ตบมาตบกลับ

1423 Words
หลังผ่านไปสามวัน มังกรต้องพาลี่หลินกลับมาเยี่ยมบ้านตามทำเนียม และนำเงินค่าสินสอดอีกส่วนหนึ่งมามอบให้กับผู้เป็นพ่อ ที่ตอนนี้กำลังยิ้มร่ารอรับอยู่ แม้ลี่หลินปฏิเสธที่จะมาเหยียบที่บ้านหลังนี้ แต่เธอก็ไม่สามารถฝืนคำสั่งของมังกรได้ สุดท้ายเลยต้องนั่งหน้าบึ้งอยู่ข้างเขา มาจนถึงบ้านหลังใหญ่ที่เธอเคยอยู่ตั้งแต่เล็กจนโต บ้าน... ที่ไม่เคยให้ความอบอุ่นกับเธอได้เลยสักครั้ง บ้าน... ที่ทิ้งรอยแผลและความเจ็บปวดแสนสาหัสให้กับเธอ อย่างที่ไม่อาจลืมได้ลง “ลงมาสิ” มังกรเอ่ยเสียงเรียบหลังจากที่รถมาจอดเทียบหน้าทางเข้า แต่ลี่หลินยังเอาแต่นั่งนิ่งไม่ยอมลง “ลี่หลิน” “รู้แล้วน่า” เธอจิ๊ปากเสียงเบาด้วยความรำคาญ แม้ทำใจอยู่ในรถตั้งนานแล้ว แต่เธอยังรู้สึกว่ามันไม่มากพอ เมื่อคืนเธอฝันไม่ค่อยดี คิดว่าต้องมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นแน่ “เข้ามาก่อน ๆ” พ่อของลี่หลินเดินเข้ามารับด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม เช่นเดียวกับแม่เลี้ยงและน้องสาวต่างแม่ของเธอ แต่ละคนใบหน้าสดใส ช่างปั้นหน้าได้เก่งอะไรขนาดนี้ ลี่หลินคิดอยู่ในใจ “ต้องขอโทษด้วยนะครับ ที่เตี่ยกับม้าไม่สามารถมาได้ ตอนนี้ยังอยู่ที่ฮ่องกงอยู่เลยครับ กว่าจะได้กลับคงตอนเย็นเลย ผมเกรงว่ามันจะเลยฤกษ์งามยามดี เลยพาลี่หลินมาหาก่อน” “ไม่เป็นไรเลยค่ะ สบาย ๆ ไม่ต้องพิธีรีตองมาก คนกันเองทั้งนั้น” แม่เลี้ยงยิ้มสดใสพลางวางมือลงบนแขนของมังกรด้วยท่าทางสนิทสนม ก่อนจะขยับถอยเล็กน้อย ให้แม่บ้านยกชามาเสิร์ฟ ลี่หลินและมังกรยกถ้วยชาขึ้นมาดื่มตามมารยาท แม้ลี่หลินจะดูไม่เต็มใจเลยก็ตาม แต่เธออยากทำให้มันเสร็จ ๆ ไป จะได้รีบกลับ “ไหน ๆ ก็มากันแล้ว อยู่กินข้าวร่วมกันก่อนนะมังกร” “ได้ครับ” คนสุขุมพยักหน้ารับเล็กน้อย โดยไม่หันมาขอความคิดเห็นจากภรรยาก่อน ลี่หลินเองถึงแม้อยากขัด แต่ก็มั่นใจว่าไม่มีประโยชน์ จึงปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินต่อไปตามขั้นตอน “เสี่ยวฟาง หยิบของขวัญที่เตรียมไว้ให้เตี่ยหน่อยสิ” “ได้ค่ะเตี่ย” คนตัวเล็กประดับรอยยิ้มสดใสลุกขึ้นเดินด้วยท่าทางกะเผลกไปยังตู้โชว์ ก่อนจะหยิบขวดไวน์ที่พันรอบด้วยกรอบทองอย่างดีมาส่งมอบให้กับมังกร “ไวน์นี้เตี่ยได้จากการประมูลค่ะเฮีย เห็นว่าเฮียชอบไวน์ เลยตั้งใจเอามาให้โดยเฉพาะเลย” “เหรอ ขอบใจมากนะเสี่ยวฟาง” คนร่างหนายิ้มรับไวน์ขวดหนักมาถือโดยง่าย โดยไม่สนสายตาของลี่หลิน ว่าเธอกำลังเพ่งมองดูเขาอย่างหมั่นไส้ ทีกับเธอไม่เคยแม้แต่จะยิ้มให้ คำพูดดี ๆ ไม่เคยหลุดออกปาก แต่พอเป็นเสี่ยวฟางที่แสร้งมารยาเข้าหน่อย เขาก็ยิ้มรับโดยง่าย “ผู้ชายอะไร โง่เสือกได้เป็นผู้นำตระกูล” “บ่นอะไร” ลี่หลินเม้มปากทันที เมื่ออีกฝ่ายหันมาทักท้วง เมื่อกี้ก็พูดเสียงแผ่วแล้วนะ ยังอุตส่าห์หูดีได้ยินอีกเหรอ “ฉะ ฉันบอกว่าฉันอยากเข้าห้องน้ำน่ะ ขอตัวนะ” พูดจบก็ลุกขึ้นทันที ก่อนจะเดินเข้ามาในส่วนของห้องน้ำ แต่ก็ได้ยินเสียงแม่เลี้ยงเยินยอลูกสาวตัวเองให้มังกรฟัง ว่าเสี่ยวฟางสามารถเล่นไวโอลินได้ และอยากให้มังกรได้ฟังการแสดงสุดพิเศษนี้ แค่ได้ยินไม่ถนัดหู ลี่หลินยังกระอักกระอ่วน เพราะความสามารถพิเศษที่เสี่ยวฟางได้ มันเป็นของเธอตั้งแต่แรก เสี่ยวฟางแย่งทุกอย่างไปจากลี่หลินหมด หากรู้ว่าลี่หลินสนใจสิ่งใด อีกฝ่ายก็จะหัดสิ่งนั้นเพื่อแข่งกับเธอ ทั้งคู่เคยประชันกันสมัยยังเรียน ทว่าเสี่ยวฟางดันแพ้ราบคาบ จนน้อยเนื้อต่ำใจ เอาแต่นอนร้องไห้ในห้อง สุดท้าย... ไวโอลินของลี่หลินก็ถูกเผา ด้วยฝีมือของผู้เป็นพ่อ และตั้งแต่นั้นมา ลี่หลินก็ไม่กล้าจับเครื่องดนตรีชนิดนี้อีกเลย จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ามันเล่นยังไง รู้เพียงแค่ว่า... มันสร้างแผลในใจให้แก่เธอจนไม่อาจลืมได้ลง เธอเข้ามาในห้องน้ำแต่ไม่ได้มาทำธุระส่วนตัวแต่อย่างใด เพียงแค่มานั่งถอนหายใจกับตัวเองเพียงลำพัง รอจนกระทั่งรู้สึกดีขึ้น ถึงได้เปิดประตูห้องน้ำออกมา ทว่า... กลับมีใครบางคนที่ยืนรอเธออยู่ “ถ้าถึงวันเกิดเฮียเหรียญ ทำยังไงก็ได้ให้คุณมังกรไปที่นั่น” คำสั่งที่เรียบเฉย ออกมาจากปากของผู้เป็นแม่เลี้ยงที่กำลังกอดอก และจ้องเธอด้วยแววตาดุดัน “แล้วทำไมฉันต้องทำ?” ลี่หลินไม่สนใจที่จะต่อปากต่อคำด้วย เธอรีบเบี่ยงตัวหลบเตรียมจะเดินผ่านไปอย่างไม่แยแส แต่ก็ต้องเบ้หน้ารีบยกมือขึ้นมากุมหัว เพราะถูกกระชากผมจากด้านหลังเอาไว้แน่น “สั่งให้ทำอะไรก็ทำ อย่าฤทธิ์มาก! ถ้าไม่อยากเจอจุดจบเหมือนแม่แก” “...” คำว่าแม่ สะกิดแผลในใจของลี่หลินอีกครั้ง เธอกัดฟันกรามแน่นก่อนจะยกมือขึ้นกระชากเส้นผมอีกฝ่ายเอาไว้แน่นเช่นกัน “โอ๊ย! อีบ้า ปล่อยนะ” “มึงสิบ้า! ตัวเองไม่มีปัญญาหาผัว จนต้องแย่งผัวคนอื่น แล้วยังส่งต่อสันดานทราม ๆ ให้ลูกอีก” “อีหลิน! ปากดีนะ” แม่เลี้ยงกัดฟันกรอดด้วยความโมโห ก่อนจะออกแรงทึ้งหนักขึ้น แต่ลี่หลินกลับไม่ใช่เด็กตัวเล็กที่เธอจะลงโทษแบบเมื่อก่อนได้ ตอนนี้แรงของพวกเธอเท่าเทียมกัน และดูเหมือนว่าลี่หลินจะได้เปรียบด้วยซ้ำ เพราะเพียงแค่กระชากและดึงไม่กี่ครั้ง แม่เลี้ยงก็กลิ้งลงกับพื้นก่อนจะถูกลี่หลินคร่อมทับเอาไว้ “กรี๊ดดด! ช่วยด้วยย” พอรู้ว่าสู้ไม่ได้ แม่เลี้ยงก็ใช้วิธียืมมือคนอื่นเข้ามาจัดการ ทุกคนในบ้านต่างกรูเข้ามายังจุดเกิดเหตุ แล้วก็ต้องตกใจไปตาม ๆ กัน “ลี่หลิน! ทำบ้าอะไรของเธอฮะ” มังกรรีบดึงตัวลี่หลินออกจากร่างคนที่นอนอยู่ ทว่าเธอกลับไม่ยอมคลายมือออก จนเสี่ยวฟางต้องเข้ามางัดมือพร้อมกับผลักลี่หลินออกไป “พี่หลิน อย่าทำร้ายม้าเลยนะ ฟางขอร้อง” การละครเริ่มขึ้นรอบสอง เสี่ยวฟางคุกเข่าไหว้วอนทั้งน้ำตา ขอให้ลี่หลินหยุด แต่ไฟความโกรธได้จุดติดแล้ว ไม่มีทางที่จะสงบง่าย ๆ แน่ “ไม่ทำร้ายแม่มึงก็ได้ งั้นทำมึงแทน” ตุบ! เท้าหนัก ๆ ถีบเข้ากลางหน้าเสี่ยวฟางจนล้มไปกับพื้น พ่อเห็นแบบนั้นก็โกรธจนมือสั่น รีบเดินไปถือปืน ก่อนจะเดินกลับมาที่เดิมด้วยความโกรธที่เต็มเปี่ยม “ถ้าไม่หยุด จะยิงให้ไส้แตกแน่ลี่หลิน!” “เอาเลยสิ ยิงเลย! ฆ่าหลินเหมือนที่ฆ่าม้า ฆ่าเลยสิเตี่ย!” คนตัวเล็กดิ้นพล่าน ก่อนจะถูกรวบตัวขึ้นไปพาดบนไหล่แกร่ง มังกรพาเธอเดินออกมาจากบ้าน ทั้งที่ยังแหกปากโวยวายด่าไล่หลังไม่เลิก พอเดินมาถึงรถ เขาก็โยนเธอลงจนก้นกระแทก แล้วปิดประตูรถอย่างรวดเร็ว ไม่ให้เธอออกไปหาเรื่องใครได้อีก “จะหาว่าฉันเริ่มก่อนใช่ไหมล่ะ” “กล้าปฏิเสธไหมว่าเธอไม่ได้ทำ ก็เห็นคาตาอยู่ว่าเธอมันชั่วช้าแค่ไหน เขาเป็นแม่เธอนะ” “ไม่! ยัยนั่นไม่ใช่แม่ฉัน ฉันมีแม่แค่คนเดียว แล้วก็ถูกพวกสารเลวนั่นฆ่าตายไปแล้ว” มังกรไม่รับฟังอะไรทั้งสิ้น เพราะที่เขาได้เห็นมาวันนี้ มันก็ทำให้เขาปวดหัวมากพอแล้ว คนร่างใหญ่สั่งให้คนขับรถพากลับบ้าน ระหว่างทางไม่พูดไม่จาอะไรทั้งสิ้น เอาแต่กัดฟันกรอดระงับอารมณ์และความเครียด ทำยังไงเขาถึงจะหลุดพ้นจากผู้หญิงชั่วร้ายคนนี้ได้ หากต้องอยู่กันไปแบบนี้จนตาย เขาคงได้เป็นประสาทตายภายในหนึ่งถึงสองปีนี้แน่
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD