เช้าที่ตลาด
สาลี่เดินออกมาจากกระท่อมของครามหลังจากที่เขาแต่งตัวเสร็จแล้วออกไปที่ทุ่งนา ร่างกายของเธอยังคงรู้สึกอ่อนล้าแต่ใบหน้ากลับเปื้อนรอยยิ้มอย่างมีความสุข เธอเดินเรื่อย ๆ เข้าสู่ใจกลางตลาดเล็ก ๆ ของหมู่บ้าน
"อ้าวสาลี่ วันนี้ไม่ขายของเหรอ" ป้าชื่น แม่ค้าขายพวงมาลัยและดอกไม้ทักขึ้น
สาลี่หันไปยิ้ม "วันนี้พักนะป้า พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน"
"แหม ไปทำอะไรมาดูหน้าตาสดชื่นผิดหูผิดตาเชียวนะ" ป้าชื่นยิ้มแซวอย่างรู้ทัน
"จริงเหรอป้า" สาลี่แสร้งถามอย่างตื่นเต้น
"เออดิ! ดูสวยขึ้นผิดหูผิดตาว่ะ หน้าตาก็ดูอิ่มเอิบ"
‘ก็แน่ล่ะสิ ได้น้ำค*ยของพี่ครามมาเป็นวิตามินบำรุง**ทั้งคืนแบบนั้น’ สาลี่คิดในใจอย่างร่าเริง
"ฉันก็สวยสาวตามวัยฉันนั่นแหละป้า" สาลี่พูดแค่นั้น ก่อนจะเชิดหน้าลอยตาเดินสะบัดผ่านแผงขายของของป้าชื่นไป
ป้าชื่นมองตามหลังสาลี่อย่างหมั่นไส้ "แหมอีนี่... คงไปให้ท่าไอ้ครามมาอีกแล้วล่ะสิ ไม่ใช่ว่าโดนมันจัดมาแล้วเหรอ ถึงได้หน้าชื่นตาบานออกหน้าออกตาแบบนั้น" เธอส่ายหัวเบา ๆ ก่อนจะกลับไปจัดพวงมาลัยและจัดแผงขายดอกไม้ของเธอต่ออย่างไม่ใส่ใจมากนัก
สาลี่เดินลอยหน้าลอยตาไปตามทางในตลาด ขณะนั้นเองเธอก็สวนทางกับ พุฒิ ชายหนุ่มร่างกายกำยำผู้สวมใส่เสื้อกล้ามสีขาว เขาเหงื่อซึมเล็กน้อยกำลังเข็นรถเข็นผักเต็มคันเพื่อส่งไปยังแผงต่างๆ
"อ้าวสาลี่ พี่ว่ากำลังจะไปส่งผักที่แผงอยู่พอดี" พุฒิเอ่ยทักด้วยรอยยิ้ม
"วันนี้ฉันหยุดขายวันนึงจ้ะ พรุ่งนี้มาส่งใหม่นะ" สาลี่ตอบเสียงหวาน
"อ้าวงั้นเหรอ ไม่สบายหรือเปล่า กินยาหรือยัง" พุฒิถามอย่างเป็นห่วง
"เปล่าหรอกจ้ะ ฉันสบายดี ว่าแต่พี่พุฒิเถอะ ส่งผักเสร็จแล้วไปกินข้าวบ้านฉันนะ" สาลี่เอ่ยชวนอย่างไม่ทันให้เขาตั้งตัว
"ทำไมจู่ ๆ มาชวนพี่ล่ะ" พุฒิถามด้วยความสงสัยแต่แววตากลับเปล่งประกาย
"ก็เห็นว่าพี่ทำงานหนัก แล้วส่งผักให้ฉันทุกวัน ฉันก็อยากจะตอบแทนอะไรบ้าง" สาลี่พูดพร้อมกับยิ้มยั่วยวน
"งั้นเหรอ ถ้างั้นก็ดีสิ ไว้สาย ๆ พี่จะไปนะ" พุฒิรับคำอย่างรวดเร็ว
สาลี่ไม่ได้พูดอะไรต่อ เธอเพียงแต่ยิ้มหวานอย่างรู้ทัน แล้วค่อย ๆ เดินจากไปอย่างเชื่องช้า พุฒิมองเห็นเนินอกอวบอิ่มของสาลี่ที่โหนกนูนผ่านเสื้อผ้าบาง ๆ ที่เธอสวมใส่ สาลี่ก็ได้แต่ยิ้มอย่างรู้ทันว่าเขากำลังมองอะไร
ขณะที่สาลี่เดินผ่านไป พุฒิก็หันมองตามหลังเธอทันที เขาเห็นบั้นท้ายที่กลมกลึงในผ้าถุงที่โยกย้ายไปมาตามจังหวะการเดินอย่างเชิญชวน พุฒิได้แต่แอบกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเฝื่อน รู้สึกถึงความต้องการบางอย่างที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจ
พุฒิเข็นรถเข็นผักมาตามทางตลาดจนมาถึงแผงขายพวงมาลัยของป้าชื่น
"อ้าว ไอ้พุฒิ วันนี้อีสาลี่มันหยุดขายของวันนึงว่ะ" ป้าชื่นเอ่ยปากทันที
"รู้แล้วป้า เพิ่งเดินสวนกันเมื่อกี้เลย" พุฒิตอบ พลางเข็นรถผ่าน
"เออ เห็นมันเดินหน้าบานเข้าตลาดมา ข้าก็ว่ามันแปลกๆ เพราะปกติไม่ได้เป็นแบบนี้" ป้าชื่นยังคงไม่หยุดเม้าท์
"โธ่ป้า คนเราไม่ได้มีความทุกข์อะไรก็ให้เขาได้มีความสุขบ้างเถอะ หรือป้าจะให้มันเดินร้องไห้เข้ามาล่ะ" พุฒิว่าติดตลก
"เออ มึงนี่ก็กวนตีนเนาะไอ้พุฒิ" ป้าชื่นว่าพลางส่ายหน้า
"ป้าก็อย่าไปจ้องจับผิดมันมากนัก"
"เออ นี่เอ็งว่าข้าเสือกเหรอ" ป้าชื่นทำเสียงฮึดฮัด
"ป่าวนะป้า" พุฒิรีบปฏิเสธ "ฉันไปส่งผักต่อละ"
พุฒิยิ้มขำกับความช่างสังเกตของป้าชื่น แต่ในใจเขากลับคิดถึงรอยยิ้มที่ยั่วยวนของสาลี่ และคำชวนที่ชวนให้เขาครุ่นคิดถึงเรื่องดีๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า
หลังจากส่งผักตามแผงต่าง ๆ เสร็จเรียบร้อย พุฒิเข็นรถเข็นเปล่าไปเก็บไว้หลังตลาด เขาหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กที่พาดบ่ามาซับเหงื่อที่ไหลย้อยตามหน้าผากและแผ่นอกที่กำยำ เหงื่อไคลจากความร้อนและการทำงานหนักทำให้ตามตัวเขาเหนียวเหนอะหนะไปหมด
เขาหยุดยืนสำรวจตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง เสื้อกล้ามสีขาวที่สวมอยู่เปียกชุ่มจนแนบเนื้อเผยให้เห็นมัดกล้ามชัดเจน
"แค่ไปกินข้าว ไม่ต้องเปลี่ยนเสื้อหรอกว่ะ" เขาพึมพำกับตัวเอง
แต่แล้วความสงสัยก็แล่นเข้ามาในหัว "จู่ ๆ สาลี่มันชวนเราทำไมวะ" พุฒิขมวดคิ้วเล็กน้อย ปกติสาลี่ไม่เคยสนใจผู้ชายคนไหนนอกจากคราม เขาเองก็รู้เรื่องที่สาลี่ตามตอแยครามมานานแล้ว
"มันต้องมีอะไรแน่ๆ" พุฒิยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย ความรู้สึกเร่าร้อนที่ถูกจุดประกายเมื่อได้เห็นเรือนร่างของสาลี่ที่ตลาดเมื่อครู่กลับมาอีกครั้ง เขาไม่สนใจอีกแล้วว่าสาลี่จะคิดอะไรอยู่ แต่สิ่งที่เขาจะได้รับนั้นน่าสนใจกว่ามาก
พุฒิเดินออกจากตลาด มุ่งหน้าไปยังบ้านไม้เก่าของสาลี่ด้วยความคาดหวังที่เต็มเปี่ยม