09

1491 Words
ถึงแม้ว่าหลายวันก่อนจะไปพูดจาอวดดีกับคนของสิงห์ไว้แบบนั้น ทว่าเฌอริลิณญ์ก็ยังไม่ได้ถึงขั้นนั้นกับชายหนุ่มหรอก เรียกได้ว่าหลังจากจบการตกลงวันนั้นไปเธอก็แทบจะไม่ได้เจอแฟนเก่าอีกเลย คงเป็นเพราะเขาใช้เวลาชีวิตส่วนใหญ่อยู่ที่สนามแข่ง ส่วนดาราตกอับแบบเธอก็ทำได้แค่ต้องเดินหน้าตั้งใจเรียนให้จบไปแต่ละวัน “ตกลงว่าได้งานไหม” หญิงสาวที่ยังไม่ทันจะปิดรั้วบ้านสนิทเลยด้วยซ้ำจำต้องถอนหายใจออกมาอย่างปลงตก เธอกลับบ้านดึกดื่นขนาดนี้แทนที่ผู้เป็นพี่ชายอย่างโชนจะกล่าวถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงเป็นใยกัน ทว่าที่เฌอริลิณญ์เลือกทำให้บิดากับพี่ชายมาตลอดนั้นคงจะส่งผลให้พวกเขาเสียนิสัยมาจนถึงทุกวันนี้แล้วจริง ๆ ไม่ก็คงจะเป็นสันดานของคนที่ชอบเอารัดเอาเปรียบคนอื่นเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว “เมื่อไหร่พี่กับพ่อจะทำงานทำการกันสักทีคะ พี่ก็เรียนจบมาจะเป็นปีแล้วไม่ใช่เหรอ” “แล้วเรื่องอะไรที่กูต้องทำ อย่าลืมนะว่าที่มึงมีวันนี้ได้มันเพราะใคร ถ้าไม่ใช่ตอนมึงเด็ก ๆ เป็นกูกับพ่อที่หาเลี้ยงมึงมา มึงจะโตได้ถึงทุกวันนี้ไหม ถ้ามึงไปอยู่กับอีแม่เฮงซวยนั่นป่านนี้ก็คงจะได้เป็นกะหรี่เหมือนมัน ไม่ได้เชิดหน้าชูคออยู่แบบทุกวันนี้หรอก ระหว่างนี้มึงจะเลี้ยงกูกับพ่อให้สบายไม่ได้เลยหรือยังไง” “บุญคุณ บุญคุณ บุญคุณ เฌอฟังคำนี้มาจนเบื่อแล้วนะ ถ้ามันจะนับบุญคุณจริง ๆ เฌอคิดว่าตัวเองใช้ให้พี่กับพ่อไปหมดแล้วค่ะ ที่เป็นอยู่ตอนนี้คือการถูกเอารัดเอาเปรียบจากพวกหน้าตัวเมียมากกว่า!” เพียะ! “อีเฌอ ลูกอีกะหรี่ เดี๋ยวนี้มึงกล้าต่อปากต่อคำกับกูแล้วเหรอ” “พี่โชน… ไอ้ลูกพ่อไม่สั่งสอน!” มีหรือที่โดนตบหน้าหันโดยพี่ชายแท้ ๆ ขนาดนี้แล้วเฌอริลิณญ์จะยอม เธอเองก็มีมือมีตีนเหมือนกัน อีกทั้งนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่โดนพี่ชายทำร้ายร่างกาย ทว่าที่ผ่านมานั้นดาราสาวต้องยอมตลอด เงินที่หามาได้ทุกบาททุกสตางค์ก็แทบจะประเคนให้คนในครอบครัวที่เหลือออยู่ทั้งสองหมดใช้หมด เรียกได้ว่าพอเริ่มไม่มีงานในวงการแล้วเงินที่มีก็แทบจะไม่เหลือ เพราะต้องหาให้พวกเขาใช้ยังไม่พอ น้องสาวอย่างเธอต้องแบกรับค่าใช้จ่ายทั้งหมดภายในบ้านอีกด้วย “มึงกล้าว่าพ่อเหรอ ได้เลยเฌอ ได้เลย พ่อครับ อีลูกกะหรี่นี่มันด่าพ่อ!” “หยุดเลย ไอ้พี่ชั่ว พี่เวร ไอ้หน้าตัวเมีย!” เฌอริลิณญ์เองก็เริ่มมีโทสะแล้วเช่นกัน มือขาวระดมฟาดศีรษะผู้เป็นพี่ชายกลับอย่างไม่ออมแรง ไม่ได้นึกกลัวว่าพ่อขี้เมาจะลุกขึ้นมาสนใจพวกเราหรือไม่ “อีเฌอ! ตัวไร้ประโยชน์ แม่งเอ้ย” “อึก...” คนที่เป็นน้องสาวแน่นิ่งไปด้วยอาการมึนศีรษะชั่วขณะ ก่อนจะเพิ่งรับรู้ได้ว่าตัวเองนั้นโดนโชนที่เป็นพี่ชายผลักจนชนเข้ากับเหลี่ยมเสาของบ้านอย่างจัง แล้วหัวเธอแตกหรือไม่ ทว่าความรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างเริ่มไหลรินลงมาถึงบริเวณหางตาก็สามารถบ่งบอกได้แล้วว่าตนเองกำลังได้รับบาดเจ็บจากการทำอะไรลงไปแบบไม่ยั้งคิด ก็รู้มาตลอดว่าถ้าพี่ชายเสพยา เธอไม่ควรจะเอาตัวเองเข้าไปยุ่งวุ่นวายด้วยให้เจ็บตัวอีก แต่ด้วยความเป็นมนุษย์ที่มีอคติ 4 อย่างไรก็คงจะเลี่ยงไม่ได้ “พวกมึงแม่งโวยวายอะไรกัน! คนจะหลับจะนอน” “พ่อ เฌอมัน...” “อะไร มึงทำอะไรน้องมัน” “เปล่าครับ มันโง่ล้มชนเสาของมันเอง ผมไม่เกี่ยว ผมไปนะ มีนัดกับเพื่อนที่สนาม” “ไอ้ลูกเวรพวกนี้ จะไปตายที่ไหนก็ไป ถ้าออกมาแล้วกูยังเห็นหน้าพวกมึงอยู่ กูจะตีซ้ำให้ตายตรงนี้” หญิงสาวที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิมทำได้แค่แค่นยิ้มเวทนาตนเองออกมา นอกจากพี่ชายจะไม่กล่าวขอโทษอะไรแล้วยังไม่ได้สนใจว่าเธอจะเป็นจะตายหรือไม่ ส่วนพ่อก็กลับเข้าไปนอนกอดขวดสุราเช่นเดิม เมื่อทุกอย่างกลับสู่ภาวะปกติแล้วดาราสาวจึงพยายามใช้สติที่เหลืออยู่นั้นพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นยืน ทำไมเธอต้องอดทน มันใช่ชีวิตที่อยากจะเป็นอยู่ในตอนนี้จริง ๆ หรือไม่ ทว่าเมื่อก่อนบิดากับพี่ชายเธอก็ไม่ได้เป็นแบบนี้ โชนเลือกทำงานพิเศษตั้งแต่เด็กเพื่อหาส่งให้เธอได้ร่ำเรียนนั้นเป็นเรื่องจริง หากแต่เจ้าตัวนั้นก็ตามเพื่อนฝูงมากเกินไปจนทำให้เสียคน หลงผิดแทบจะกู้ไม่กลับ ติดผู้หญิงยังไม่พอ ทว่าเป็นผีพนันทุกอย่างอีกด้วย โดยเฉพาะแหล่งที่อีกฝ่ายบอกจะไปเมื่อสักครู่ ก็แน่นอนล่ะ มันมีทั้งผู้หญิงทั้งยาแล้วก็เงินที่ล่อตาล่อใจขนาดนั้น เงินที่ได้มาง่าย ๆ เลยส่งผลให้ครอบครัวเราต้องกลายมาเป็นอย่างทุกวันนี้ ดาราสาวที่เลือกสวมหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้าเอาไว้มากเกินกว่าครึ่งเดินออกมาจากหมู่บ้าน เพื่อที่จะรอรถ หากแต่ดึกดื่นขนาดนี้แล้วก็คงจะไม่เหลือขนส่งสาธารณะที่ราคาเป็นมิตร จะโทรหาเพื่อนก็กลัวว่ามันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ ตอนนี้เฌอริลิณญ์ไม่ได้มีเงินขนาดที่จะใช้จ่ายอะไรคล่องมือเช่นเมื่อก่อนแล้วด้วย ก่อนจะระบายยิ้มจางออกมาเมื่อมองไปเห็นป้ายรอรถของฝั่งตรงข้ามนั้นเป็นโฆษณาตัวสุดท้ายที่ยังเหลือสัญญากับเธออยู่ ตอนดังแล้วมีทุกอย่างเฌอริลิณญ์ไม่เคยจะใส่ใจมองของพวกนี้ที่เป็นภาพตัวเองเลยสักนิด ทว่าพอคนเรามันจนตรอกต่อให้จะเสียศักดิ์ศรีอย่างไรก็ไม่ได้นึกกลัวเลยที่จะทำ อย่างเช่นในตอนนี้ที่มือขาวนั้นเลือกที่จะติดต่อไปหาใครบางคน ขอแค่เขานึกสงสารกันขึ้นมาบ้างก็ยังดี [ครับ สิงห์ อคิรา พูดครับ] คงจะเป็นเบอร์มือถือที่ใช้เป็นทางการของนักแข่งหนุ่ม คนฟังที่เริ่มอ่อนเพลียจากการเสียเลือดไปก่อนหน้าทำเพียงแค่ยิ้มกับตนเองแล้วค่อย ๆ เอียงตัวพิงไปกับป้ายรอรถ [ฟังอยู่หรือเปล่าครับ ถ้าเป็นพวกก่อกวนงั้นผมวางนะ] “สิงห์...” ดันพูดออกไปแล้ว ทั้งที่ไม่ได้อยากจะรบกวนอะไรเขา เนื่องจากข้อตกลงของเราก็มีเพียงแค่ความสัมพันธ์ทางกายเท่านั้น ถ้าชายหนุ่มไม่เรียก เธอก็ต้องอยู่ในส่วนของตัวเอง [เฌอเองเหรอครับ มีอะไรหรือเปล่า] “เปล่า สิงห์จำเสียงเฌอได้ด้วยเหรอ” [ก็ปกติไหมครับ คนเคย ๆ กันมาก่อน ตกลงแล้วมีอะไรกับผมหรือเปล่า] “อ่า แค่ลองโทรตามเบอร์ที่สิงห์เคยให้ไว้น่ะ” [คิดว่าผมจะให้เบอร์มั่วซั่วไปหรือยังไงครับ] “ก็ไม่—” “หนู เลือดออกขนาดนี้ มีอะไรให้ป้าช่วยไหม เห็นนั่งคนเดียวอยู่นานแล้ว” แย่ละ เธอไม่ได้สังเกตเลยว่ามีคนนั่งรอรถร่วมอยู่ด้วย แล้วเสียงของคุณป้าที่หวังดีให้กันเมื่อสักครู่นั้นจะเข้าไปในสายด้วยหรือไม่ ทว่าหลังจากที่จบประโยคของหล่อนก็มีเพียงแค่ความเงียบตอบกลับมาให้ได้ยิน “มะ...ไม่เป็นค่ะ ขอบคุณมากเลยนะคะ” “แต่ป้าว่าไปหา—” “ขอบคุณจริง ๆ ค่ะ” [อยู่ไหนครับ] เฌอริลิณญ์เม้มริมฝีปาก ต้องขอบคุณความหวังดีของหล่อนมาก ๆ แต่ตอนนี้หากเลือกที่จะวางสายไปเลยได้หรือไม่ ใช่ เธอควรจะวางสายไปเลย อีกอย่างสิงห์เองก็คงจะไม่ได้สนใจอะไรแฟนเก่าอย่างเธอมากนักหรอก “ขอโทษนะ แต่ว่าแค่—” [ถ้าผมตามเจอเอง รู้ใช่ไหมว่ามันจะเป็นยังไง] “เฌอมีปัญหานิดหน่อยค่ะ เอ่อ…” [เฌอริลิณญ์] “โอเค พอดีว่าเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย เฌอกำลังรอรถว่าจะไปโรงพยาบาลน่ะ” [ส่งที่อยู่มาครับ แล้วรออยู่ตรงนั้น] TBC.
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD