Part ขุนแผน
ผมอุ้มร่างบางที่หลับปุ๋ยไม่รู้เรื่องลงมาจากรถ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จากตัวเธอมันลอยมาแตะจมูกจนผมต้องลอบถอนหายใจ ผมพาเธอขึ้นลิฟต์มาบนห้องแล้ววางเธอลงบนเตียงกว้างในห้องนอนของผม ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ให้นอนคอนโดผมไปเลยแล้วกัน จริงๆ ก็อยากไปส่งเธอที่ห้องอยู่นะครับ แต่ความขี้เกียจมันมีมากกว่า ผมจัดการเปิดแอร์ปรับอุณหภูมิให้พอเหมาะ กะว่าจะไปอาบน้ำให้สบายตัว แต่ยังไม่ทันจะได้ถอดเสื้อทิ้ง โทรศัพท์ในกระเป๋าก็แผดเสียงดังลั่นขึ้นมาซะก่อน
ผมรีบกดรับสายแล้วเดินเลี่ยงออกมาที่ระเบียง เพราะกลัวเสียงจะไปรบกวนจนยัยตัวแสบตื่นขึ้นมาอาละวาด
" ไร " ผมกรอกเสียงลงไปในสาย เป็นไอ้ทัพนั่นเองที่โทรมา
" ซี๊ดดด~ มาป่าววะ... อ่าาา~ " เสียงมันครางกระเส่าลอดมาตามสาย ไอ้เวรเอ๊ย! ยิ่งไม่มีที่ลงอยู่ มาทำเสียงแบบนี้ใส่กูอีก
" ไม่ " ผมตัดสายทิ้งทันควันอย่างไม่ใยดี ก่อนจะเดินเข้าห้องไปอาบน้ำชำระล้างความเหนื่อยล้า ผมใส่แค่บ็อกเซอร์ตัวเดียวแล้วขึ้นเตียงไปนอนข้างๆ เธอ แม่งรู้สึกแปลกๆ ว่ะ ปกติผมไม่เคยให้ใครมานอนค้างคืนด้วยแบบนี้ และที่สำคัญ... วันนี้ผมไม่ได้ปลดปล่อยเลยสักน้ำ แม่งเอ๊ย! ค้างชะมัด
กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่ติดอยู่ตามผิวหนังของเธอทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะคิดถึงเรื่อง ‘คืนนั้น’ ขึ้นมาอีกรอบ
" อื้อออ~ " เธอครางเครือในลำคอแล้วดิ้นไปมาเหมือนคนไม่สบายตัว หรือเธอจะหนาววะ? ผมคว้าผ้าห่มผืนหนามาคลุมให้เธอจนมิดคอ แล้วล้มตัวลงนอนพลางหันหลังหนีเพื่อสงบสติอารมณ์ แต่ทว่า... มือเล็กๆ กับขาเรียวๆ ของเธอกลับพาดมารัดตัวผมไว้แน่นซะก่อน!
ซี๊ดดดด~ มันอ่อยกูหรือมันละเมอวะเนี่ย? ขาเธอมันพาดมาโดนไข่กูพอดีเป๊ะ!
ผมนับหนึ่งถึงสิบในใจช้าๆ พยายามใจเย็นสุดชีวิต ก่อนจะค่อยๆ แงะขานุ่มๆ ของเธอออกจากจุดยุทธศาสตร์ แล้วดันตัวเองให้สูงขึ้นเพื่อให้เธอนอนหนุนแขนผมแทน พอได้ที่เธอก็ขยับตัวเข้ามากอดผมแน่นยิ่งกว่าเดิม รัดยังกะงูรัดเหยื่อไม่มีผิด ใจหนึ่งก็อยากจะจับกะแทกให้รู้แล้วรู้รอด แต่อีกใจก็ดันเกิดสงสารขึ้นมาเฉยๆ กลายเป็นคนดีขึ้นมาซะงั้นกู!
เช้า
ตื่นมาตอนเช้าผมก็แอบตกใจตัวเองนิดหน่อยที่ตื่นมาในสภาพที่ผมโอบกอดเธอไว้แน่น ส่วนเธอก็เอาหน้าซุกอยู่ที่อกผมราวกับหาที่พึ่ง ผมค่อยๆ ขยับตัวลุกไปอาบน้ำอย่างเงียบเชียบที่สุด พอแต่งตัวเสร็จก็กลับมาปลุกยัยตัวแสบที่ยังคงนอนกอดผ้าห่มแน่น สงสัยจะติดหมอนข้างแฮะ
" ยัยตัวแสบ... นี่! ยัยตัวแสบ ตื่น! " ผมลองปลุกนิ่งๆ พร้อมกับเอามือตีขาเธอเบาๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาปลุกกันยังไง เพราะไม่เคยปลุกใครมาก่อน
" อื้อออ เจ็บ... มาย กูขอ 5 นาที... #*฿/;+ " เธอบ่นพึมพำฟังไม่ได้ศัพท์ ดื้อนักใช่ไหม... ผมเลยตัดสินใจตีขาเธอแรงขึ้นกว่าเดิม
เพรี๊ยะ!!
" อื้อออ... ฮึกก เจ็บ! ฮืออออ " อ้าว... ร้องไห้เลยว่ะ!
" อะ...เอ่อ มึงตื่นได้แล้ว " ผมเริ่มทำตัวไม่ถูกเมื่อเห็นน้ำตา
" ปลุกดีๆ ไม่เป็นรึไง! ฮืออออ ขาแดงเลย ฮึกๆ " เธอนั่งร้องไห้โฮ ลุกขึ้นขยี้ตาแล้วกวาดสายตาหากระเป๋าของตัวเอง พอเจอเธอก็รีบคว้าแล้วทำท่าจะเดินหนีออกจากห้องไป
" เดี๋ยวไปส่ง " ผมคว้าแขนเธอไว้ อยากจะพูดดีๆ ด้วยแต่ก็พูดไม่เป็น เห็นเธอร้องไห้จนตาแดงก่ำแล้วก็รู้สึกใจคอไม่ดี สงสัยจะเจ็บจริงว่ะ
" ฮึก! ไม่ต้องมายุ่ง! " เธอสะบัดแขนออกแล้วรีบวิ่งหนีออกไปเลย จะให้ผมตามออกไปตอนนี้ก็ไม่ได้ เพราะบนตัวมีแค่ผ้าขนหนูผืนเดียว!
Part เมย์ริญา
ฮือออ! ไอ้บ้าขุนแผน! บ้านใครเขาปลุกกันแบบนี้วะ เจ็บขาไปหมดแล้ว แรงคนหรือแรงควายกันแน่เนี่ย! ฉันได้แต่บ่นด่าเขาในใจระหว่างนั่งรอแท็กซี่กลับคอนโด พอถึงห้องก็เห็นยัยมายนอนหลับปุ๋ยอยู่ที่โซฟา สงสัยมันจะนั่งรอฉันทั้งคืน
" มายๆ อีมาย!! ตื่นก่อน ไปนอนในห้องป่ะ " ฉันเดินเข้าไปปลุกเพื่อนรัก
" อื้อออ... ไปไหนมาเนี่ย กูรอมึงทั้งคืน ทีหลังจะปะ... "
" พอดีกูเผลอหลับไปน่ะ ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงนะ ป่ะ...ไปนอนต่อเถอะ " ฉันรีบขัดคอสะกัดการบ่นของมัน เพราะฉันเองก็เพลียเต็มที แถมมีเรียนตอนบ่ายด้วย
ฉันขดตัวนอนในห้องตัวเองพลางคิดทบทวน... เมื่อคืนเขาก็มีโอกาสตั้งเยอะแต่ทำไมเขาไม่ทำอะไรฉันเลยนะ? จริงๆ เขาก็มีมุมดีๆ เหมือนกันแฮะ แต่พอคิดถึงเรื่องที่เขาฟาดขาฉันจนเขียว ฉันก็โกรธจนควันออกหูจริงๆ เพราะฉันเป็นพวกนอนขี้เซา ถ้ามีใครมาปลุกแบบรุนแรงมันจะทำให้ฉันหงุดหงิดไปทั้งวัน!
ฉันตื่นมาอีกทีตอนเที่ยง จัดการอาบน้ำแปรงฟันแล้วไปปลุกยัยมายเพื่อออกไปหาอะไรกินที่มหา’ลัย พอถึงมอเราก็แยกกัน ฉันปลีกตัวมาร้านกาแฟเพราะรู้สึกไม่ค่อยหิวเท่าไหร่
ฉันนั่งจิบกาแฟสลับกับกินเค้กไปพลาง ก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ไปพลาง จู่ๆ ก็มีคนมาเลื่อนเก้าอี้นั่งลงฝั่งตรงข้าม พอเงยหน้ามองก็เห็นอีตาขุนแผนยืนมองหน้าฉันอยู่ ฉันแกล้งทำเป็นไม่สนใจแล้วก้มลงเล่นโทรศัพท์ต่อ
" อะ...เอ่อ คือกะ...กู คือ... "
ฉันเงยหน้าสบตาเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉยติดจะดุ ตอนนี้สีหน้าของเขาดูหงอยๆ เหมือนคนรู้สึกผิดนิดๆ แฮะ
" กะ...กู... กูขอโทษ " เขาพึมพำออกมา
" ..... " ฉันนิ่งใส่
" กูไม่เคยปลุกใคร... "
" ..... "
" กูขอโทษนะ "
อีบ้าเอ๊ย! ท่าทางเหมือนผัวมาง้อเมียไม่มีผิด แต่เรื่องอะไรจะหายง่ายๆ ล่ะ ฉันขอแกล้งเล่นตัวหน่อยเถอะ ฉันแค่พยักหน้าส่งๆ ไปให้
" ไม่นอยด์ใช่ป่ะ? " อีตาบ้านี่ก็ถามไม่เลิกแฮะ สงสัยต้องจัดให้เข็ด จะได้ไม่กล้าทำรุนแรงกับฉันอีก ฉันส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ไปให้เขาหนึ่งที
" มึงยิ้มแบบนี้คือไร? " เขาถามเสียงสั่นๆ เริ่มทำหน้าหวาดระแวง
" บ่าย 3 โมง... มารับฉันหน้าตึกนิเทศ " ฉันสั่งเสียงเฉียบ
" ทำไม? "
" ถามมาก! จะมาไม่มา "
" เออๆ มาก็มา " พอเขาตกลงเสร็จก็รีบเดินหนีออกไปทันที
หึๆ... คิดว่าคนอย่างเมย์ริญาจะให้อภัยง่ายๆ หรอ? ฝันไปเถอะขุนแผน! เตรียมตัวรับมือความแสบของฉันได้เลย 55555