รอยปริของกำแพงกุลสตรี.!

1018 Words
“ซี้ดดด... อูยยย... ดีจัง... ซี้ดดด...” เสียงครางกระเส่าแผ่วเบาที่ลอดออกมานั้นคมชัดบาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของพิมพิกา ราวกับคมมีดที่กรีดผ่านอากาศอันเงียบสงบ เด็กสาวที่กำลังจะก้าวผ่านหน้าห้องน้ำเพื่อไปยังครัวหลังบ้านถึงกับหยุดชะงัก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้ด้วยมนต์ดำ หัวใจในอกรัวกระหน่ำเหมือนกลองศึกที่ตีระฆังเตือนถึงอันตรายที่แสนเย้ายวน เย็นวันศุกร์นี้ควรจะเป็นเหมือนทุกครั้ง คือวันที่เธอต้องหอบหิ้วกระเป๋ากลับบ้านนอกไปหาครอบครัวและรอคอยชลธีในวันอาทิตย์ ทว่านัดหมายของระริน—ไอดอลสาวผู้เปี่ยมเสน่ห์ที่อาสาจะพาเธอไปสัมผัสโลกกลางคืนในร้านอาหารกึ่งผับ—กลับเปลี่ยนวิถีชีวิตเดิมๆ ของเธอไปโดยสิ้นเชิง “อูยยย... จะถึงแล้ว... เร็วๆ... โอววว...” เสียงที่ดังซ้ำขึ้นมาอีกระลอกทำให้พิมพิกาหน้าร้อนวูบราวกับถูกไฟแผดเผา เธอไม่ใช่เด็กน้อยผู้ไร้เดียงสาจนไม่รู้ว่าต้นทางของเสียงนั้นคืออะไร เสียงเนื้อกระทบกันที่ดัง "ตั๊บ... ตั๊บ..." ผสานกับลมหายใจหอบถี่ พลุ่งพล่านไปด้วยตัณหา มันส่งกระแสไฟฟ้าแล่นปราดไปทั่วอณูผิวของสาวรุ่นจนสั่นสะท้าน เจ๊รินกับเฮียเมธกำลัง... ความคิดนั้นหลุดออกมาเป็นเสียงพึมพำแผ่วเบา สัญชาตญาณร้องบอกให้เธอหันหลังกลับและวิ่งหนีไปเสีย ทว่าขาทั้งสองกลับทรยศ มันก้าวไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้าและระมัดระวัง สายตาพร่ามัวจับจ้องไปยังต้นเสียงราวกับถูกมนต์สะกด พิมพิกาแนบแผ่นหลังเข้ากับผนังปูนที่เย็นเฉียบ ค่อยๆ เลื่อนตัวเข้าหามุมห้องครัวด้วยใจที่เต้นระทึก เธอรู้ดีว่าหากพ้นหัวมุมนี้ไป ภาพที่เธอเคยเห็นเพียงในหน้าจอมือถือจะปรากฏเด่นชัดเป็นภาพจริงตรงหน้า “โอ๊ย... เฮียขา... รินเสียว... ซี้ดดด... แรงๆ อีก...” เสียงครางที่เร่าร้อนจัดของระรินกระตุ้นให้อะดรีนาลีนในร่างของเด็กสาวพุ่งสูงขึ้น พิมพิกาค่อยๆ โผล่หน้าออกไปมอง พลันนั้นสายตาของเธอก็ปะทะเข้ากับภาพที่สลักลึกเข้าสู่ความทรงจำ ระริน—ผู้หญิงที่เธอชื่นชมว่าเก่งและสง่างาม—บัดนี้กำลังเหยียดแขนค้ำเคาน์เตอร์ครัว ใบหน้าเชิดแหงนหลับตาพริ้ม ริมฝีปากห่อซี้ดด้วยความรัญจวน ร่างทั้งร่างกระเด็นกระดอนตามจังหวะกระแทกกระทั้นของเมธีที่โหมเข้าใส่จากทางด้านหลัง ทั้งคู่เปลือยท่อนล่าง พรั่งพรูไปด้วยอารมณ์ดิบเถื่อนโดยไม่สนว่าโลกภายนอกจะเป็นอย่างไร เสียงจ๊วบจ๊าบจากการจูบที่ดูดดื่มและการบดเบียดร่างกายทำให้พิมพิกาแทบหยุดหายใจ แล้วพี่ศักดิ์หายไปไหน? ความคิดหนึ่งแวบขึ้นมา แต่ความกังวลนั้นช่างเบาบางนักเมื่อเทียบกับภาพตรงหน้า เข็มนาฬิกาที่บอกเวลาใกล้หกโมงเย็นแปลว่าทุกคนคงเลิกงานกลับกันหมดแล้ว เหลือเพียงสนามอารมณ์แห่งนี้ที่มีเธอเป็นผู้ชมเพียงผู้เดียว “โอ๊ยๆ ๆ เฮียขา... เสร็จแล้ว... อาาา!” เสียงระเบิดอารมณ์ของระรินลั่นครัว ร่างของเธอกระตุกถี่รัวราวกับถูกไฟฟ้าแรงสูงช็อต เมธีกดรั้งเอวเธอไว้แน่น กระแทกเน้นย้ำอีกสี่ห้าครั้งก่อนจะหยุดนิ่งแนบชิด พิมพิกามองเห็นเมธีค่อยๆ ถอนกายออกมาอย่างช้าๆ “บวบ...” เสียงหยาดเยิ้มนั้นมาพร้อมกับภาพลักษณ์ความเป็นชายที่หลุดพ้นออกมาต่อหน้าต่อตา พิมพิกาหน้าร้อนซ่านจนแทบระเบิด สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าห่างไปไม่ถึงสามเมตรนั้นช่างน่าเกรงขามและแตกต่างจากในสื่อลามกที่เธอเคยแอบดูสิ้นเชิง มันดูมีชีวิต เต้นเร่า และทรงพลังจนเธอนึกสงสัยในใจด้วยความพรั่นพรึง... มันเข้าไปอยู่ในนั้นหมดได้ยังไง? ระรินหันกลับมาออเซาะสามี สายตาหวานเยิ้มขณะมือเรียวคว้ากุมสิ่งนั้นไว้ราวกับของล้ำค่า “เต็มไม้เต็มมือดีจัง...” ภาพการโลมเล้าที่ดำเนินต่ออย่างไม่รู้เบื่อปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบของเด็กสาวอย่างรุนแรง พิมพิกายืนหนีบขาแน่น ความคันยิบและการตอดรัดภายในทำให้เธอเผลอไผลยกมือขึ้นเกาะกุมเนินเนื้อสาวผ่านผ้ากระโปรงนักเรียน เธอขยำมันเบาๆ ตามจังหวะหัวใจที่เต้นโครมคราม เมธีอุ้มระรินขึ้นนั่งบนเคาน์เตอร์ แยกเรียวขาของเธอออกแล้วแทรกตัวเข้าไป พิมพิกาเอียงหน้ามองตามอย่างลืมตัว เธอเห็นเขากรีดส่วนยอดไปตามรอยแยกที่ฉ่ำแฉะของระริน ก่อนจะกดจมหายเข้าไปทั้งลำอย่างเชื่องช้าแต่หนักแน่น “เฮียขา... ป้อนรินให้อิ่มๆ นะคะ...” เสียงครางที่เปี่ยมสุขของระรินขยี้หัวใจของพิมพิกาจนแตกละเอียด ความอดทนสุดท้ายพังทลายลง กระโปรงนักเรียนถูกรั้งขึ้นจนถึงเอว นิ้วเรียวเล็กสอดประสานเข้าสู่หลืบเร้นที่เอ่อล้นไปด้วยน้ำหวานแห่งความปรารถนา ภาพการร่วมรักตรงหน้าเปรียบเสมือนเชื้อไฟที่โหมกระหน่ำให้พิมพิกาทะยานสู่สรวงสวรรค์ที่เธอไม่เคยเอื้อมถึง “อูยยย... ซี้ดดด... อาาา” พิมพิกาครางออกมาอย่างลืมตัว ดวงตาพร่ามัวชั่วขณะเมื่อความหฤหรรษ์ระเบิดออกอย่างรุนแรงกว่าทุกครั้งที่เธอเคยทำเพียงลำพัง เธอปล่อยให้อารมณ์ล่องลอยไป จนกระทั่งเสียงครางยาวที่จบลงพร้อมกันของคนทั้งสองบอกให้รู้ว่าบทเพลงสวาทนี้สิ้นสุดลงแล้ว เด็กสาวค่อยๆ ถอยฉากออกมา หัวใจยังคงสั่นระรัวขณะเร่งฝีเท้ากลับไปที่ร้านขายของชำ ภาพตรงหน้า เสียงกระเส่า และกริยาอาการที่ดิบเถื่อนเหล่านั้นกลายเป็นรอยสักที่ประทับแน่นอยู่ในสมอง เธอรู้สึกขัดแย้ง... ระหว่าง "กุลสตรี" ที่ถูกพร่ำสอนมาทั้งชีวิต กับ "ความเป็นอิสระ" ที่เห็นจากระริน ทำไมเธอต้องมีข้อบังคับมากมาย? ทำไมเธอต้องอยู่ในกรอบที่น่าอึดอัด? ถ้าเธอได้เป็นอิสระ ได้ลิ้มรสรสชาติที่รุนแรงและหอมหวานแบบเจ๊รินบ้าง... มันจะเป็นอย่างไรกันนะ?
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD