เสียงนั้นทำให้ฉันที่โดนกักอยู่บนตักมีสถานะการแย่กว่าเดิม เพราะอีกคนที่โดนฉันใช้ท่าไม้ตายบิดห***มอย่างเอาเป็นเอาตาย จับฉันให้นั่งคร่อม อยู่ในท่าล่อแหลมไม่พอยังต่อหน้าต่อตาคนมาใหม่อีกด้วย
“เฮ้ย...ไอ้ปุณณ์ทำเหี้ยอะไรเนี่ย”
เสียงที่คล้ายกับคนที่ร้องเหมือนหมาอยู่ตอนนี้ทำให้ฉันหันไปหา ราวกับว่าที่เห็นอยู่คือสิ่งประหลาดเพราะคนมาใหม่หน้าตาไม่ได้ต่างกับคนที่ฉันนั่งทับอยู่เลยสักนิด แม้ว่าใบหน้าจะดูคมกว่าเล็กน้อยก็เถอะ หากเทียบความหล่อแล้วคนที่ฉันนั่งอยู่บนตักได้คะแนนเพิ่มเล็กน้อยก็จริง แต่สันดานติดลบก็ชดเชยกันไม่ได้
“มึงจะดูอีกนานไหมช่วยกูก่อน...ห***มกูจะหลุดแล้ว”
อ้อฉันก็ลืมไปว่า ฉันมือเหนียวยิ่งกว่าตีนตุ๊กแก พอจับบิดก็ติดมือเลยแล้วจะไม่ปล่อยถ้าไม่ได้สิ่งที่ต้องการ
ซึ่งคนที่กักฉันเอาไว้ไม่ยอมปล่อยฉันลงจากตัก
....ห้านาทีหลังจากนั้น
ฉันที่นั่งคนละมุมกับคนที่ก่อเรื่อง แล้วสักพักคนที่มาช่วยไกล่เกลี่ยฉันก็ยื่นโทรศัพท์มือถือให้พร้อมกับขอโทษแทนไอ้พี่สารเลว
“โมจิพี่ขอโทษแทนไอ้หื่นนั่นด้วย ปกติมันชอบพาผู้หญิงมากินเรี่ยราด นี่คีย์การ์ดห้องพี่ อยู่ไปก่อนพี่จะไปอยู่บ้านที่ซื้อใหม่แล้ว คงไม่ได้มานอนคอนโดเท่าไหร่ อยู่ชั้นยี่สิบสามนะ มีอะไรก็โทรมา เดี๋ยวพี่ไปรับแฟนก่อน”
“ขอบคุณค่ะ” ฉันยกมือไหว้พี่ปัณณ์น้องชายฝาแฝดของไอ้รุ่นพี่ผีเปรตนั่น ก่อนจะลากกระเป๋าออกไปยังห้องชั้นยี่สิบสาม ก่อนจะได้ยินเสียงเหี้ยมว่า
“มึงกับกูมีเรื่องต้องคุยกัน...”
ท่าทางจะเป็นเรื่องสำคัญ แต่ว่าเรื่องฉันคงไม่ได้สำคัญขนาดนั้นหรอกมั้ง โชคดีที่วันนี้มีที่นอนโดยไม่ต้องกลับไปบ้านอย่างน้อย ๆ อีกคนก็ดูจะน่าไว้ใจมากกว่าไอ้พี่ปุณณ์อะไรนั่น
เมื่อเปิดเข้าไปในห้องชั้นยี่สิบสามเหมือนถูกหวยเลย ทั้งได้อยู่ฟรีหนึ่งปี แลกกับที่ฉันจะไม่เอาเรื่องไอ้พี่ปุณณ์อะไรนั่น ข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว แล้วทำเรื่องลามก
ที่จริงก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากนักหรอก แต่อีกคนเสนอคนงกอย่างฉันที่ช่วยแม่ประหยัดก็สนองเป็นธรรมดา ห้องนอนนี้มีสองห้อง ห้องใหญ่จะเป็นห้องของพี่เขา เห็นบอกว่าจะขนของออกให้เร็ว ๆ นี้เพราะจะอยู่บ้านใกล้ ๆ แฟน
บอกเลยโคตรโรแมนติกเลย ผู้ชายแบบนี้ต่างหากถึงจะเหมาะกับผู้หญิงดี ๆ ไม่ใช่ไอ้หน้าหื่นนั่นแต่หลังจากเก็บข้าวของเสร็จก็ได้เวลาพักผ่อน ฉันจึงนอนอย่างสบายเปิดแอร์ฉ่ำ ๆ ที่ห้องรับแขกจากนั้นเมื่อสะลึมสะลือใกล้จะหลับเต็มทีหูก็ได้ยินเสียงเคาะห้อง
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!!
“เคาะหาญาติฝั่งมารดาหรือไง” ฉันบ่นทั้ง ๆ ที่มีกริ่งให้กดดันเคาะให้เสียงดัง แต่แทนที่จะหยุดเคาะกลับกวนประสาทเคาะถี่ ๆ รัว ๆจนทำให้คนง่วงอย่างฉันเริ่มหงุดหงิด
“ถ้าเปิดไปแล้วบอกเคาะผิดห้องแม่จะด่าให้เช็ด” ฉันบ่นยิ่งกว่าหมีกินผึ้ง พร้อมกับเปิดประตูออกมาก่อนจะเห็นว่าไอ้คนเมื่อตอนบ่ายที่กวนประสาทฉันนี่เอง มิน่าล่ะถึงได้ไม่มีความเกรงอกเกรงใจกันเลยสักนิด
“มาวุ่นวายอะไรอีก”
“ที่ห้องท่อน้ำแตก...ขอเข้าไปหน่อย”
“ไม่”
“อย่าใจร้ายได้ปะ สวยก็สวย”
ปัง!
ฉันกระแทกประตูใส่หน้าและมั่นใจว่าท่อน้ำไม่ได้แตกหรอก แต่ว่าไอ้คนที่เคาะห้องฉันกำลังจะหัวแตกถ้าเคาะอีก
แต่แล้ว...
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!!
หึ๋ยยยยย สุดท้ายเธอก็ทนไม่ไหวหนีเข้าไปในห้องนอนเพราะจะได้ไม่ได้ยินเสียงข้างนอก ปล่อยให้เคาะจนประตูพังเดี๋ยวก็มีคนออกมาด่าเอง
ชีวิตของฉันในคืนนี้จึงผ่านไปด้วยความสงบ แล้วก็ตื่นในเวลาแปดโมงเพื่ออาบน้ำ แต่ห้องนอนของฉันมันเป็นห้องนอนเล็ก ไม่มีห้องน้ำด้านใน ต้องเดินมาเข้าห้องน้ำข้างนอก
คนที่เคยชินกับการนุ่งผ้าขนหนูเดินเข้าห้องไปอาบน้ำอย่างฉัน มีหรือจะใส่เสื้อผ้าให้มันเรียบร้อย แน่นอนว่าถอดหมดทุกชิ้นไม่พอ บนร่างกายยังมีผ้าขนหนูที่ห่อตัวอย่างหมิ่นเหม่พร้อมกับเดินเข้าห้องน้ำ โดยไม่ได้รู้เลยว่าในห้องฉันนั้นมีรุ่นพี่คนเมื่อวานมาอาศัยนอนด้วยตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
ร่างเล็กแต่นมใหญ่เดินมาถึงกลางห้อง สายตาพลันเหลือบมองไปยังก้อนอะไรสักอย่างที่โซฟาเบด โดยท่อนบนมีผ้าห่มคลุมเอาไว้ ส่วนท่อนล่างนั้น....
ฉันยืนกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ก่อนจะถอยออกมา แต่เพียงยกเท้าขึ้นยังไม่ทันขยับ ไอ้คนที่เธอคิดว่าหลับเหมือนซ้อมตายก็ลืมตาโพลงเหมือนผีตายโหง
“เฮ้ย!”
นี่นับว่าเป็นคำอุทานที่ไพเราะที่สุดแล้ว เพราะปกตินั้นสัตว์เลื้อยคลานตามออกมาเป็นพรวน เพราะเคยปากจากที่เกาะติดเหล่าพี่ชาย ที่สันดานหยาบช้า
“เป็นไง...อึ้งอะดี๊...ของมันคุณภาพน่ะนะ”
ฉันยืนสูดหายใจเข้าลึกเต็มปอดก่อนจะเหยียดยิ้มชายตามองของลับที่ดูเหมือนจะเหยียดเต็มลำใต้กางเกงบ็อกเซอร์ตัวบาง
“แค่นี้ทำเป็นคุย” ฉันพูดราวกับของเขาเท่านิ้วก้อย และดูเหมือนกระชากอารมณ์คนภาคภูมิใจในของตัวเองพอสมควร
“แค่นี้ที่ไหน...นี่ลองมาจับดู” อีกคนหน้าด้านใช้มือตัวเองจับทำราวกับใหญ่โตเสียเต็มประดา ที่สำคัญมันดันใหญ่เสียด้วยสิ
แต่คนอย่างโมจิแพ้ได้ทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องปาก
“หากใหญ่แค่นี้ดูธรรมดา ฉันก็ยังมองว่าแตงกวาในตู้เย็นยังดีเสียกว่า”
ใบหน้าหล่อจัดของปุณณ์กระตุกทันทีที่ได้ยิน มือที่เคยจับบ็อกเซอร์แน่นขึ้นจนเส้นเอ็นปูดตามแรงเกร็งเครียด แววตาคมกริบฉายแสงบางอย่างที่ฉันไม่อาจนิยามได้ว่าคือความโกรธ…หรือความอยาก
และร่างที่ลุกตั้งขึ้นกำลังก้าวเข้ามาใกล้ฉันทีละก้าว
ฉันถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อเตรียมจะวิ่งหนีเข้าห้อง แต่ทว่าดันมีระฆังช่วยชีวิตเสียก่อน
ติ๊งต่อง...
เสียงกดกริ่งที่หน้าห้องทำให้ฉันหันมอง ก่อนจะเห็นว่ามีเครื่องมอนิเตอร์ที่เห็นคนด้านนอกว่าใครมา จากนั้นคนที่อยู่บนโซฟาก็วิ่งจู้ดหางจุกตูดเข้าไปในห้องฉัน ทั้งสั่งเสียงเข้มก่อนจะปิดประตู
“ห้ามบอกว่าฉันอยู่ในห้องนี้...ไม่งั้นฉันเอาเธอแบบไม่ให้ลงจากเตียงแน่”
ฉันที่จะอ้าปากด่า แต่ไม่ทันคนที่ไวกว่าปิดประตูใส่หน้าฉันดังตึง แล้วก็เข้าไปหลบในห้อง และหากให้ฉันเดาน่าจะเป็นน้องชายฝาแฝดของเขาคนเมื่อวาน ที่ค่อนข้างมีเหตุผลกว่าไอ้รุ่นพี่หื่นนั่น
ฉันเดินไปที่หน้าห้องพร้อมกับเอ่ยพูดที่หน้าจอ
“ค่ะ”
“พอดีพี่จะให้คนมาขนของออก สะดวกไหมเมื่อวานพี่ลืมขอคอนเทกเอาไว้”
“เดี๋ยวขอเวลาครึ่งชั่วโมงนะคะ กำลังจะอาบน้ำแต่งตัว” ฉันบอกไปแล้วทางเขาก็โอเค และฉันก็ไม่กลับเข้าห้องไปให้เสียเวลา เดินเข้าห้องน้ำด้านนอกไปอาบน้ำ เพราะมีอุปกรณ์อาบน้ำครบแล้ว
เพียงยี่สิบนาทีก็ออกจากห้องน้ำ จากนั้นเดินเข้าห้องโดยที่อีกคนนั่งอยู่บนเตียงแบบไม่รู้ไม่ชี้
“นี่...” ฉันชี้ไปที่ร่างสูงที่ยังนิ่งอยู่บนเตียงไม่ยอมขยับ
“ออกไปได้แล้ว ฉันจะแต่งตัว”
“แต่งไปสิ” เขายิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะลุกจากเตียงและเดินเข้ามาใกล้ชิดฉัน จนลมหายใจอุ่นเฉียดแก้ม
“แต่ฉันอยาก...”
คำพูดที่ค้างปลายทำให้ในท้องฉันไหววูบ เผลอถอยหลังจนชนประตู ผ้าขนหนูที่พันตัวแน่นอยู่ ๆ ก็เริ่มคลายตัว จนรู้สึกน่าหงุดหงิด
และดูมันจะเป็นใจพร้อมให้อีกคนกระตุกให้หลุด ง่าย ๆ อีกด้วย
“อยากอะไร...อย่าเที่ยวมาทำลามกนะ ฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว”
“อยากรู้ว่าเธอจะมีอะไรดีไปกว่าปากของเธอ”
ฉันถอยหลังไปจนแผ่นหลังชิดประตูห้องจนแนบสนิทมือข้างหนึ่งของฉันคลำหาลูกบิด พร้อม ๆกับใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเต็มไปด้วยความเจ้าชู้ตอนนี้กลับนิ่งสนิท ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้ามาในดวงตาฉัน ก่อนจะก้มลงมากระซิบเสียงแหบพร่าข้างใบหู
“เมื่อกี้เธอพูดว่าอะไรนะ...แตงกวาในตู้เย็นดีกว่าของฉันใช่ไหม?”
“งั้นฉันจะทำให้เธอรู้ว่าของจริงมันเป็นยังไง”
มือหนาของเขาแตะลงบนผ้าขนหนูที่ห่อตัวฉันไว้...และค่อยๆ ดึงมันลงต้านกับแรงของมือเล็กของฉันที่รั้งเอาไว้
ปัง!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นพอดี ทำให้เขายอมผละออก...แต่สายตาของเขายังคงจ้องมองฉันอย่างไม่ลดละ
“ดูเหมือนไอ้คนด้านนอกรู้แล้ว...แต่ว่าฉันจะไม่ปล่อยเธอไปง่าย ๆ หรอกนะยายโมจิ "