่อยใจกับเหนื่อยกายอะไรที่มากกว่ากัน ณัฐวรรณสแกนนิ้วเปิดประตูห้อง ถอดรองเท้าที่ชั้นวางแล้วเดินเท้าเปล่าอย่างสบายขึ้น พลันเธอได้ยินเสียงกุกกักในครัว หญิงสาวตกใจจนขาแข็ง ใครเข้ามาในห้องของเธอ เข้ามาได้ยังไง ใครคนนั้นเดินมาหาเธอที่กำลังตกใจ “วรรณกลับมาแล้วเหรอ ทำไมกลับช้าหิวรึเปล่าพี่ทำกับข้าวไว้ให้” มัฆวานมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง เธอตกใจจนทำของที่ถือมาร่วงหล่นพื้นจนหมด “พี่มัสมาทำไมคะ แล้วเข้ามาได้ยังไง” เธอมองเขาด้วยความระแวง “คอนโดนี้พี่เป็นคนซื้อนะ ทำไมพี่จะเข้ามาไม่ได้แล้ววรรณมัวทำอะไรอยู่ทำไมเพิ่งถึงบ้าน พี่โทรเข้าไปที่ออฟฟิศเลขาเราบอกว่าออกมาตั้งแต่ห้าโมง” มัฆวานทำสีหน้าไม่ค่อยพอใจ เธอหายไปไหนมาสี่ชม. คอนโดกับที่ทำงานอยู่ห่างกันแค่สองช่วงตึกเอง ณัฐวรรณไม่ตอบ เธอเดินเข้าห้องส่วนตัว เธอเหนื่อยไม่พร้อมจะทะเลาะกับเขา มัฆวานมองเธอที่ทำเหมือนเขาเป็นอากาศเดินหนีไปเฉยๆ จึงเดินตาม “ถ้าพี่จะมาทวงห้องคืนเดี๋ยววรรณย้ายออกก็ได้ค่ะ แต่วันนี้วรรณเหนื่อยขอพักก่อนนะคะ” “บ้าสิ พี่พูดตอนไหนว่าจะไล่วรรณหรือจะมาทวงห้องคืนถ้าวรรณเหนื่อยก็อาบน้ำเถอะ แล้วออกมากินข้าวพี่จะอุ่นกับข้าวให้” ณัฐวรรณเข้าห้องแล้วกดล็อกประตู เธอพิงประตูน้ำตารินไหลเงียบๆ ทำไมมัฆวานไม่ยอมปล่อยให้เธออยู่แบบสงบๆ เธอจะต้องทำยังไงเขาถึงจะยอมรามือ เธอจะหนีไปที่ไหนได้ หญิงสาวรู้ตัวเลยว่าไม่มีทาง ตราบใดที่ยังมีพ่อแม่บุญธรรมอยู่ที่ไร่มณีจันทร์ ยังไงเธอก็ทำตัวเป็นคนอกตัญญูพอได้ดีแล้วตีจากไม่ได้ เธอคิดหาทางออกในระหว่างอาบน้ำจนปวดหัวหนักกว่าเดิม “วรรณ ออกมาทานข้าวก่อนแล้วค่อยนอนเดี๋ยวปวดท้อง” มัฆวานเคาะประตูเรียกเมื่อเวลาผ่านไปหนึ่งชม. เธอยังเงียบอยู่ในห้อง ณัฐวรรณตัดสินใจเปิดประตูออกมาเผชิญหน้ากับเขา ยังไงก็ต้องคุยกันให้เข้าใจ เธอทนอยู่ในสภาพนี้ต่อไปไม่ไหว “ค่ะ” หญิงสาวเดินมาที่โต๊ะอาหาร เขาอุ่นกับข้าวให้แล้วแต่เธอกินอะไรไม่ลง ฝืนใจทานไปได้ไม่ถึงครึ่งก็วางช้อน “พี่มัสมาทำไมคะ” เธอถามตรงๆ “พี่อยากมาคุยกับวรรณ ที่ไร่คนเยอะแยะคุยไม่สะดวก” “ค่ะ” ก็ดีเหมือนกัน คุยให้จบๆ ไป “วรรณก็มีเรื่องอยากคุยเหมือนกัน” เธอพูด “วรรณว่ามาเลย” เขาเปิดโอกาสให้เธอพูดก่อน “วรรณอยากอยู่อย่างสงบ ไม่อยากทะเลาะกับใคร ไม่อยากมีปัญหากับคุณลิซ่า วรรณอยากขอให้เราต่างคนต่างอยู่ค่ะ แล้วถ้าเมื่อไหร่ที่ไม่มีคุณพ่อคุณแม่อยู่แล้ว วรรณจะไม่ไปที่ไร่มณีจันทร์ให้มีปัญหาอีก วรรณอยากให้พี่มัสคุยกับเธอว่า วรรณจะไม่เอาอะไรของที่นั่นไม่ว่าจะเป็นของหรือคน” “สรุปว่าวรรณไม่อยากให้พี่มายุ่งเกี่ยวอะไรอีก ต่างคนต่างอยู่ใช่ไหม” มัฆวานพูดเสียงราบเรียบ “ค่ะ จะให้วรรณทำยังไงเราถึงจะอยู่กันแบบสงบได้ ไม่ต้องหาเรื่องกัน ไม่ต้องขัดคอกันให้คุณแม่ไม่สบายใจอีก ถ้าวรรณทำได้ วรรณก็จะทำ” มัฆวานนิ่งไปนาน ก่อนที่เขาจะพูดออกมา “วรรณทำได้ ถ้าวรรณตกลงพี่จะไม่หาเรื่องวรรณอีก” เขาหยุดพูดมองหน้าเธอที่กำลังตั้งใจฟัง “แค่คืนนี้วรรณอยู่กับพี่แบบเต็มใจ พอเช้าพี่จะลืมว่าเราเคยเป็นอะไรกัน พี่จะมองวรรณเป็นแค่น้องสาวจริงๆ” “อะไรนะ” ณัฐวรรณลุกขึ้นยืน เธอแทบไม่อยากเชื่อเลยว่าเขาจะยื่นข้อเสนอแบบนี้ให้ เขาเห็นเธอเป็นอะไร “พี่เห็นวรรณเป็นอะไร วรรณไม่ใช่อีตัวนะ” เธอเสียงสั่นมองเขาด้วยความผิดหวังรุนแรง เขาคว้าแขนเธอได้ทันก่อนที่หญิงสาวจะหนีเข้าห้อง “พี่ไม่เคยเห็นวรรณเป็นอีตัวหรือเป็นอะไร นอกจากเป็นเมียพี่ ถ้าวรรณจะให้พี่ลืมมันเราก็ต้องแลกกัน” มือที่แข็งเหมือนคีมเหล็กดึงเธอมากอด ณัฐวรรณผลักไสเขาแต่ก็ต้องหยุดเมื่อเขาพูดว่า “ถ้าวรรณไม่ยอมเราก็อยู่กันไปแบบนี้ สักวันแม่ก็ต้องรู้ว่าเราเป็นอะไรกัน พี่ไม่มีปัญหาอะไรถ้าใครจะรู้แต่ส่วนตัววรรณก็แล้วแต่จะคิด แต่ถ้าวรรณยอมพี่ขอแค่คืนนี้เป็นเวลาของเรา ของเราสองคน” เธอน้ำตาไหลเมื่อถูกเขาอุ้มหายเข้าไปในห้องนอน ไฟดับลงหลังจากที่บานประตูถูกปิดลง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD