ตอนที่ 1 บทนำ

1612 Words
บ้านเดชาสิริ รถสปอร์ตสุดหรูเคลื่อนตัวเข้ามาจอดในบ้านโดยนักศึกษาหนุ่มลูกครึ่งสุดหล่อ เขาขับมาจอดในคฤหาสน์หลังใหญ่ และลงจากรถ เดินเข้าไปภายในบ้านอย่างคุ้นเคย โดยเมื่อเข้าไปถึงภายในห้องรับประทานอาหาร เขาก็ยกมือไหว้ชายหญิงวัยกลางคนสองคนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร "สวัสดีครับแม่พัช พ่อพัฒน์" "อ้าวติน มาแล้วเหรอลูก มานั่งกินข้าวกับพ่อแม่ก่อนมั้ย" พัชรินทร์เมื่อเห็นชายหนุ่มก็ทักทายออกไป และกวักมือเรียกให้มานั่งกินข้าวด้วยกันอย่างอารมณ์ดี "ขอบคุณครับ" มาร์ตินนั่งลงที่โต๊ะอาหาร โดยไม่มีการปฏิเสธที่จะทานอาหารเช้าด้วย เพราะเช้า ๆ อย่างนี้เขาก็มาทานอาหารที่บ้านนี้เป็นประจำอยู่แล้ว "แล้วนี่มารับยัยลิลลี่ไปมหาลัยเหมือนเดิมล่ะสิ น่ารักจริง ๆ เลยเด็กคนนี้" พัชรินทร์พูดขึ้นอย่างชื่นชอบในตัวเด็กหนุ่มคนนี้ไม่น้อย "ครับ ว่าแต่พี่ลิลลี่ยังไม่ตื่นเหรอครับ ถึงยังไม่ลงมา" มาร์ตินตอบกลับไป พร้อมกับมองไปรอบ ๆ ก็ยังไม่เห็นคนที่เขามารับไปมหาวิทยาลัยด้วย ก็ถามขึ้น "เอ่อ..." พัชรินทร์ยังไม่ทันได้ตอบ ก็มีเสียงดังลอยตามลมมาจากทางบันได "ตื่นแล้ว ทำไม มีอะไรเหรอ แล้วทำไมป่านนี้ยังไม่ไปเรียนอีก" หญิงสาวเจ้าของเสียง เดินลงมาจากบันไดในชุดนักศึกษาแล้วเอ่ยถามขึ้นเหมือนไม่พอใจเล็กน้อย "ผมมารอรับพี่ลิลลี่ไปมหาลัยด้วยกันครับ" มาร์ตินยิ้มกว้างให้กับคนหน้าบูดบึ้ง ที่เดินมานั่งตรงกันข้ามกับเขาอย่างอารมณ์ดี "มารับทำไม ตินเรียน 9 โมง พี่เรียน 10 โมง ทำไมไม่ไปก่อน มารอแบบนี้เดี๋ยวตัวเองก็ไปเรียนสายหรอก" ลิลลี่ที่กระแทกก้นลงนั่งข้าง ๆ พ่อของตนเอง ก็ถามชายหนุ่มรุ่นน้องขึ้นทันทีด้วยน้ำเสียงที่ออกจะไม่พอใจหน่อย ๆ จนมาร์ตินอดที่จะแกล้งหดคอลงและทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมไม่ได้ "เอาล่ะ ๆ ไม่ต้องเถียงกัน พ่อว่าหนูรีบกินข้าวดีกว่านะ จะได้รีบไปเรียน เดี๋ยวตินก็ไปเรียนไม่ทันกันพอดี" พิพัฒน์พูดขึ้นเพื่อสงบศึกระหว่างลูกสาวกับลูกชายบ้านข้าง ๆ ซึ่งมันเป็นแบบนี้มาเกือบเท่าอายุของสองคนนี้เลยก็ว่าได้ "นั่นสิลูก ตินมารับก็ดีแล้ว หนูก็อย่าไปดุน้องนักเลย ดูสิน้องกลัวหมดแล้ว หนูรีบกินข้าวดีกว่านะ" พัชรินทร์พูดขึ้นมาอย่างเอ็นดูชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เธอ "ก็หนูพูดความจริง ตัวก็ไม่ได้ติดกันสักหน่อย เรียนก็คนละเวลา เลิกเรียนก็คนละเวลา จะต้องมาคอยกันทำไมก็ไม่รู้" ลิลลี่ใช้ช้อนตักข้าวต้มใส่ปาก แต่ก็ไม่วายบ่นออกมาอีกรอบ "ก็ผมอยากไปมหาลัยพร้อมกับพี่ลิลลี่นี่ครับ พี่ลิลลี่จะได้ไม่ต้องเหนื่อยขับรถไปเอง อีกอย่างจะได้สนองนโยบายของรัฐบาลด้วย ที่บอกว่าทางเดียวกัน ไปด้วยกัน จะได้ช่วยประเทศชาติประหยัดพลังงานยังไงล่ะครับ" มาร์ตินรีบพูดแย้งขึ้นมาทันที พร้อมกับตักข้าวต้มใส่ปากไปด้วย ถึงเธอจะไม่อยากตัวติดกันกับเขา แต่เขาอยากตัวติดกันกับเธอนี่นา "ตินพูดถูก รีบกินข้าวดีกว่านะลูก ข้าวต้มทรงเครื่องนี่แม่ทำเองเลยนะ นี่ก็ให้ป้าแม่บ้านเอาไปฝากแด๊ดกับมัมของตินแล้วด้วย จะได้กินของอร่อย ๆ เหมือนกัน" พัชรินทร์พูดขึ้นยิ้ม ๆ เธอมักจะทำอาหารแบ่งปันไปให้พ่อแม่ของชายหนุ่มที่มีบ้านอยู่ข้าง ๆ บ้านหลังนี้บ่อย ๆ เพราะน้ำขิงแม่ของชายหนุ่มนั้นทำกับข้าวไม่ค่อยเก่ง และยุ่งกับการช่วยงานของสามีอย่างไมเคิลมากกว่า "ขอบคุณมากครับ แม่พัชนี่ทั้งสวยและใจดีที่สุดเลย" มาร์ตินเงยหน้าขึ้นมาไหว้ขอบคุณ และพูดประจบอย่างเอาใจทันที "ชิ..." ลิลลี่ที่ได้ยินก็ทำเสียงในลำคอและกลอกตามองบนทันที พร้อมกับคิดอย่างหมั่นไส้ในใจ 'ไอ้เด็กขี้ประจบนี่จริง ๆ เลย อ้อนซะจนเรากลายเป็นหมาหัวเน่าเข้าไปทุกทีแล้ว' จากนั้นทั้งสองคนก็กินข้าวโดยไม่พูดอะไรอีก เพราะเวลาเหลือน้อยเต็มที และเมื่อกินอิ่มแล้ว ก็เดินออกมาที่หน้าบ้าน โดยมีลิลลี่เดินออกมาตัวเปล่า ส่วนกระเป๋าและหนังสือมีมาร์ตินหอบหิ้วตามมา "เจ้านาย~ มาหาแม่มาลูก" ลิลลี่ยิ้มออกมา เมื่อสุนัขพันธุ์คอร์กี้ตัวโปรดเดินเข้ามาใกล้ ๆ เธอพูดกับมันอย่างอ่อนหวาน พร้อมกับย่อตัวลงไปเล่นด้วยอย่างไม่ถือตัว 'หึ... พูดกับเรานะเหมือนจะแยกเขี้ยวใส่ ทีพูดกับหมาล่ะก็เสียงสองเสียงสาม มันน่าจับไอ้เจ้านายไปทำลูกชิ้นจริง ๆ' มาร์ตินได้ยินเสียงหวานที่ดังขึ้น ก็อดที่จะหมั่นไส้เจ้าหมาตัวน้อยไม่ได้ ที่มันได้รับความรักจากหญิงสาวมากกว่าเขา "รีบไปได้แล้วลูก เดี๋ยวสาย" พัชรินทร์ที่เดินตามมาด้วย รีบบอกลูกสาวเมื่อเห็นว่าเธอเอาแต่เล่นกับลูกหมาตัวโปรด "ค่ะแม่ เพราะนายเลยทำให้ฉันได้เล่นกับเจ้านายแป๊บเดียว" ลิลลี่ลุกขึ้นและบ่นอีกคนที่เปิดประตูรถรอเธออยู่ ก่อนจะเข้าไปนั่งเชิดหน้าอย่างกับคนที่เป็นเจ้านาย บนรถ... เมื่อขึ้นมาบนรถ พี่ลิลลี่ก็ไม่สนใจผมอีก เธอทำอย่างนี้ทุกวัน เพื่อให้ผมรำคาญแล้วจะได้ไม่ต้องมารับเธอ แต่ผมไม่สนใจหรอก และก็จะมารับเธอทุกวัน และตอนเลิกเรียนก็จะมาส่งทุกวันด้วยเหมือนกัน แม้ว่ามีบางวันที่พี่ลิลลี่เลิกเรียนก่อน ผมก็ทำทุกวิถีทางเพื่อให้เธอรอผม จะได้กลับบ้านพร้อมกัน แต่ถ้าเธอไม่ยอมจริง ๆ ผมก็ขู่จะโดดเรียน เธอก็ต้องยอมรอผมอยู่ดี เพราะเธอไม่อยากให้ผมโดดเรียน สวัสดีครับ ผมชื่อมาร์ติน กิ๊บสัน คุ้น ๆ ใช่มั้ยครับ ผมคือลูกแด๊ดไมเคิลกับมัมน้ำขิง เป็นน้องชายของพี่ไอด้า ผมกำลังเรียนอยู่ปี 2 ของมหาวิทยาลัยชื่อดังในคณะบริหารธุรกิจ ส่วนคนข้าง ๆ ที่เอาแต่เล่นโทรศัพท์มือถือไม่สนใจผมเลย เธอชื่อลิลลี่ เดชาสิริครับ กำลังเรียนปี 4 คณะและมหาวิทยาลัยเดียวกันกับผม ไม่ใช่เธอเลียนแบบผมนะครับ เพราะเธอเป็นพี่ผม 2 ปี มีแต่ผมนี่แหละที่เลียนแบบเธอทุกอย่าง เพราะผมจะไม่ยอมห่างจากเธอเด็ดขาด ส่วนเหตุผลที่ผมไปรับไปส่งเธอทุกวันอย่างนี้เพราะว่าบ้านของเราอยู่ติดกัน ผมชอบเวลาอยู่กับเธอที่สุดจึงยกข้ออ้างต่าง ๆ มาเพื่อจะได้ไปรับไปส่งเธอแบบนี้ทุกวัน แล้วถ้าถามว่าทำไมผมถึงอยากอยู่ใกล้ ๆ เธอ นั่นก็เพราะว่าผมชอบเธอมาตั้งแต่เด็กน่ะสิ ต่อมามันก็กลายเป็นความรัก เธอคือจุ๊บแรกของผมเมื่อตอนผมอายุ 4 ขวบ ผมไม่เคยมองเธอเป็นพี่เลย แต่พี่ลิลลี่ชอบมองผมเป็นเด็ก เป็นน้องชายอยู่เรื่อย ซึ่งผมก็ไม่สนใจ เพราะการที่เธอมองผมแบบนี้ มันทำให้ผมใกล้ชิดกับเธอได้มากกว่าคนอื่น ๆ พ่อแม่ของเธอก็มองว่าผมเป็นน้องชายที่ดี เรียบร้อย จึงวางใจให้ผมสนิทกับเธอมากกว่าใคร ๆ ส่วนผมก็ชอบทำตัวเป็นเด็กขี้อ้อนของเธอเสมอ ไทป์หมาเด็กขี้อ้อนพี่สาวมันก็แค่ภาพลวงตาที่ผมสร้างขึ้นมา แต่จริง ๆ ผมก็คือเสือร้ายดี ๆ นี่เอง เพราะความเป็นเสือมันอยู่ในสายเลือด ไม่เชื่อก็ดูได้จากลุงแดน แด๊ด และพี่ไอด้าได้เลย ว่าครอบครัวกิ๊บสันเจ้าเล่ห์ขนาดไหน มหาวิทยาลัย... มาร์ตินขับรถเข้าไปจอดส่งหญิงสาวที่หน้าคณะอย่างทุกวัน ลิลลี่หันมามองเขาก่อนจะพูดขึ้นด้วยสีหน้าตึง ๆ ว่า... "วันนี้ไม่ต้องรอนะ พี่จะกลับกับเพื่อน" "ได้ไงล่ะ ถ้าพี่ลิลลี่ไม่กลับกับผม ผมก็โดนแม่พัชงอนน่ะสิ แล้วก็จะหาว่าผมรับปากแล้วเชื่อถือไม่ได้ ผมก็อดกินของอร่อย ๆ สิ" มาร์ตินพูดขึ้นอย่างไม่ยินยอม โดยยกเอาแม่ของหญิงสาวขึ้นมาอ้าง ว่าแม่ของหญิงสาวคงจะงอนจนไม่ให้เขากินขนมอร่อย ๆ ที่เธอชอบทำอีกแน่ "ชิ ไอ้เด็กเห็นแก่กิน" ลิลลี่ยู่หน้าใส่ แล้วเดินลงจากรถไป โดยไม่ยอมบอกว่าจะกลับกับเขามั้ย "หึ... ผมจะรอใครจะทำไม พี่ลิลลี่ต้องกลับพร้อมผมเท่านั้น" มาร์ตินพูดขึ้นกับตัวเอง เมื่อหญิงสาวลงจากรถไปแล้ว ก่อนจะขับรถไปจอดที่ลานจอดรถ แล้ววิ่งกลับมาเรียน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD