ฉันรีบหันกลับมาตั้งสติ สลัดความตกใจทิ้งไปก่อนจะฉีกยิ้มหวานหยดย้อยสู้แสงแฟลชจากกล้องเกือบ 20 ตัวที่รุมล้อมอยู่ข้างหน้าพยายามทำตัวเป็นมืออาชีพสุดชีวิต ทั้งที่ในใจตอนนี้ปั่นป่วนไปหมด
" โหหห มึงดูดิ คันนั้นน่าจะเด็ดว่ะ ตากล้องรุมเต็มเลย ไปดูป่ะ "
ชิปแล้ว! เสียงทุ้มๆ ที่คุ้นหูมันใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้วอะ ทำไงดี? เอ๊ะ... แต่เดี๋ยวนะ ฉันจะกลัวทำไมล่ะ! ในเมื่อเมื่อกี้เขาเป็นคนทำแผน ‘จับเด็ก’ ของฉันพังจนหนีกระเจิงไป ฉันต้องเอาคืนให้สาสมสิ ความคิดชั่วร้ายแวบเข้ามาในหัวทันที ฉันยืนโพสต์ท่ารอให้เขาเดินเข้ามาในระยะประชิดด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
" ว้าววว นี่มันน้องเมย์กับน้องมายนี่หว่า ไอ้แผน... ยังไงๆ "
พี่ทัพเดินเข้ามาถึงก็เปิดฉากแซวไอ้บ้าขุนแผนทันที ส่วนอีตาขุนแผนน่ะเหรอ... แทนที่จะทำหน้าตายเหมือนปกติ เขากลับยกยิ้มมุมปากอย่างมีเล่ห์เหลี่ยมก่อนจะยืนกอดอกจ้องมองฉันด้วยสายตาที่ปิดความหื่นกระหายไว้ไม่มิด
" คุณขุนแผนนน เค้กคิดถึงจังเลยค่ะ "
พริตตี้สาวสวย 2-3 คนที่อยู่แถวนั้นรีบปรี่เข้าไปหาเขา ทำท่าจะเข้าไปกอดออเซาะ แต่ขุนแผนกลับไหวตัวทัน เขาดันเพื่อนข้างๆ ให้บังตัวเองไว้ก่อน ชิ! ทำเป็นตัวพ่อนะย๊ะ... ไม่ได้การละ ต้องเอาคืน! ฉันก้าวขาเดินลงจากแท่นโชว์รถหรูลงมาหาเขาตรงๆ กล้องทุกตัวรีบแพนตามการเคลื่อนไหวของฉันทันที
" พี่ขุนแผนขาาาาา~ "
ฉันแกล้งดัดเสียงหวานหยด เดินเข้าไปหาขุนแผนแล้วโผเข้าสวมกอดเขาอย่างสนิทสนมต่อหน้าธารกำนัล มือเรียวเลื่อนขึ้นลูบไล้หลังเขาขึ้นลงเบาๆ อย่างยั่วยวน ก่อนจะเขย่งเท้าขึ้นจุ๊บไปที่แก้มเขามันๆ จนทิ้งรอยลิปสติกสีแดงสดไว้เด่นหรา ฉันเงยหน้ามองเขาหวังจะเห็นใบหน้าที่โกรธจัดหรืออับอาย แต่ผิดคาด... เขากลับยกยิ้มอย่างพอใจอยู่นั่นแหละ!
อะไรวะ? เขาต้องโกรธสิ! ฉันเห็นท่าไม่ดีจะรีบปล่อยแขนที่กอดเขาออก แต่...
ไม่ทันจ๊ะ! ขุนแผนคว้าแขนฉันไว้ทันที แล้วรั้งตัวฉันเข้าไปกอดตอบแน่นหนา ก่อนจะโน้มหน้าลงมาจุ๊บหัวฉันคืนอย่างแรงต่อหน้ากล้อง แชะๆๆๆ! เสียงชัตเตอร์รัวดังสนั่นหวั่นไหว พลาด... กูพลาดอย่างแรง! ฉันรีบผลักเขาออกทันที พลางปัดๆ ผมตรงที่เขาจุ๊บลงมาด้วยความหงุดหงิด ตากล้องนี่ก็ไวเหลือเกิน เข้ามารุมล้อมสัมภาษณ์ฉันกับเขาทันที
" อะไรยังไงคะคุณขุนแผน เป็นแฟนกันรึเปล่าคะเนี่ย? "
มึงถามเชี่ยไรเนี่ย! ฉันคิดในใจก่อนจะส่งยิ้มแหยๆ ให้ตากล้อง พยายามหาทางออก
" อะ...เอ่อ มะ...ไม่... " ฉันกำลังจะอ้าปากปฏิเสธ แต่อีตาขุนแผนดันพูดแทรกขึ้นมาซะก่อน
" ลองเดาดูสิ " เขาตอบนิ่งๆ แต่สายตาที่เขายกยิ้มให้ฉันมันกวนประสาทขั้นสุด ไม่พอ... มือหนายังเลื่อนลงมาลูบก้นฉันผ่านชุดรัดรูปอีก!
" พวกเราไม่กล้าเดาหรอกครับ แต่ดูเหมาะกันมากเลยนะครับเนี่ย "
" ใช่ๆ ขอถ่ายภาพคู่หน่อยนะคะ "
ตากล้องอีกคนเสริมทัพ แซวฉันกับอีตาขุนแผนไม่หยุด พร้อมกับรัวกล้องใส่จนฉันต้องยืนยิ้มแข็งค้างอยู่นาน ฉันพยายามหยิกหลังเขาแรงๆ เพื่อให้ปล่อยมือออกจากเอวฉันสักที แต่เขาไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด ทำหน้าระรื่นอยู่นั่นแหละไอ้คนหน้าด้าน!
ฉันรวบรวมแรงหยิกเขาเต็มเหนี่ยวจนเขาสดุ้งนิดๆ ก่อนจะอาศัยจังหวะนั้นผลักตัวออกแล้วยิ้มเยาะแบบผู้ชนะใส่เขาหนึ่งที แล้วรีบเดินเชิดหน้าขึ้นไปบนแท่นโชว์รถต่อ... ว่าจะเอาคืนไหงเหมือนโดนเองวะเนี่ย
" อะไรของมึงอีเมย์ เดี๋ยวกูฟาดเลยอีห่า " ยัยมายที่ยืนอยู่ข้างๆ บ่นอุบอิบใส่ฉันเบาๆ แต่หน้ายังคงโพสต์ท่ายิ้มแย้มให้กล้องเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เวลาล่วงเลยไปจนถึงช่วงไฮไลท์สำคัญคือการประมูลรถ ผู้คนมากหน้าหลายตาแห่กันเข้ามาดูรถและถ่ายรูปพวกเรา ฉันยิ้มจนกรามจะค้างอยู่แล้วเนี่ย
" 25 ล้าน! " เสียงเริ่มประมูลราคารถคันที่จอดใกล้ๆ ฉันกับมาย
" 30 ล้าน! "
" 32 ล้าน! "
เสียงประมูลดังขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้พุ่งไปอยู่ที่ 145 ล้านบาท จะรวยกันไปไหนวะเนี่ย? ฉันยืนยิ้มปากจะฉีก เพราะยิ่งรถขายได้ราคาสูง ค่าตัวของพริตตี้อย่างฉันกับมายก็จะได้โบนัสสูงตามไปด้วย
" 150 ล้าน! รวมพริตตี้ชุดแดงด้วย! "
ผู้ชายรูปหล่อคนหนึ่งตะโกนโพล่งออกมากลางวง... เดี๋ยวๆๆ! ไอ้หอกหัก! ฉันนี่แหละที่ใส่ชุดสีแดงอยู่ ฉันหันขวับไปมองหน้าเจ๊เคทันที เห็นเจ๊แกปัดมือเชิงบอกว่า ‘ยอมๆ ไปก่อนเถอะเพื่อเงิน’ ฉันได้แต่ยืนยิ้มแหยๆ ส่งไปให้ผู้ชายคนนั้นแบบงงๆ
" เอาล่ะครับ ตอนนี้คุณเนได้เสนอราคาที่ 150 ล้านบาท ให้กับรถและน้องพริตตี้ชุดแดง น้องเมย์ริญานะครับ! มีใครจะสู้ราคานี้อีกไหมครับ? " พิธีกรประกาศก้อง
" 160 ล้าน! " เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจของขุนแผนตะโกนสวนขึ้นมาทันควัน พร้อมกับยกมือขึ้นสู้ราคาอย่างไม่ลังเล!