ถึงแม้ว่าหลายวันก่อนจะไปพูดจาอวดดีกับคนของสิงห์ไว้แบบนั้น ทว่าเฌอริลิณญ์ก็ยังไม่ได้ถึงขั้นนั้นกับชายหนุ่มหรอก เรียกได้ว่าหลังจากจบการตกลงวันนั้นไปเธอก็แทบจะไม่ได้เจอแฟนเก่าอีกเลย คงเป็นเพราะเขาใช้เวลาชีวิตส่วนใหญ่อยู่ที่สนามแข่ง ส่วนดาราตกอับแบบเธอก็ทำได้แค่ต้องเดินหน้าตั้งใจเรียนให้จบไปแต่ละวัน
“ตกลงว่าได้งานไหม”
หญิงสาวที่ยังไม่ทันจะปิดรั้วบ้านสนิทเลยด้วยซ้ำจำต้องถอนหายใจออกมาอย่างปลงตก เธอกลับบ้านดึกดื่นขนาดนี้แทนที่ผู้เป็นพี่ชายอย่างโชนจะกล่าวถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงเป็นใยกัน ทว่าที่เฌอริลิณญ์เลือกทำให้บิดากับพี่ชายมาตลอดนั้นคงจะส่งผลให้พวกเขาเสียนิสัยมาจนถึงทุกวันนี้แล้วจริง ๆ
ไม่ก็คงจะเป็นสันดานของคนที่ชอบเอารัดเอาเปรียบคนอื่นเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว
“เมื่อไหร่พี่กับพ่อจะทำงานทำการกันสักทีคะ พี่ก็เรียนจบมาจะเป็นปีแล้วไม่ใช่เหรอ”
“แล้วเรื่องอะไรที่กูต้องทำ อย่าลืมนะว่าที่มึงมีวันนี้ได้มันเพราะใคร ถ้าไม่ใช่ตอนมึงเด็ก ๆ เป็นกูกับพ่อที่หาเลี้ยงมึงมา มึงจะโตได้ถึงทุกวันนี้ไหม ถ้ามึงไปอยู่กับอีแม่เฮงซวยนั่นป่านนี้ก็คงจะได้เป็นกะหรี่เหมือนมัน ไม่ได้เชิดหน้าชูคออยู่แบบทุกวันนี้หรอก ระหว่างนี้มึงจะเลี้ยงกูกับพ่อให้สบายไม่ได้เลยหรือยังไง”
“บุญคุณ บุญคุณ บุญคุณ เฌอฟังคำนี้มาจนเบื่อแล้วนะ ถ้ามันจะนับบุญคุณจริง ๆ เฌอคิดว่าตัวเองใช้ให้พี่กับพ่อไปหมดแล้วค่ะ ที่เป็นอยู่ตอนนี้คือการถูกเอารัดเอาเปรียบจากพวกหน้าตัวเมียมากกว่า!”
เพียะ!
“อีเฌอ ลูกอีกะหรี่ เดี๋ยวนี้มึงกล้าต่อปากต่อคำกับกูแล้วเหรอ”
“พี่โชน… ไอ้ลูกพ่อไม่สั่งสอน!” มีหรือที่โดนตบหน้าหันโดยพี่ชายแท้ ๆ ขนาดนี้แล้วเฌอริลิณญ์จะยอม เธอเองก็มีมือมีตีนเหมือนกัน อีกทั้งนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่โดนพี่ชายทำร้ายร่างกาย ทว่าที่ผ่านมานั้นดาราสาวต้องยอมตลอด
เงินที่หามาได้ทุกบาททุกสตางค์ก็แทบจะประเคนให้คนในครอบครัวที่เหลือออยู่ทั้งสองหมดใช้หมด เรียกได้ว่าพอเริ่มไม่มีงานในวงการแล้วเงินที่มีก็แทบจะไม่เหลือ เพราะต้องหาให้พวกเขาใช้ยังไม่พอ น้องสาวอย่างเธอต้องแบกรับค่าใช้จ่ายทั้งหมดภายในบ้านอีกด้วย
“มึงกล้าว่าพ่อเหรอ ได้เลยเฌอ ได้เลย พ่อครับ อีลูกกะหรี่นี่มันด่าพ่อ!”
“หยุดเลย ไอ้พี่ชั่ว พี่เวร ไอ้หน้าตัวเมีย!” เฌอริลิณญ์เองก็เริ่มมีโทสะแล้วเช่นกัน มือขาวระดมฟาดศีรษะผู้เป็นพี่ชายกลับอย่างไม่ออมแรง ไม่ได้นึกกลัวว่าพ่อขี้เมาจะลุกขึ้นมาสนใจพวกเราหรือไม่
“อีเฌอ! ตัวไร้ประโยชน์ แม่งเอ้ย”
“อึก...” คนที่เป็นน้องสาวแน่นิ่งไปด้วยอาการมึนศีรษะชั่วขณะ ก่อนจะเพิ่งรับรู้ได้ว่าตัวเองนั้นโดนโชนที่เป็นพี่ชายผลักจนชนเข้ากับเหลี่ยมเสาของบ้านอย่างจัง แล้วหัวเธอแตกหรือไม่ ทว่าความรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างเริ่มไหลรินลงมาถึงบริเวณหางตาก็สามารถบ่งบอกได้แล้วว่าตนเองกำลังได้รับบาดเจ็บจากการทำอะไรลงไปแบบไม่ยั้งคิด
ก็รู้มาตลอดว่าถ้าพี่ชายเสพยา เธอไม่ควรจะเอาตัวเองเข้าไปยุ่งวุ่นวายด้วยให้เจ็บตัวอีก แต่ด้วยความเป็นมนุษย์ที่มีอคติ 4 อย่างไรก็คงจะเลี่ยงไม่ได้
“พวกมึงแม่งโวยวายอะไรกัน! คนจะหลับจะนอน”
“พ่อ เฌอมัน...”
“อะไร มึงทำอะไรน้องมัน”
“เปล่าครับ มันโง่ล้มชนเสาของมันเอง ผมไม่เกี่ยว ผมไปนะ มีนัดกับเพื่อนที่สนาม”
“ไอ้ลูกเวรพวกนี้ จะไปตายที่ไหนก็ไป ถ้าออกมาแล้วกูยังเห็นหน้าพวกมึงอยู่ กูจะตีซ้ำให้ตายตรงนี้”
หญิงสาวที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิมทำได้แค่แค่นยิ้มเวทนาตนเองออกมา นอกจากพี่ชายจะไม่กล่าวขอโทษอะไรแล้วยังไม่ได้สนใจว่าเธอจะเป็นจะตายหรือไม่ ส่วนพ่อก็กลับเข้าไปนอนกอดขวดสุราเช่นเดิม เมื่อทุกอย่างกลับสู่ภาวะปกติแล้วดาราสาวจึงพยายามใช้สติที่เหลืออยู่นั้นพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นยืน
ทำไมเธอต้องอดทน มันใช่ชีวิตที่อยากจะเป็นอยู่ในตอนนี้จริง ๆ หรือไม่ ทว่าเมื่อก่อนบิดากับพี่ชายเธอก็ไม่ได้เป็นแบบนี้ โชนเลือกทำงานพิเศษตั้งแต่เด็กเพื่อหาส่งให้เธอได้ร่ำเรียนนั้นเป็นเรื่องจริง
หากแต่เจ้าตัวนั้นก็ตามเพื่อนฝูงมากเกินไปจนทำให้เสียคน หลงผิดแทบจะกู้ไม่กลับ ติดผู้หญิงยังไม่พอ ทว่าเป็นผีพนันทุกอย่างอีกด้วย โดยเฉพาะแหล่งที่อีกฝ่ายบอกจะไปเมื่อสักครู่ ก็แน่นอนล่ะ มันมีทั้งผู้หญิงทั้งยาแล้วก็เงินที่ล่อตาล่อใจขนาดนั้น
เงินที่ได้มาง่าย ๆ เลยส่งผลให้ครอบครัวเราต้องกลายมาเป็นอย่างทุกวันนี้
ดาราสาวที่เลือกสวมหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้าเอาไว้มากเกินกว่าครึ่งเดินออกมาจากหมู่บ้าน เพื่อที่จะรอรถ หากแต่ดึกดื่นขนาดนี้แล้วก็คงจะไม่เหลือขนส่งสาธารณะที่ราคาเป็นมิตร จะโทรหาเพื่อนก็กลัวว่ามันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ ตอนนี้เฌอริลิณญ์ไม่ได้มีเงินขนาดที่จะใช้จ่ายอะไรคล่องมือเช่นเมื่อก่อนแล้วด้วย
ก่อนจะระบายยิ้มจางออกมาเมื่อมองไปเห็นป้ายรอรถของฝั่งตรงข้ามนั้นเป็นโฆษณาตัวสุดท้ายที่ยังเหลือสัญญากับเธออยู่ ตอนดังแล้วมีทุกอย่างเฌอริลิณญ์ไม่เคยจะใส่ใจมองของพวกนี้ที่เป็นภาพตัวเองเลยสักนิด ทว่าพอคนเรามันจนตรอกต่อให้จะเสียศักดิ์ศรีอย่างไรก็ไม่ได้นึกกลัวเลยที่จะทำ
อย่างเช่นในตอนนี้ที่มือขาวนั้นเลือกที่จะติดต่อไปหาใครบางคน ขอแค่เขานึกสงสารกันขึ้นมาบ้างก็ยังดี
[ครับ สิงห์ อคิรา พูดครับ]
คงจะเป็นเบอร์มือถือที่ใช้เป็นทางการของนักแข่งหนุ่ม คนฟังที่เริ่มอ่อนเพลียจากการเสียเลือดไปก่อนหน้าทำเพียงแค่ยิ้มกับตนเองแล้วค่อย ๆ เอียงตัวพิงไปกับป้ายรอรถ
[ฟังอยู่หรือเปล่าครับ ถ้าเป็นพวกก่อกวนงั้นผมวางนะ]
“สิงห์...” ดันพูดออกไปแล้ว ทั้งที่ไม่ได้อยากจะรบกวนอะไรเขา เนื่องจากข้อตกลงของเราก็มีเพียงแค่ความสัมพันธ์ทางกายเท่านั้น ถ้าชายหนุ่มไม่เรียก เธอก็ต้องอยู่ในส่วนของตัวเอง
[เฌอเองเหรอครับ มีอะไรหรือเปล่า]
“เปล่า สิงห์จำเสียงเฌอได้ด้วยเหรอ”
[ก็ปกติไหมครับ คนเคย ๆ กันมาก่อน ตกลงแล้วมีอะไรกับผมหรือเปล่า]
“อ่า แค่ลองโทรตามเบอร์ที่สิงห์เคยให้ไว้น่ะ”
[คิดว่าผมจะให้เบอร์มั่วซั่วไปหรือยังไงครับ]
“ก็ไม่—”
“หนู เลือดออกขนาดนี้ มีอะไรให้ป้าช่วยไหม เห็นนั่งคนเดียวอยู่นานแล้ว”
แย่ละ เธอไม่ได้สังเกตเลยว่ามีคนนั่งรอรถร่วมอยู่ด้วย แล้วเสียงของคุณป้าที่หวังดีให้กันเมื่อสักครู่นั้นจะเข้าไปในสายด้วยหรือไม่ ทว่าหลังจากที่จบประโยคของหล่อนก็มีเพียงแค่ความเงียบตอบกลับมาให้ได้ยิน
“มะ...ไม่เป็นค่ะ ขอบคุณมากเลยนะคะ”
“แต่ป้าว่าไปหา—”
“ขอบคุณจริง ๆ ค่ะ”
[อยู่ไหนครับ]
เฌอริลิณญ์เม้มริมฝีปาก ต้องขอบคุณความหวังดีของหล่อนมาก ๆ แต่ตอนนี้หากเลือกที่จะวางสายไปเลยได้หรือไม่ ใช่ เธอควรจะวางสายไปเลย อีกอย่างสิงห์เองก็คงจะไม่ได้สนใจอะไรแฟนเก่าอย่างเธอมากนักหรอก
“ขอโทษนะ แต่ว่าแค่—”
[ถ้าผมตามเจอเอง รู้ใช่ไหมว่ามันจะเป็นยังไง]
“เฌอมีปัญหานิดหน่อยค่ะ เอ่อ…”
[เฌอริลิณญ์]
“โอเค พอดีว่าเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย เฌอกำลังรอรถว่าจะไปโรงพยาบาลน่ะ”
[ส่งที่อยู่มาครับ แล้วรออยู่ตรงนั้น]
TBC.