สองวันต่อมา
บรรยากาศภายในห้องโถงรับรองแขกวีไอพีของบริษัท เจริญเกียรติ ในช่วงบ่ายวันนี้ดูจะอบอวลไปด้วยความตื่นเต้นและกังวลใจของพนักงาน
เมื่อมีการนัดหมายเจรจาธุรกิจครั้งสำคัญกับผู้ส่งออกอัญมณีรายใหญ่จากแถบยุโรป ทว่าสิ่งที่ทำให้พนักงานสาว ๆ ต่างพากันชะเง้อคอมอง
ไม่ใช่ตัวเลขในสัญญาการค้า แต่กลับเป็นร่างสูงโปร่งของอาคันตุกะผู้มาเยือนที่ดูหล่อเหลาราวกับเทพบุตรในนิตยสาร
ลีโอชายหนุ่มลูกครึ่งไทย-อังกฤษ วัย 28 ปี ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มสุภาพและอบอุ่น นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนของเขาเป็นประกายระยับเมื่อได้เห็นร่างระหงที่ยืนรอรับอยู่เบื้องหน้า
“ยินดีที่ได้พบคุณทอฝันอย่างเป็นทางการนะครับ ผมได้ยินชื่อเสียงเรื่องการออกแบบใหม่ของคุณมาสักพักแล้ว ไม่นึกเลยว่าตัวจริงจะงดงามกว่าในภาพข่าวเสียอีก”
ลีโอเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มหวานนุ่มหู ท่วงท่าการยื่นมือออกมาทักทายนั้นดูเป็นสุภาพบุรุษทุกกระเบียดนิ้ว
กอหญ้าระบายรอยยิ้มที่ดูเป็นมิตรทว่าแฝงด้วยความสง่างาม เธอฉายแววชื่นชมในบุคลิกของชายตรงหน้าอย่างเปิดเผย
“ยินดีที่ได้พบเช่นกันค่ะคุณลีโอ ขอบคุณสำหรับคำชมนะคะ แต่ฉันว่าเรามาคุยกันเรื่องหัวใจของงานวันนี้ดีกว่าไหมคะ?”
ทั้งสองทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามกัน บทสนทนาเรื่องอัญมณีศาสตร์เริ่มหลั่งไหลออกมาจากปากของคนทั้งคู่ด้วยความเข้าขา
กอหญ้าอธิบายถึงเทคนิคการฝังเพชรแบบใหม่ด้วยความเชี่ยวชาญ ในขณะที่ลีโอก็รับลูกด้วยความรู้เรื่องแหล่งที่มาของพลอยสีได้อย่างน่าทึ่ง
ทั้งสองสบสายตากันด้วยความพึงพอใจในสติปัญญาของฝ่ายตรงข้าม
ทว่า... บรรยากาศแห่งมิตรภาพนั้นกลับต้องชะงักลง เมื่อประตูห้องรับรองถูกเปิดออกอย่างกะทันหัน พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงยักษ์ที่ดูจะพกพาพายุฤดูร้อนติดตัวมาด้วย
ดีเซลก้าวเข้ามาในห้องด้วยชุดสูทสีดำขลับที่เสริมให้บุคลิกของเขาดูน่าเกรงขามและดุดัน นัยน์ตาคมกริบสีนิลกวาดมองไปยังชายแปลกหน้าที่นั่งใกล้ชิดกับภรรยาของเขาเกินควร
รอยหยักระหว่างคิ้วขมวดมุ่นจนกลายเป็นปม น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นเฉียบเอ่ยขึ้นทำลายจังหวะการสนทนา
“ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะเรื่องหัวใจอะไรสักอย่างของคุณนะครับทอฝัน” ดีเซลเค้นคำพูดออกมา พร้อมกับจ้องเขม็งไปที่ลีโอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
หญิงสาวละสายตาจากเอกสาร เธอเงยหน้ามองสามีด้วยสายตาเรียบเฉย ทว่าแอบซ่อนความเหนื่อยหน่ายไว้ภายใน
“คุณดีเซล มาทำอะไรที่นี่คะ? ฉันจำได้ว่าไม่ได้นัดคุณไว้”
“ผมมารับเมียกลับบ้าน มันต้องมีนัดด้วยเหรอ?”
เขาตอบกลับน้ำเสียงห้วน ร่างสูงใหญ่ย่างกรายเข้าไปยืนซ้อนหลังเก้าอี้ของเธอ มือหนาวางลงบนพนักพิงอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ พลางวางสายตานิ่งประสานกับลีโออย่างไม่ลดละ
ลีโอที่สัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตรีบลุกขึ้นยืนพร้อมรอยยิ้มที่ยังคงสุภาพ
“สวัสดีครับคุณดีเซล ผมลีโอครับ คู่ค้าคนใหม่ของคุณทอฝัน”
“คู่ค้า!”
ดีเซลทวนคำ ตาคมกริบหรี่ลงขณะสำรวจชายตรงหน้า ลีโอสูงประมาณ 190 เซนติเมตร ซึ่งก็นับว่าสูงมากแล้ว แต่เมื่อยืนต่อหน้าดีเซลที่สูงถึง 192 เซนติเมตร กลับดูเล็กลงไปถนัดตา
“ดีครับ หวังว่าจะเป็นแค่คู่ค้าจริง ๆ เพราะเมียผมค่อนข้าง ขี้สงสารคนที่เข้ามาเสนอตัวบ่อย ๆ”
คำพูดที่เต็มไปด้วยหนามทุเรียนทำให้กอหญ้าต้องขมวดคิ้ว แววตาดุขึ้นมาทันทีกับถ้อยคำเปรียบเปรยนั้นของสามี
“คุณดีเซลคะ กรุณาให้เกียรติแขกของฉันด้วยค่ะ”
“ผมก็ให้เกียรติอยู่นี่ไงครับคุณ” หันมาสบตาภรรยา รอยยิ้มที่มุมปากของเขาดูบิดเบี้ยวและเต็มไปด้วยอารมณ์หึงที่พยายามสะกดกลั้นไว้ “คุยงานเสร็จหรือยัง? ผมหิวข้าวแล้ว”
“ยังค่ะ เราเพิ่งเริ่มได้ไม่นาน ถ้าคุณหิวก็เชิญไปทานก่อนได้เลยค่ะ” ตัดบทอย่างไม่ไยดี ก่อนหันกลับไปให้ความสนใจลีโอพร้อมคำขอโทษ “ขออภัยนะคะคุณลีโอ เราต่อกันเถอะค่ะ”
ดีเซลยืนนิ่งอยู่ที่เดิม เขาไม่ได้เดินออกไปตามคำไล่ แต่กลับเลือกที่จะทรุดตัวลงนั่งข้าง ๆ ภรรยาแทน แขนแกร่งพาดไปบนพนักเก้าอี้ของเธอ เพ่งพิศมองใบหน้าด้านข้างของภรรยาที่กำลังหัวเราะต่อกระซิก ในความคิดของเขากับไอ้หนุ่มหน้ามนตรงหน้า
ความเงียบสงบของดีเซลคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด เขาไม่ได้โวยวาย ไม่ได้อาละวาด แต่รังสีความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากตัวกลับทำให้พนักงานที่ยกน้ำเข้ามาเสิร์ฟถึงกับมือสั่น
นัยน์ตาสีนิลคู่นั้นจ้องมองทุกการเคลื่อนไหวของลีโอ ไม่ว่าจะเป็นตอนที่อีกฝ่ายยื่นตัวอย่างพลอยให้กอหญ้าดู หรือตอนที่ปลายนิ้วของทั้งคู่เผลอเฉียดกันเพียงเล็กน้อย
กอด...
เสียงดีเซลขบฟันดังขึ้นเบา ๆ เมื่อเห็นลีโอโน้มตัวเข้าไปใกล้ผู้เป็นภรรยาเพื่อดูรายละเอียดในแบบร่าง นัยน์ตาของมาเฟียเจ้าของกาสิโนวาวโรจน์ด้วยความโกรธจัด ขยับแขนข้างที่พาดพนักเก้าอี้ลงมาโอบไหล่บางไว้แน่นทันที
“สีของพลอยเม็ดนี้สวยดีนะ แต่ผมว่ามันดูไม่ใช่ของจริงไปหน่อย คุณว่าไหม?”
ดีเซลเอ่ยขึ้นแทรกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เหลือบสายตาไปที่พลอยในมือคู่ค้าของภรรยา
ลีโอชะงัก ดวงตาสั่นไหวเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ
“ไม่ใช่ของจริงเหรอครับ? นี่คือไพลินน้ำงามจากมาดากัสการ์เลยนะครับคุณดีเซล”
“อ้อเหรอ... สงสัยสายตาผมจะเสีย เพราะพักนี้เห็นอะไรที่มันดูปรุงแต่งเยอะเกินไป” พูดพลางกระชับอ้อมกอดที่ไหล่ภรรยา อีกทั้งฉายแววท้าทายขึ้นมาอย่างถือดี
กอหญ้าถอนหายใจออกมาอย่างแรง แกะมือของดีเซลออกแล้วลุกขึ้นยืน นัยน์ตาคู่สวยจ้องมองสามีด้วยความโกรธที่เริ่มปะทุ
“คุณดีเซล! ถ้าคุณยังทำตัวไม่มีเหตุผลแบบนี้ ฉันจะเชิญคุณออกไปจากห้องนี้จริง ๆ นะคะ”
ดีเซลลุกขึ้นตาม ร่างสูงใหญ่ข่มขวัญทุกคนในห้อง นัยน์ตาของเขาที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้กลับแฝงไปด้วยความน้อยใจที่ซ่อนอยู่ลึก ๆ
“ผมแค่แสดงความเห็นในฐานะสามีที่ห่วงความปลอดภัยของเมีย กลัวว่าจะถูกย้อมแมว ขายทั้งของ ทั้งใจ”
ลีโอเห็นท่าไม่ดีจึงรีบเก็บเอกสาร
“ผมว่าวันนี้เราพอแค่นี้ก่อนดีกว่าครับคุณทอฝัน ไว้พรุ่งนี้ผมจะนัดหมายใหม่ตอนที่คุณสะดวกกว่านี้”
“ต้องขอโทษจริง ๆ นะคะคุณลีโอ” กอหญ้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด สบตาชายหนุ่มด้วยความเกรงใจ
“ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจ คนสวยย่อมมีคนหวงเป็นธรรมดา” ลีโอยิ้มให้เธออย่างมีเล่ห์เหลี่ยมเล็ก ๆ ก่อนจะพยักหน้าให้ดีเซลที่ยืนหน้าตึงอยู่ แล้วเดินออกจากห้องไป
ทันทีที่ประตูห้องรับรองปิดลง บรรยากาศก็กลับมาคุขึ้นถึงขีดสุด กอหญ้าหันกลับมาเผชิญหน้ากับดีเซล นัยน์ตาคู่สวยวาวโรจน์ด้วยความโกรธจัด
“คุณทำบ้าอะไรของคุณคะคุณดีเซล! นั่นลูกค้าคนสำคัญของบริษัทนะคะ คุณทำแบบนี้เท่ากับทำลายความน่าเชื่อถือของฉัน!” เธอตวาดเสียงสั่น จ้องมองเขาด้วยความไม่พอใจอย่างที่สุด
ดีเซลไม่ได้โต้ตอบด้วยอารมณ์รุนแรง เขากลับก้าวเข้าไปหาเธอช้า ๆ แววตาคมกริบที่เคยดูดุดันบัดนี้กลับเต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งความหึงหวงที่แผดเผา
“สำคัญแค่ไหน? สำคัญจนต้องส่งสายตาหวานเชื่อมให้มันขนาดนั้นเลยเหรอ? สำคัญจนต้องปล่อยให้มันแตะมือคุณ?”
“นั่นมันเรื่องงาน! แล้วฉันไม่ได้ส่งสายตาแบบนั้น” เธอเถียง นัยน์ตาขยายกว้าง “คุณมันบ้าไปแล้ว ทำตัวงี่เง่าที่สุด!”
ดีเซลคว้าข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้แล้วดันร่างบางไปจนชิดกับขอบโต๊ะทำงาน พลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับจะค้นหาความจริง
“ใช่! ผมงี่เง่า ผมยอมรับว่าผมทนไม่ได้ที่เห็นไอ้หน้าอ่อนนั่นมองคุณด้วยสายตาแบบนั้น ทอฝัน... คุณเป็นเมียผม ตราบใดที่ยังใช้นามสกุลผม อย่าหวังว่าผมจะปล่อยให้ใครมาทำรุ่มร่ามกับคุณได้!”
ลมหายใจที่ร้อนระอุเป่ารดใบหน้าสวย กอหญ้ารู้สึกถึงหัวใจที่เต้นรัวแรง ดวงตาคู่งามสั่นไหวเมื่อเห็นความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ในความโกรธของคนตรงหน้า รอยยิ้มหยันที่เธอเคยใช้ปกป้องตัวเองมลายหายไป เหลือเพียงความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มก่อตัวขึ้น
“คุณหึงฉันเหรอคะ?” เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา นัยน์ตาจ้องมองเขาอย่างค้นคว้า
ดีเซลชะงักไปเล็กน้อย นัยน์ตาวูบไหวพยายามจะหลบสายตา แต่สุดท้ายเขาก็ถอนหายใจออกมาหนัก ๆ
“อืม... หึงจนจะบ้าตายอยู่แล้ว พอใจหรือยัง?”
เขาซบหน้าลงบนไหล่บาง เปลือกตาปิดสนิทขณะสูดดมกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากตัวเธอ
“อย่าทำแบบนี้อีก อย่ามองใครด้วยสายตาแบบที่มองผม ได้ไหม?”
น้ำเสียงทุ้มที่ดูอ่อนแรงและเว้าวอนนั้นทำให้กอหญ้าใจอ่อนยวบ เธอค่อย ๆ ยกมือขึ้นลูบผมหนาของเขาเบา ๆ ดวงตาฉายแววอ่อนโยนเป็นครั้งแรก
“ถ้าคุณทำตัวดี ๆ ฉันก็จะพิจารณาค่ะ”
ดีเซลเงยหน้าขึ้น รอยยิ้มจางที่ดูอบอุ่นเริ่มปรากฏบนใบหน้าคมสัน นัยน์ตาของเขาพราวระยับด้วยประกายบางอย่าง
“งั้นคืนนี้... กลับไปทานข้าวกับพี่ที่บ้านนะฝัน”
คำแทนตัวเองว่า ‘พี่’ และการเรียกชื่อเธอว่า ‘ฝัน’ สั้น ๆ ทำให้กอหญ้ารู้สึกหน้าร้อนผ่าว นัยน์ตาคู่สวยหลบวูบด้วยความขัดเขิน
“ใครเป็นน้องคุณไม่ทราบคะ? แล้วฉันก็ยังไม่ได้บอกว่าจะกลับด้วยสักหน่อย”
“ไม่รู้แหละ พี่จองตัวฝันไว้แล้ว” ดีเซลเอ่ยพลางรวบตัวเธอเข้ามากอดแน่น นัยน์ตาฉายแววเจ้าเล่ห์ “ใครกล้าขวาง พี่จะสั่งปิดบริษัทให้ดู!”
กอหญ้าหัวเราะออกมาเบา ๆ ดวงตาฉายแววสุขใจท่ามกลางความขัดเขิน อาการหึงเงียบที่ระเบิดออกมาในตอนนี้ กำลังทำให้กำแพงในใจของดีไซเนอร์สาวพังทลายลงทีละน้อย และเธอก็เริ่มจะชอบดีเซลในมุมนี้เข้าเสียแล้ว!