เสียงประตูปิดลงเบา ๆ พร้อมกับการจากไปของร่างสูงสง่าที่ทิ้งรอยแผลทางวาจาไว้จนบรรยากาศในห้องเย็นเยียบ
กอหญ้ายังคงนั่งอยู่บนเตียงคนไข้ นัยน์ตาคู่สวยที่เคยแฝงไปด้วยความอ่อนล้าของคนวัยยี่สิบเจ็ด บัดนี้กลับฉายแววพินิจพิเคราะห์และนิ่งสงบผิดกับวิสัยเดิมของเจ้าของร่าง
ยกมือข้างที่ไม่ได้ถูกพันแผลขึ้นลูบไล้ไปตามดวงหน้า นวลแก้มเนียนละเอียดและโครงหน้าที่สวยหมดจดราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบนี้ไม่ใช่ของเธออย่างแน่นอน
หญิงสาวขยับตัวลงจากเตียงช้า ๆ แม้จะรู้สึกวิงเวียนศีรษะอยู่บ้าง แต่ความต้องการตรวจสอบความจริงมีมากกว่า พยุงร่างกายที่ดูจะสูงเพรียวกว่าร่างเดิมของตนไปที่หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องน้ำ
ภาพที่สะท้อนออกมาคือหญิงสาวผู้งดงามล่มเมือง ทอฝันในวัยยี่สิบห้าปีมีความสูงถึง 175 เซนติเมตร ร่างกายอ้อนแอ้นอิ่มเอมไปทุกสัดส่วน
ผิวพรรณขาวจัดราวกับน้ำนมที่ได้รับการบำรุงมาอย่างดีตั้งแต่เกิด ตาคู่นี้กลมโตสวยโดดเด่นมาก ทว่าก่อนหน้านี้คงมักจะเต็มไปด้วยแววตาริษยาและหยาดน้ำตาแห่งการเรียกร้อง
“ทอฝัน...”
เธอผู้ที่มาอยู่ในร่างนี้พึมพำชื่อนั้น น้ำเสียงที่เปล่งออกมาใสกระจ่างราวกับระฆังแก้ว แต่กลับมีความสุขุมลุ่มลึกที่ถูกแต่งแต้มลงไปใหม่
“ผู้หญิงที่โง่เขลาในความรักจนยอมทำลายชีวิตตัวเอง เพื่อผู้ชายที่ไม่ได้รักเลยงั้นเหรอ?”
กระตุกรอยยิ้มหยันที่มุมปาก มองลึกเข้าไปในเงาสะท้อนของตัวเอง แววตาแห่งความทะเยอทะยานและสติปัญญาของกอหญ้าสว่างวาบขึ้น
“ในเมื่อฉันมาอยู่ในร่างนี้แล้ว จะไม่ยอมให้ใครมาตราหน้าว่าผู้หญิงคนนี้เป็นเพียงขยะราคาแพงอีกต่อไป”
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูขัดจังหวะห้วงความคิด ก่อนที่ประตูจะถูกผลักเข้ามาด้วยความรีบร้อน ปรากฏร่างของชายและหญิงวัยกลางคนที่แต่งตัวภูมิฐาน
ดูจากเครื่องประดับที่สวมใส่ก็รู้ทันทีว่านี่คือ อาทิตย์และ คุณหญิงพิม มหาเศรษฐีเจ้าของอุตสาหกรรมอัญมณีรายใหญ่ของประเทศ พ่อและแม่ของทอฝัน
“ฝัน ลูกแม่!”
คุณหญิงพิมถลันเข้ามาสวมกอดร่างบางด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ใบหน้าที่เคยแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางชั้นดีบัดนี้เลอะเทอะไปด้วยคราบน้ำตา
“ทำไมทำแบบนี้ลูก ถ้าลูกเป็นอะไรไป พ่อกับแม่จะอยู่ยังไง”
กอหญ้าชะงักไปให้กับถ้อยคำนั้น ความอบอุ่นจากอ้อมกอดที่เธอไม่เคยได้รับในชาติก่อนทำให้หัวใจที่เคยด้านชาสั่นไหว
ค่อย ๆ ยกมือขึ้นโอบกอดผู้เป็นแม่ทอฝันกลับเบา ๆ ความอ่อนโยนโอบล้อมรอบตัวโดยไม่รู้ตัว
“หนูขอโทษค่ะคุณแม่ ที่ทำให้ต้องเป็นห่วง”
น้ำเสียงที่นิ่งเรียบและประโยคที่ดูมีเหตุมีผลทำให้คุณหญิงพิมผละออกมองหน้าลูกสาวด้วยความหลงลืมความโศกเศร้าไปชั่วขณะ
ใบหน้าเคลือบไปด้วยความประหลาดใจ เพราะปกติหากทอฝันฟื้นขึ้นมา สิ่งแรกที่ลูกสาวจะทำคือการหวีดร้องหาดีเซลและโทษทุกคนที่ทำไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ
“ฝัน... ลูกไม่เป็นไรใช่ไหม?”
อาทิตย์ถามด้วยน้ำเสียงแฝงความห่วงใย แววตาของนักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่ดูอ่อนแสงลงเมื่ออยู่ต่อหน้าลูกสาวเพียงคนเดียว
“ดีเซลบอกพ่อว่าลูกฟื้นแล้ว แต่เขามีธุระด่วนต้องไปต่างประเทศ...”
“ทราบแล้วค่ะคุณพ่อ” กอหญ้าตอบกลับพลางระบายรอยยิ้มบาง ๆ ที่ดูงามสง่าจนผู้เป็นพ่อถึงกับชะงัก “เขาไปทำงานน่ะดีแล้วค่ะ หนูเองก็อยากมีเวลาอยู่กับตัวเองเงียบ ๆ เหมือนกัน”
อาทิตย์ขมวดคิ้ว มองลูกสาวอย่างสำรวจ
“ปกติลูกจะกรีดร้องไม่ยอมให้เขาไปไม่ใช่เหรอ? คราวก่อนลูกแทบจะเผาบ้านเพียงเพราะดีเซลไม่มารับไปกินข้าว”
กอหญ้าหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ เป็นเสียงที่ทำให้คนฟังรู้สึกฉงนใจอย่างประหลาด
“คนเราเวลาเฉียดความตาย มุมมองชีวิตก็เปลี่ยนไปนะคะคุณพ่อ หนูเพิ่งรู้ว่าเลือดที่ไหลออกมามันเจ็บแค่ไหน และความรักที่ต้องแลกมาด้วยลมหายใจ มันช่างไร้ค่าสิ้นดี”
คำพูดที่ดูเป็นผู้ใหญ่และแววตาที่สงบนิ่งทำให้อาทิตย์และคุณหญิงพิมหันไปมองหน้ากันด้วยความไม่เชื่อหู
“แล้ว... ลูกอยากได้อะไรไหม? อยากให้แม่จัดการผู้จัดการที่ชื่อเบลล่าคนนั้นไหม ที่บังอาจตามดีเซลไปต่างประเทศด้วย”
คุณหญิงพิมถามด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง หวังจะเอาใจลูกสาว
กอหญ้าส่ายหน้าช้า ๆ ดวงตาฉายแววเย็นชาชั่วครู่เมื่อนึกถึงชื่อผู้เป็นแม่เอ่ยถึง
“ไม่ต้องหรอกค่ะแม่ ของที่เขายังไม่ได้แย่งไป ก็ปล่อยให้เขาพยายามต่อไปเถอะค่ะ ส่วนหนูมีเรื่องที่สำคัญกว่านั้นอยากจะขอคุณพ่อ”
“ว่ามาเลยลูก ไม่ว่าอะไรพ่อก็ให้ได้” อาทิตย์รีบรับคำ
กอหญ้าขยับตัวนั่งหลังตรง ท่าทางที่ดูเด็ดเดี่ยวและเปี่ยมไปด้วยบุคลิกของผู้นำทำให้ห้องพักฟื้นดูขลังขึ้นมาทันตา
“หนูอยากเข้าไปทำงานที่บริษัทอัญมณีของเราค่ะ หนูอยากเรียนรู้งานออกแบบและการบริหารอย่างจริงจัง”
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันครู่ใหญ่ อาทิตย์อ้าปากค้าง เต็มไปด้วยความตกตะลึง
“ลูกว่ายังไงนะ? ฝันเนี่ยนะจะทำงาน ปกติลูกบอกว่างานพวกนี้มันน่าเบื่อ ขลุกอยู่กับก้อนหินพวกนั้นทำให้เสียเวลาช้อปปิ้งไม่ใช่เหรอ?”
วาจาของผู้มีอายุทำให้เธอยกยิ้มมุมปาก แววตาพราวระยับด้วยประกายแห่งความท้าทาย
“นั่นเป็นทอฝันคนเก่าค่ะคุณพ่อ ตอนนี้หนูรู้แล้วว่าการมีเงินเป็นของตัวเองและการมีอำนาจในมือ มันหอมหวานกว่าการวิ่งตามผู้ชายที่เขาเห็นเราเป็นเพียงภาระตั้งเยอะ”
น้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยวและมั่นใจนั้นทำให้อาทิตย์รู้สึกทึ่งอย่างมาก มองเห็นเงาของตัวเองในดวงตาของลูกสาว เงาของนักล่าที่พร้อมจะสยบทุกอย่างไว้ใต้เท้า
“ได้! ถ้าลูกตั้งใจจริง พ่อจะจัดตำแหน่งดีไซเนอร์ฝึกหัดให้ลูกก่อน”
“ไม่ต้องฝึกหัดหรอกค่ะคุณพ่อ”
กอหญ้าแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่าทรงพลัง
“ส่งโปรเจกต์ที่กำลังมีปัญหาหรือคอลเลกชันที่ยังตีโจทย์ไม่แตกมาให้หนู แล้วหนูจะพิสูจน์ให้เห็นเองว่าทอฝันคนนี้มีดีกว่าที่ทุกคนคิด”
คุณหญิงพิมมองลูกสาวด้วยความตื้นตัน แม้จะยังไม่เข้าใจความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วนี้ แต่ก็รู้สึกได้ว่าลูกสาวของเธอไม่ได้เพียงแค่ฟื้นจากความตาย
แต่ได้ ‘เกิดใหม่’ อย่างที่ตนเองและผู้เป็นสามีอยากจะให้ทอฝันเป็นแบบนี้จริง ๆ
หลังจากที่พ่อและแม่กลับไปแล้ว ห้องพักฟื้นก็กลับมาสู่ความสงบอีกครั้ง
กอหญ้าเดินไปที่โต๊ะข้างเตียง หยิบกระดาษจดบันทึกและปากกาที่พยาบาลทิ้งไว้มาถือ
มือเรียวบางที่เคยหยิบจับเพียงกระเป๋าแบรนด์เนมและแก้วไวน์ จรดปลายปากกาลงบนกระดาษช้า ๆ ด้วยลายเส้นที่เป็นเอกลักษณ์
ความชำนาญที่ฝังอยู่ในจิตวิญญาณดีไซเนอร์ระดับโลกเริ่มสำแดงเดช เพียงไม่กี่นาที ร่างของสร้อยคอพลอยประดับเพชรที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก ‘หยดน้ำตาที่กลายเป็นเพชร’ ก็ปรากฏสู่สายตา
“สวยงามแต่เข้มแข็ง” ความมุ่งมั่นในสายตามองผลงานแรกในร่างใหม่ด้วยความพึงพอใจ
เวลาเดียวกันนั้นเสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ราคาแพงก็ดังขึ้น
หยิบมันขึ้นมาดู ก็พบว่าเป็นข้อความจากสามีผู้เย็นชาของร่างนี้
‘ผมถึงต่างประเทศแล้ว หวังว่าคุณจะเลิกบ้าและไม่สร้างเรื่องให้พ่อแม่คุณต้องโทรมากวนใจผมอีก’
ได้อ่านข้อความนั้นสีหน้าเรียบเฉยก็ปรากฏ ไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดหรืออยากจะรัวข้อความกลับไปต่อว่าอย่างที่ทอฝันคนเดิมเคยทำ
นิ้วเรียวสวยพิมพ์ตอบกลับไปสั้น ๆ เพียงประโยคเดียว
‘รับทราบค่ะ ขอให้ทุกอย่างราบรื่น’
เพียงเท่านั้นก็กดปิดหน้าจอและวางมันลงอย่างไม่ไยดี
“ดีเซล คุณคิดว่าคุณรู้จักทอฝันดีพอแล้วงั้นเหรอ?”
มองออกไปนอกหน้าต่างโรงพยาบาล เห็นแสงไฟของเมืองหลวงยามค่ำคืน รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ร้ายลึกลับผุดขึ้นบนใบหน้า
“เตรียมตัวไว้ให้ดีเถอะคุณสามี เพราะเกมนี้ฉันไม่ใช่ผู้เล่นที่เป็นรองคุณอีกต่อไป”
ดวงตาคู่สวยฉายความมาดมั่นขึ้นท่ามกลางความมืดมิด แม้เส้นทางต่อจากนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ
เพราะทั้งเบลล่าที่จ้องจะเสียบแทนตำแหน่งเมีย ทั้งดีเซลที่แสนจะเย็นชา และพนักงานในบริษัทที่คงจะตราหน้าว่าเธอเป็นเพียงลูกสาวท่านประธานที่เข้ามานั่งชูคอไปวัน ๆ
แต่สำหรับกอหญ้าคำดูถูกคือเชื้อเพลิงชั้นดี และจะใช้มันเผาผลาญความเชื่อเดิม ๆ ของทุกคนให้มอดไหม้ไปพร้อมกับชื่อเสียงเน่าเฟะของทอฝันคนเก่า!
เธอล้มตัวลงนอน หลับตาลงด้วยความมุ่งมั่น พลังงานในร่างใหม่นี้ช่างเอ่อล้น และพรุ่งนี้โลกจะต้องจดจำชื่อของ ‘ทอฝัน’ ในรูปแบบที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน