“เจอกันอีกครั้ง”

1356 Words
หลังสี่ทุ่ม บรรยากาศในร้านเจ็ดยับเริ่มเปลี่ยนไป เสียงเพลงดังขึ้นอีกระดับ ไฟในร้านถูกหรี่ให้สลัวกว่าเดิม แสงนีออนสีแดงส้มสะท้อนแก้วเหล้าบนโต๊ะเป็นเงาวาว ๆ คนในร้านแน่นขึ้น เสียงหัวเราะดังขึ้นพร้อมกับเสียงชนแก้วที่ถี่กว่าเดิม หลายโต๊ะเริ่มเมา บางคนเริ่มพูดเสียงดัง บางคนหัวเราะลั่นแบบไม่แคร์สายตาใคร เหงื่อกับกลิ่นแอลกอฮอล์ลอยปะปนในอากาศ แต่กลับให้ความรู้สึกผ่อนคลายอย่างประหลาด เหมือนทุกคนปล่อยตัวปล่อยใจให้หลุดจากความเหนื่อยล้าของทั้งวัน แต่ทว่า… “กรี๊ดดดดดดด!” เสียงกรี๊ดของผู้หญิงหลายคนดังขึ้นพร้อมกันราวกับนัดมา เมลบีกับเพื่อน ๆ สะดุ้ง ก่อนจะพากันหันไปมองตามต้นเสียงโดยอัตโนมัติ และแล้ว… เธอก็เห็นเขา ผู้ชายคนนั้น คนเดียวกับที่เธอเคยพลาดท่าจนเอาหน้าไปจุ่มเข้ากับเป้ากางเกงเต็ม ๆ ในลิฟต์วันนั้น หัวใจเมลบีกระตุกวูบ “มึงงงง” เธอรีบหันไปคว้าแขนเพื่อนในกลุ่ม เสียงสั่นนิด ๆ “คนนั้นนนน” “เออ กูก็มองอยู่เหมือนกัน” เจนนิสตอบ แต่สายตายังไม่ละไปจากร่างสูงตรงหน้า “หล่ออยู่นะ” “แต่เนิร์ดปะวะ เห็นใส่แว่น” ครีมมี่เสริม วีนัสหรี่ตามองเหมือนพยายามนึกอะไรบางอย่าง “กูรู้จักนะ พี่สกาย วิศวะคอม เคยเห็นผ่าน ๆ เวลาเรียนภาครวม” เมลบีกลืนน้ำลาย ก่อนจะพูดออกไปด้วยเสียงแผ่ว แต่ชัดเจน “คนนั้นแหละ… ที่กูเอาหน้าไปจุ่มเป้าเขาอ่ะ” ทันทีที่คำพูดนั้นจบลง ทั้งโต๊ะก็เงียบกริบ สายตาของเจนนิส ครีมมี่ และวีนัส ค่อย ๆ หันกลับมามองหน้าเมลบีพร้อมกัน “เริ่ดนะ หล่อเลยนะนั่นอ่ะ” เจนนิสพูดขึ้น พลางมองร่างสูงของเขาที่กำลังก้าวเดินเข้ามาใกล้โต๊ะของพวกเธอเรื่อย ๆ วีนัสชะโงกหน้ามองตาม ก่อนจะกระซิบเสียงต่ำ “มึง… เขากำลังเดินมาทางนี้ป่ะ” เมลบีสูดหายใจเข้าลึก พยายามตั้งสติ “ทำตัวปกติพวกมึง ปกติ ๆ” คำพูดนั้นเหมือนจะเอาไว้เตือนคนอื่น แต่คนที่ ไม่ปกติที่สุด กลับเป็นตัวเธอเอง เพราะปกติแล้ว ไม่ว่าใครจะเดินมาชน มาทัก หรือมาคุย เมลบีไม่เคยสนใจจะจัดท่าทาง ไม่เคยห่วงหน้าผม ไม่เคยนั่งหลังตรงหรือเก็บมือเก็บไม้ แต่ตอนนี้… เธอกำลังทำทุกอย่างพร้อมกัน จัดผม จัดเสื้อ ขยับตัวนั่งให้ตรงขึ้น แม้แต่ท่านั่งยังเผลอเช็กซ้ำในหัว จนกระทั่ง… ร่างสูงของเขาเดินผ่านโต๊ะของเธอไปอย่างไม่หยุดยั้ง ในระยะที่ใกล้เกินกว่าจะเมินเฉย กลิ่นหอมบาง ๆ ก็ลอยเข้ามาตีจมูกเมลบีทันที เป็นกลิ่นแป้งเด็กสะอาดอ่อน ๆ ที่เธอคุ้นเคยดีจนหัวใจสะดุดวูบ เพราะมันคือกลิ่นน้ำหอมกลิ่นเดียวกับที่เธอใช้ เมลบีชะงักไปเล็กน้อย เผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว สายตาจับจ้องแผ่นหลังของเขาพร้อมกับคำถามเดียวที่ผุดขึ้นมาในหัว มันจะบังเอิญได้ขนาดนั้นเลยเหรอ และแล้วร่างสูงของเขาก็หยุดลง ก่อนจะนั่งลงที่โต๊ะข้าง ๆ โต๊ะของเธอพอดี ระยะใกล้จนเมลบีรู้สึกได้ทันทีว่าหัวใจตัวเองเต้นแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ “เชี่ยยย นั่งโต๊ะข้าง ๆ เลยว่ะ” วีนัสกระซิบเสียงเบา ให้ได้ยินกันแค่ในกลุ่ม เจนนิสชะโงกหน้ามองเล็กน้อย ก่อนจะพูดตามด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น “พี่เขาจำมึงได้ปะเนี่ย ตอนเขานั่งกูเห็นเขาหันมามองโต๊ะเราอยู่นะ” “ไม่รู้ว่ะ… กูก็ไม่แน่ใจ” เมลบีตอบอย่างลน ๆ ก่อนจะยกมือขึ้นปิดหน้าตัวเองทันที “อีเหี้ย หน้าอายฉิบหาย” เธอแทบไม่กล้ามองไปทางนั้นตรง ๆ ได้แต่หลบสายตา ทำเป็นสนใจแก้วเหล้าตรงหน้า ทั้งที่ในหัววุ่นวายไปหมด “ได้เวลาทำงานละ กูไปก่อน” ครีมมี่พูดขึ้น ก่อนจะลุกออกไปจากโต๊ะ จังหวะนั้นเอง มุมมองของเมลบีก็เปิดโล่งขึ้นทันที เพราะก่อนหน้านี้ร่างของครีมมี่นั่งบังอยู่ พออีกฝ่ายลุกออกไป ที่นั่งข้างเมลบีก็กลายเป็นที่ว่าง และโต๊ะข้าง ๆ ก็ปรากฏอยู่ในสายตาอย่างชัดเจน เมลบีกำลังจะเอ่ยปากขอให้เจนนิสหรือวีนัสย้ายมานั่งข้าง ๆ เธอ เพื่อหลบความอึดอัดที่กำลังก่อตัวขึ้น ทว่า… กลับมีร่างของใครก็ไม่รู้ทรุดตัวลงนั่งแทนที่ของครีมมี่เสียก่อน กลิ่นแอลกอฮอล์แรง ๆ ลอยมากระทบจมูก สายตาของผู้ชายคนนั้นฉายชัดถึงความเมาอย่างปิดไม่มิด เขายกแก้วขึ้นมา ก่อนจะเอื้อมแขนเข้ามาคล้องรอบคอของเมลบีอย่างถือวิสาสะ ทำเอาเธอชะงัก สีหน้าเปลี่ยนทันที “ชนแก้วกับพี่หน่อยสิครับ น้องคนสวย” เขาพูดเสียงยาน “พี่นั่งอยู่โต๊ะนู้น” เขาหันไปพยักเพยิดทางโต๊ะด้านหลัง ที่มีผู้ชายอีกสี่ห้าคนนั่งรวมกลุ่มกันอยู่ “พอดีพี่สนใจน้อง สนใจไปนั่งดื่มกับพวกพี่ไหม” “ไม่ค่ะ” เมลบีตอบทันที น้ำเสียงนิ่งแต่แข็ง “รบกวนเอาแขนออกด้วยค่ะ” “ช่วยเอาแขนออกจากเพื่อนหนูด้วยค่ะ” เจนนิสเสริมขึ้น แม้ถ้อยคำจะสุภาพ แต่สีหน้าและน้ำเสียงกลับไม่อ่อนโยนเลยสักนิด ผู้ชายคนนั้นหัวเราะเบา ๆ อย่างไม่ใส่ใจ “แหม… ถ้างั้นก็ชนแก้วกับพี่สิครับ” เขาโน้มตัวเข้ามาใกล้เกินควร จนเมลบีรู้สึกได้ถึงลมหายใจรดข้างแก้ม พรึ่บ! เมลบีใช้แรงทั้งหมดผลักร่างนั้นออกไป ผู้ชายคนนั้นเสียหลัก เก้าอี้เกือบล้มคว่ำ เสียงเอะอะดังขึ้นรอบโต๊ะ เมลบียืนขึ้นทันที มือเสยผมขึ้นอย่างไม่ตั้งใจ ท่าทางนิ่งแต่สายตาคมกริบ “เกินไปละ” เธอพูดชัดถ้อยชัดคำ “สนิทกันเหรอ” เธอหยุดมองอีกฝ่ายตรง ๆ ก่อนจะพูดต่อเสียงเย็น “อยากชนมาก ก็กลับไปชนกับพ่อมึงดิ” ชายคนนั้นลุกพรวดขึ้น ก่อนจะผลักไหล่ของเมลบีเข้าเต็มแรง ร่างของเธอเซไปเล็กน้อย แต่ก็ยังยืนทรงตัวได้ สีหน้าไม่เปลี่ยน “เล่นพ่อเลยเหรอวะน้อง” เขาพ่นเสียงห้วน “พี่มาขอชนดี ๆ อยากโดนกูตบหรือไง” บรรยากาศรอบโต๊ะเริ่มตึงขึ้น เสียงเพลงในร้านยังดังเหมือนเดิม แต่ความรู้สึกของคนรอบข้างกลับเงียบงัน และในจังหวะนั้นเอง… “ให้ผมช่วยไหมครับ” เสียงผู้ชายจากโต๊ะข้าง ๆ ดังขึ้น น่าจะเป็นเพื่อนของเขา น้ำเสียงนิ่ง แต่แฝงความระวัง เมลบีรู้สึกได้ทันทีว่า เขาคนนั้น กำลังมองและฟังทุกอย่างอยู่ “ไม่เป็นไรค่ะ หนูเคลียร์เอง” เมลบีตอบกลับทันที น้ำเสียงเรียบ ไม่สั่น เธอหันกลับไปเผชิญหน้ากับผู้ชายตรงหน้า สายตานิ่งจนอีกฝ่ายต้องชะงักไปเสี้ยววินาที “เอาไง” เมลบีเอ่ยถามชัดถ้อยชัดคำ “จะขอโทษปะ” ชายคนนั้นหัวเราะเยาะในลำคอ “ขอโทษเหี้ยไรวะ มึงอ่ะต้องขอโทษกู” เขาชี้หน้าเธอ “มึงด่า แล้วก็ผลักกูก่อน” “ถ้าพี่ยอมขอโทษ ฉันจะยอมปล่อยพี่” เมลบีพูดช้า ๆ ชัดถ้อยชัดคำ น้ำเสียงนิ่งสนิท ราวกับไม่ได้อยู่ท่ามกลางวงเหล้าและเสียงเพลง แต่ยืนอยู่ในพื้นที่ของตัวเองเพียงลำพัง ชายคนนั้นหัวเราะหึในลำคอ ก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้อีกก้าว จงใจละเมิดระยะห่าง ใบหน้าของเขาโน้มเข้ามาใกล้จนเมลบีได้กลิ่นแอลกอฮอล์ชัดเจน “หึ จะต่อยกูเหรอ?” เขายกมือขึ้นตบแก้มตัวเองเบา ๆ สองสามครั้ง ท่าทางยียวนเหมือนกำลังท้าทาย สายตาฉายแววดูถูกอย่างไม่ปิดบัง “ต่อยเลยครับ… คนสวย” น้ำเสียงบิดเบี้ยวไปด้วยความล้อเลียน และทันใดนั้น… ผัวะ!!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD