โสดแบบใด

1940 Words
“หวานเจี๊ยบ” ต้นหนาวอดแซวเพื่อนสนิทไม่ได้ เพราะเมื่อตัดสินใจว่าจะไปร้านอาหารตอนเย็นที่เป็นแนว Bar & Restaurant ลูกพีชก็สวมชุดเดรสลายดอกไม้ พร้อมด้วยรองเท้าส้นสูงที่ปกติไม่ได้ใส่บ่อยนัก “เขาบอกว่าหนุ่มเจียงใหม่น่าฮักขนาด” คนตัวเล็กแกล้งพูดสำเนียงภาคเหนือแบบเหน่อ ๆ ด้วยท่าทางทะเล้น คนฟังส่ายหัวเบา ๆ เพื่อนของเขาก็เป็นซะแบบนี้ แต่พอมีคนมาจีบจริงๆ ก็มักจะถอยหนี แล้วไม่คุยกับใครอยู่ดี ถึงอย่างนั้นคนที่จัดการแต่งหน้าเพิ่มให้ดูหวานมากกว่าเดิมก็ไม่พ้นต้นหนาวเองนั่นแหละ “ไปค่ะ สวยกรุบ” หลังจากทาลิปสติกแท่งใหม่พร้อมลงด้วยกลอสบาง ๆ เพิ่มความแวววาว ต้นหนาวก็มองผลงานอย่างภูมิใจ เพื่อนสาวตุ๊กตาตัวเล็กของเขา ไม่ว่าจะจับแต่งอะไรก็ดูสวยดูน่ารักไปหมด “เลิศตลอด เลิฟยูน้าต้นหนาววว สัญญาว่าหาผัวรวยได้แล้วจะไม่ลืมบุญคุณ” “ตอบแชทผู้ชายให้ได้ก่อนเนอะ ประเภทเหงาจัง โสด เปิดโหมดพระจันทร์ ขอไม่นับนะคะ” ชายหนุ่มเบ้ปากอย่างมันเขี้ยว ความน่ารักและยังแสบซนกลายเป็นประเภทที่มองดูทีไรก็ไม่เบื่อ แน่นอนว่าคนแวะเวียนมาจีบไม่น้อยเลย มันเป็นแบบนี้มาตั้งแต่สมัยเรียน แต่เจ้าตัวก็ไม่อะไรกับใครทั้งนั้น แต่ก็ยังบ่นว่าโสด มันน่านักเชียว “ก็มันแปลก ๆ นี่นา ทักมาก็คุยแบบเดิม ๆ ชื่ออะไร ทำอะไร ว่างไหม จีบได้เปล่า จนฉันอยากจะเขียนลิสท์คำตอบล่วงหน้าแล้วก็อปวางเลย” ใบหน้าสวยมุ่ยหน้าลงเล็กน้อย เพราะไม่มีคนที่ชอบ และก็ไม่รู้สึกชอบใคร พอมีคนทักมาคุยด้วยมันเลยเป็นความรู้สึกที่ไม่อยากทำความรู้จักเท่าไหร่ สุดท้ายก็ไม่ค่อยตอบใครเลย “จ้า แม่คนสวย แม่คนฮอต กว่าจะตอบแชทผู้ชายก็มีลูกมีเมียแล้ว” พูดจบทั้งสองก็หัวเราะพร้อมๆ กัน เมื่อนึกถึงสมัยอดีตตอนเรียน ผู้ชายที่มาตามตื๊อตลอด บอกว่ารักนักรักหนา จนต้นหนาวรำคาญ บอกว่าให้ตอบ ๆ ไปให้จบ สรุปพอตัดสินใจตอบกลายเป็นมีผู้หญิงมาหาเรื่องบอกว่าลูกพีชไปอ่อยผัวนางซะงั้น เมื่อย้อนนึกถึงอดีตทั้งคู่ก็แววตาเป็นประกาย เพราะเรื่องสนุกในวัยเรียนเก่า ๆ ยังมีอีกมากมาย ทว่าไม่ทันได้เริ่มเปิดประโยคถัดไป ท้องเล็ก ๆ ของลูกพีชก็ส่งเสียงประท้วงมาเสียก่อน ทั้งคู่เลยรีบไปที่ร้านอาหารแทน ร้านที่เลือกไม่ได้ไกลจากที่พักนัก แต่ก็ต้องขับรถไป โชคไม่ดีเท่าไหร่เพราะที่จอดที่ได้ไกลกว่าปกติ ถึงอย่างนั้นเมื่อลูกพีชยืนยันว่าจะมาที่นี่ ต้นหนาวก็ไม่ได้บ่นอะไรต่อ เพราะคนที่มีปัญหาเรื่องการเดินไกลไม่ใช่เขาสักหน่อย “สวยอ่า” ร้านเริ่มประดับตกแต่งด้วยโทนฤดูหนาวเข้ากันกับต้นสนในเทศกาลคริสต์มาสได้เป็นอย่างดี อีกทั้งเมื่อเข้ามาด้านใน ยังแบ่งโซนได้อย่างลงตัว เหมาะกับคนที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศที่แตกต่างกัน ส่วนโซนที่พวกเขาเลือกนั้นสามารถมองเห็นเวทีที่นักดนตรีเตรียมทำการแสดง ได้บรรยากาศแบบดนตรีสด แต่ก็ไม่ดังเกินไปจนหนวกหู ถ้าถัดจากนี้ไปจะเป็นห้องแยกสำหรับผู้ที่ต้องการสนุกสนามแบบผับทั่วไป ที่นี่เลยค่อนข้างเป็นที่นิยม เพราะบางคนอาจจะฝากโต๊ะไว้กับเพื่อนที่ไม่ชอบเสียงดัง แต่ก็ยังแวะไปสนุกด้านในได้ บริกรเดินเข้ามาพร้อมเมนู ลูกพีชกวาดสายตาไปรอบ ๆ พร้อมกดบันทึกวิดีโอสั้น ๆ เอาไว้ไปลงในโซเชียล ส่วนต้นหนาวก็สั่งอาหารที่เป็นของโปรดทั้งของตนและของเพื่อนสนิทอย่างคล่องแคล่ว ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำอยู่เป็นประจำ วันนี้ต้นหนาวมาในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำและแดงเลือดนก ทั้งยังแหวกอกด้วยการปลดกระดุมออกสามเม็ด เผยให้เห็นลอนกล้ามท้องเล็กน้อย แต่ก็บ่งบอกได้ถึงความแซ่บของรูปร่างที่อยู่ด้านในได้เป็นอย่างดี “ในขณะที่ฉันมาแบบลุคคุณหนู หล่อนมาแบบจัดเต็มไม่ต่างกันเลยน้า” ลูกพีชอดแซวไม่ได้ ยิ่งเวลาอีกคนก้มหน้าหยิบนั่นนี่ เธอที่นั่งตรงข้ามก็เห็นไปถึงไหนต่อไหน “แน่นอนค่ะ ไม่ได้มีแค่หล่อนเนอะที่โสด” ว่าจบก็จิบแอลกอฮอล์เล็กน้อยด้วยจริตจะกร้านน่าหมั่นไส้พร้อมขยิบตาใส่เพื่อนตัวเล็กอย่างซุกซนไม่แพ้กัน “หยุดเลย ๆ นังพีชชี่กินข้าวก่อนจ้า เดี๋ยวก็ร้องไห้แสบท้องหรอก” ไม่ทันที่หญิงสาวจะคว้าแก้วเหล้ากระดกเข้าปาก เพื่อนหนุ่มตรงหน้าก็วางแก้วในมือต้นแล้วจับข้อมือเล็กไว้อย่างรวดเร็ว แน่นอนว่ามันค่อนข้างขัดใจลูกพีชไม่น้อย แต่ก็เป็นตามที่อีกคนว่าไว้เลยได้แต่ถอนหายใจแล้วรอให้อาหารมาเสิร์ฟก่อนถึงจะได้เริ่มเมาได้เต็มที่ “ไปข้างในได้ยัง” หลังจากที่ทานข้าวรองท้องไปพอประมาณ เว้นว่างมากพอที่จะเติมแอลกอฮอล์ได้แล้ว ลูกพีชก็เอ่ยถามคนฝั่งตรงข้ามด้วยความตื่นเต้น เป็นครั้งแรกที่ได้มาเที่ยวผับที่เชียงใหม่ อยากรู้นักว่าจะมีอะไรตื่นเต้นไหม หรืออาจจะมีอาหารตาให้พอถูกใจบ้างหรือเปล่า “แป็บเดียวพอนะ เดี๋ยวก็อ้วกเพราะแสงไฟหรอก” ต้นหนาวกล่าวเตือน แม้ลูกพีชจะชอบสนุกมากแค่ไหน แต่เจ้าตัวก็เวียนหัวง่าย เมาง่าย ถ้าเสียงดังเกินไป หรือแสงไฟวิบวับรบกวนสายตาเกินไปก็จะปวดหัวจนไม่สบายอีก แม้ไม่ได้อยากจะจดจำรายละเอียดเล็กๆ น้อย ๆ แต่เพราะสุดท้ายเขาต้องมาดูแลนั่นแหละ รู้ตัวอีกทีก็เลยต้องเป็นฝ่ายเตือนคนที่ไม่ค่อยระมัดระวังตัวเองสักเท่าไหร่ “ค่า คุณแม่” ลูกพีชลากเสียงยาวอย่างทะเล้น สุดท้ายก็ต้องฝากโต๊ะไว้กับบริกรก่อน แล้วเดินเข้าไปข้างใน เสียงดนตรีดังกระหึ่มแตกต่างจากดนตรีสดด้านนอก ด้านในมืดสนิทมีเพียงแสงไฟหลากสีที่สลับไปมาตามสไตล์ผับทั่วไป อีกทั้งยังมีกลุ่มควันจากเครื่องพ้นเสริมให้บรรยากาศดูขมุกขมัวไม่น้อย โชคดีที่ร้านใช้หลังคาสูงโปร่ง ทำให้ไม่ได้ดูอึดอัดมากจนเกินไป ลูกพีชเดินนำไปพร้อมเต้นโยกไปมาอย่างเมามัน ผิดกับชุดเดรสลายดอกไม้หวานกรุบ ทว่าใบหน้าก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มสนุกสนาน ต้นหนาวเลยได้แต่คอยระวังไม่ให้อีกคนล้มแทน “น่ารักจังครับ ชื่ออะไรน้า” ชายหนุ่มแปลกหน้าเดินเข้ามาประชิดร่างเล็กหลังจากสังเกตท่าทางมาสักครู่พบว่าน่าสนใจไม่น้อย “มีแฟนแล้วค่าาาา” คนตัวเล็กตอบสุ่มๆ กลับไป แน่นอนว่าลูกพีชไม่ได้ยินสักนิดว่าอีกคนถามว่าอะไร แต่เธอมักจะตอบกลับไปแบบนี้เสมอเวลามีคนเข้ามา แล้วก็บ่นว่าโสด! ต้นหนาวขมุบขมิบปากเบาๆ ก่อนจะดึงเพื่อนสาวมาประชิดที่อก แล้วส่งยิ้มให้ชายแปลกหน้าที่เข้ามา แน่นอนว่าทั้งสองคนทำแบบนี้เป็นประจำเวลามีคนเข้ามาจีบ เพราะลูกพีชบอกว่าในร้านเหล้า ในผับ เต็มที่ก็เป็นได้แค่อาหารตา แต่ไม่ไว้ใจใครมากพอที่จะสานต่อ ทั้งสองเลยผลัดกันแสดงความเป็นของปลอมๆ แบบนี้เสมอ เพราะทั้งดื่มทั้งชนแก้วกับคนอื่นไปด้วย ใครที่เข้ามาแบบสนุกสนาน ไม่ได้รุกเร้าจนเหมือนจีบเกินไป ทั้งสองก็ยินดีที่จะเป็นเพื่อนกันได้ ตอนนี้ทั้งสองก็เลยเมาไม่น้อย ทั้งยังมีสลับมาคุยเล่น มาดื่มด้านนอกกับดนตรีสบาย ๆ อีกด้วย ถึงจะพูดว่าเมาทั้งคู่แต่ต้นหนาวก็ไม่ได้ดื่มเยอะเพราะรู้ดีว่ายังต้องขับรถกลับที่พัก เลยเน้นเมาทิพย์แทนซะมากกว่า แม้จะชอบดื่มแต่ก็ไม่ได้ดื่มบ่อยนัก พอเจอบรรยากาศที่ถูกใจ ลูกพีชก็ปล่อยตัวสนุกสนานอย่างเต็มที่จนได้เพื่อนใหม่มาอีกหลายคน “กลับได้แล้วมั้ง” “ขออีกรอบน้าาาา ไปข้างในอีกรอบค่อยกลับนะคะ ๆ” คนตัวเล็กพูดอย่างออดอ้อน จากที่นั่งฝั่งตรงข้ามกันตอนนี้ทั้งคู่นั่งอยู่โซฟาตัวเดียวกันเรียบร้อย เพราะกลัวว่าคุณแม่ปลอมๆ จะดุ ลูกพีชก็ซุกหน้าเข้าที่แขนถูไถไปมาเหมือนลูกแมวจนต้นหนาวยอมแพ้ “อีกรอบเดียวนะ” “เย้ ต้นหนาวน่าร้ากที่ซู้ดเลยยยยย” คนเมาพูดด้วยน้ำเสียงดีใจ พร้อมหันไปจุ๊บแก้มเพื่อนสนิทราวกับให้รางวัล ทำเอาชายหนุ่มสะดุ้งตกใจ แล้วรีบคว้าทิชชูมาเช็ดรอยลิปสติกออกรัว ๆ “ว๊ายยยยย” ไม่ทันได้ลุกก้าวออกจากโต๊ะ คนตัวเล็กก็ล้มพับลงมา ก่อนจะเบะปากน้ำตาคลอหันหน้ามาหาเพื่อนสนิท “โอ๊ย ฉันบอกแล้วใช่ไหมให้ใส่รองเท้าปกติ” ไม่ทันจะได้ฟ้องว่าขาพลิก ชายหนุ่มก็ชิงบ่นก่อนเลย ใครใช้ให้ยัยเพื่อนตัวดีใส่รองเท้าส้นสูงที่ไม่ถนัดกันล่ะ การที่สวมแล้วเต้นไปมาได้เป็นชั่วโมงก็นับว่าเก่งมากแล้ว หลังจากที่ดุเสร็จเขาเลยเรียกพนักงานมาเก็บเงินให้เรียบร้อย พร้อมกับประคองคนที่เม้มปากไม่กล้างอแงเพราะสายตาของเพื่อนสนิทมันดุกว่าทุกทีจนน่ากลัวเลยล่ะ “เดินไหวไหม” ต้นหนาวถามคนที่เดินกะเผลก ๆ หลังจากเดินออกมาหน้าร้าน โดยที่มีลูกพีชเกาะแขนมาด้วย “คิดว่า...ไหว” “ไหวไหม” ชายหนุ่มถามเสียงเข้มอีกครั้ง “ฮื่ออ ไม่ไหว หนาวอย่าดุดิ” คนตัวเล็กส่งเสียงงอแงออกมาอย่างขัดใจ ก่อนจะทำหน้าตาออดอ้อนช้อนตามองคนตัวสูงด้วยท่าทางน่าสงสาร “เฮ้อ ฉันล่ะเบื่อแกจริงๆ มา! ขึ้นหลังฉันนี่” ถึงจะบ่นแบบนั้นเขาก็ย่อตัวให้อีกคนขึ้นมาเกาะที่หลัง โดยชายหนุ่มยังถือรองเท้าส้นสูงสีเงินไว้ในมืออีกด้วย เขาเดินมาออกมาอย่างเงียบ ๆ เพื่อนตัวเล็กของเขาตัวเบาหวิวจนไม่ได้รู้สึกหนัก จะมีก็แต่ท่าทางซุกซนที่ดิ้นไปมาบ้างก็หัวเราะ บ็างก็ซบที่ไหล่ ทำเอาให้เดินลำบากกว่าเดิม “ไกลจาง...” เสียงหวานเอ่ยยืดยานด้วยฤทธิ์น้ำเมา “เพิ่งเดินออกมาไหมล่ะ” “อยากนอนแล้วอ่า...” ว่าแล้วก็ซุกหน้าเข้าที่ไหล่แกร่ง ลมหายใจอุ่น ๆ ทำเอาต้นหนาวทำตัวไม่ถูกชั่วขณะ “อยู่เฉยๆ เดี๋ยวตก” เขาเลยได้แต่แกล้งทำเสียงดุกลับไป ก่อนจะตัวแข็งข้างอีกครั้งเพราะเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ข้างหู “ถ้าแกเป็นผู้ชายนะ...ฉันคงชอบแกไปแล้ว”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD