ฉันยืนขมวดคิ้วอยู่ตรงหน้าประตูครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าหาหมายเลขห้องว่าถูกต้องหรือเปล่า ก็คิดว่าไม่ผิดแน่ ๆ แถมฉันยังแตะคีย์การ์ดเข้ามาได้อีกด้วย แม้ว่าประตูด้านหน้าจะมีสองระบบเป็นกดรหัส แตะคีย์การ์ดก็เถอะ
เมื่อแน่ใจแล้วว่าห้องนี้เป็นห้องที่พี่ชายเช่าให้ไม่ผิดแน่ ๆ จึงกระแทกประตูให้เสียงดังสนั่น เพื่อหวังว่าคนที่ทำกิจกรรมเข้าจังหวะอยู่นั้นจะรู้ตัวแล้วก็เลิก
แต่...
“อื้อ...ตับ ตับ ตับ...อื้อ...”
ไม่ได้ผลแฮะ...หรือว่าสองคนนั้นเมามันจนหูดับไม่ได้ยินเสียงรอบตัวเลยว่าเกิดอะไรขึ้น ฉันจึงนั่งรอที่โซฟาเพื่อหวังว่ากิจกรรมเข้าจังหวะน่าจะเป็นเจ้าของห้องคนเก่าที่ยังไม่ได้ย้ายออกไปจะเสร็จโดยเร็วพลัน
นานเกือบห้านาทีแต่ก็ยังไร้วี่แววที่จะหยุด เท่านั้นยังไม่พอ เสียงยิ่งทวีดังขึ้นจนฉันเริ่มเดือดแล้ว ทั้งที่คิดว่าไม่ควรขัดขวางความสุขใครในเวลาเข้าด้ายเข้าเข็มเช่นนี้
แต่เมื่อนึกถึงไอ้พี่ยชนามันก็ทำให้ฉันเดือดปุด ๆ ในอกก่อนจะลุกขึ้นเดินหน้าตึง ๆ เข้าไปยังที่มาของเสียง และก็เห็นว่าอีกคนนั้นเป็นผู้ชายร่างสูง หุ่นกำยำในกางเกงยีนกับเสื้อชอปที่ยังไม่ถอดออกด้วยซ้ำ
ต้องรีบขนาดนั้นเลยหรือไง กลางวันแสก ๆ เ****นไม่รู้เวลาเลย แล้วนั่นผู้หญิงก็อยู่ในชุดนักศึกษา ใส่รองเท้าส้นสูงสีแดงเพลิงแบบนั้น ไม่ต้องบอกก็รู้คงจะเป็นผู้หญิงที่ชอบอ่อยผู้ชายนั่นเอง และพากันมาทำกิจกรรมเข้าจังหวะที่ห้องคนอื่นแบบนี้ มารยาทอยู่ที่ไหนวะ
ฉันยืนกอดอกมองด้วยสีหน้าเอือมระอา แต่ก็เห็นว่าผู้ชายที่ยืนกระแทกบั้นเด้าเข้าหาอีกคนที่เพียงถกกระโปรงขึ้นนั้น มองไปยังกระจกที่ส่องสะท้อนเงาของฉัน แต่ทว่าอีตาบ้านั่นกลับยิ้ม
“นี่...รอต่อคิวหน่อยนะ...เกือบเสร็จแล้ว”
ฉันขมวดคิ้ว...คำว่าต่อคิวทำให้ฉันปรี๊ดแตกขึ้นมา ไอ้บ้านี่คิดบ้าอะไรอยู่ ถึงคิดว่าฉันจะมาต่อคิวทำกิจกรรมเข้าจังหวะ
ต่อให้ฉันมีแฟนไปเรื่อย แต่ฉันก็เลือกนะถ้าจะนอนกับใครสักคน
“ใครต่อคิว?” ฉันถามเสียงเดือดพร้อมกับมองอย่างเอาเรื่อง แต่เลือกจะมองไปที่กระจกที่เห็นเงาราง ๆ ของอีกคนที่ยิ้มมาให้
แต่เป็นรอยยิ้มกะลิ้มกะเหลี่ยเสียจนฉันอยากหากระบองฟาดสักที
“ถ้าไม่ต่อคิวแล้วเข้ามาห้องนี้ทำไมครับ...อ๊า...อย่าตอดสิโอ๊ย...เสียวฉิบ”
เชื่อเลยแทนที่ไอ้คนบ้านั่นจะหยุด กลับยืนต่อล้อต่อเถียงฉันในขณะที่เอาผู้หญิงอีกคนไปด้วย สาบานเลยผู้ชายแบบนี้ฉันไม่เอาทำผัวเด็ดขาด
“หรือเข้าห้องผิด”
คนที่เข้าห้องผิดสมควรเป็นคนที่ถามมากกว่านะ ฉันว่าคำถามนี้ควรเป็นของฉัน
“ฉันสิต้องถามคุณ”
“ขอเอาให้เสร็จก่อนได้ไหม”
โอ้โห...เหี้ยกว่าไอ้พี่ยชนาก็ไอ้คนนี้นี่แหละ และมั่นใจว่าคนที่ไม่มีคีย์การ์ดย่อมเข้ามาไม่ได้แน่ ๆ เว้นเสียแต่เจ้าของห้องที่ปล่อยเช่า คนเก่าน่าจะคืนคีย์การ์ดไปแล้ว
หรือฉันคิดว่าควรโทรบอกพี่ชายให้ยกเลิกสัญญาเช่า ฉันเลยยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูป ก่อนจะส่งไปให้พี่ชายและรอพี่ชายตอบกลับ แต่ทว่าอีกคนดันโวยวาย
“เฮ้ย...ถ่ายรูปได้ไง นี่มันส่วนตัวนะ หากภาพหลุดไปฉันฟ้องเธอแน่ เข้าห้องผิดก็ออกไปดิวะ หรือชอบจนอยากร่วมวงด้วยก็เดินมาดี ๆ”
โอ๊ย...ไอ้เวรนี่...มันคิดว่ามันเป็นใครถึงได้พูดจาบ้า ๆ แบบนี้ ยิ่งเสื้อชอปนี้รุ่นพี่ที่คณะแหง ๆ อยากโพสต์เข้ากลุ่มเอนจิเนียร์จริง ๆ อยากรู้ว่าญาติใครช่วยมาเก็บไปหน่อย
“ฉันไม่ได้เข้าห้องผิด”
“โอ๊ย...ไม่ต้องเลย เดี๋ยวเดินออกไปหน้าประตูแล้วบอกโทษทีนะ...ไม่ได้ดูเลขที่ห้องเลขมันคล้ายกัน”
เอาเข้าไป...จินตนาการล้ำเลิศไม่เหมาะกับเรียนวิศวะสักนิด น่าจะเหมาะกับพวกนิเทศสายเขียนบทภาพยนตร์ละครอะไรเทือกนั้น
ฉันยืนเงียบขี้เกียจต่อล้อต่อเถียงกับพวกประสาทกลับ แต่พี่ชายก็ยังไม่ตอบกลับเหมือนกัน แทนที่เห็นว่าน้องส่งข้อความไปจะใส่ใจเปิดอ่านเป็นคนแรก ๆ กลับเฉยเมยนี่มันน่าฟ้องพ่อกับแม่จริง ๆ
แต่สุดท้ายเสียงกระแทกตับ ๆ หยุดลงพร้อมกับเสียงครางกระเส่าของผู้หญิงคนนั้นเช่นเดียวกัน ฉันได้ยินเสียงถอดถอนตัวตนออกมาดังลามกมาก จนจักจี้แก้วหูชอบกล
ต่อให้ไม่เคยนอนกับใคร แต่ว่าหนังโป๊ฉันก็ดูไม่ขาดแถมดูทุกคืนเพื่อศึกษาเอาไว้ เผื่อฉุกเฉินจะได้มีประโยชน์ แต่พอได้ยินเสียงชัดแบบฟูลเฮชดีแบบนี้ก็รู้สึกแปลก ๆ อยู่เหมือนกัน แต่ต้องฮึบคีปลุคดูดีเอาไว้ ไม่ให้ไอ้รุ่นพี่คนนั้นมันล้อเอาได้ว่าเผลอคิดเรื่องอย่างว่า
"มุกเข้าห้องผิดนี่คิดว่าฉันจะเชื่องั้นเหรอ"
ไอ้รุ่นพี่คนนั้นพูดขณะที่กำลังดึงถุงยางออกพร้อมกับโยนลงถังขยะ และฉันเห็นทุกการกระทำพร้อมรู้สึกขยะแขยงนิด ๆ
"ไม่!"
“ก็รู้นี่...แล้วยังจะตามฉันมาอีก”
"ไม่ใช่เรื่องที่ฉันต้องใส่ใจ แล้วนี่ลุงหลงตัวเองมากเลยดิ...หน้าตาเหมือนเห็บหมา...แล้วยังชอบเอาท่าหมาอีก...เหอะ คิดว่าคนแบบนี้น่าคบมากมั้ง...ฉันก็คิดว่าห้องเช่านี้มีผีเลยเดินมาดู แล้วก็จริง มีผีกำลังจับหัวเลย เซ็งชะมัด"
ฉันเหลืออดแล้วเช่นกัน ใส่ยับไม่ยั้งปากสักนิด เพราะอีกเดี๋ยวก็จะไม่ได้เจอกันแล้ว
“อยากให้ลองจับหัวกระแทกดูไหมล่ะ?”
“ไอ้ชั่ว...ไอ้สันดานหมา...ไอ้เห็บหมา” เหลืออดบอกเลยเหลืออดมาก ๆ
“ถ้าฉันเห็บหมาแล้วเธอเป็นอะไร”
“เป็นคนสวยของวิศวะโยธาไง”
“คิดว่าสวยแล้วจะด่าใครก็ได้งั้นเหรอ”
“ทำไมจะด่าไม่ได้...ปากหมาใส่ฉันก่อนนี่ มีปากคนเดียวหรือไง บอกอะไรให้นะ ฉันได้คีย์การ์ดนี่มาเป็นผู้เช่าคนใหม่ ถ้าเดาไม่ผิดคุณคงเป็นเจ้าของห้อง ถ้าห้องจะเอาไว้ทำกิจกรรมเข้าจังหวะแบบนี้ฉันไม่เช่าแล้ว เอาเงินมัดจำของพี่ชายฉันคืนมา”
แต่หากคิดว่ารุ่นพี่คนนี้จะสลดเนื่องจากตัวเองทำผิด ไม่จริงสักนิด
อีกคนหันมาหลังจากทำตัวเหมือนหมาติดเป้ง แต่แทนที่จะรูดซิปก่อนจะหันมา ดันหันมาโชว์ของต่อหน้าฉันก่อนจะเก็บไอ้ท่อน ๆ เหมือนบ้องข้าวหลามเข้าที่แถมยังมองฉันส่งยิ้มแบบได้ใจอีก
ฉันที่เห็นว่าคู่ขาของเขารีบจัดแต่งเครื่องแต่งกายให้เรียบร้อย จากนั้นก็คว้ากระเป๋าเดินออกไป ก่อนจะหันมายิ้มให้กับอีรุ่นพี่หน้าหื่น พร้อมขยิบตาให้หนึ่งทีส่งประกายวิ้ง ๆ ให้ราวกับว่าเรื่องนี้ไม่ได้แปลกอะไร กลับทำให้ฉันอยากจะปรี๊ดแตกรอบที่สอง
“เดี๋ยวพี่โอนเงินให้นะจ๊ะโอ๋”
อื้อหือ...ดีลกันต่อหน้าฉันไม่พอ ยังทำหน้าระรื่นไม่ได้รู้สึกผิดอีก ฉันก็เข้าใจดีนะแบบซื้อกินน้ำแตกก็แยกกัน แต่ทำไมรู้สึกขนลุกกับการดีลที่ไร้ยางอายแบบนี้ก็ไม่รู้
ให้ตายสิ
แต่เมื่อหันกลับมาเจอไอ้รุ่นพี่หน้าหื่น มองมาที่ฉันพลันเกิดความรู้สึกหวิว ๆ ในอก กับลางสังหรณ์ที่รู้สึกว่ากำลังจะมีเรื่องยุ่งยากเกิดขึ้นแล้ว
“มาคุยกันหน่อยสิเราน่ะ”
ฉันคิดว่าไม่มีเรื่องต้องคุยอะไรกับไอ้รุ่นพี่หื่นกามนี้แล้ว จึงหันหลังลากกระเป๋าเสื้อผ้าใบใหญ่กลับ คิดว่าไปนอนบ้านอ้อนพ่อกับแม่ให้ซื้อคอนโดให้ดีกว่า เพราะพี่ชายมันดูแลน้องไม่ได้หรอก
“นี่ชื่ออะไรเราอะ...ฉันบอกให้มาคุยกันหน่อย”
“ไม่จำเป็น” ฉันตอบไป
“จำเป็นสิ...ฉัน...เธอเพิ่งเห็นของลับของฉันไปนี่...ถ้าหากอยากให้หายกัน ก็แค่โชว์ของเธอมาให้ฉันดูก็ได้ ฉันจะปล่อยเธอออกจากห้องไป”
“ไอ้คนหื่น!”
“ขอบใจที่ชมนะ ปกติเคยได้รับคำชมว่าหล่ออย่างเดียว”
กรี๊ดดด! อะไรของไอ้รุ่นพี่บ้านั่นเนี่ย!!?