“ตบะแตก”

1351 Words
02 : 30 น. ภายในห้องพักฟื้นเงียบสนิท มีเพียงแสงไฟสีขาวนวลจากโคมเหนือศีรษะกับเสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพที่ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ฟีนิกซ์นั่งอยู่บนโซฟาตัวเล็กข้างผนัง วาง MacBook ไว้บนตัก นิ้วเรียวยาวเคาะแป้นพิมพ์เป็นจังหวะนิ่ง ๆ สายตาจับจ้องหน้าจอขณะคีย์ข้อมูลร้านอย่างเป็นระบบ ราวกับนี่เป็นกิจวัตรที่ทำจนชิน ยอดขาย สต็อก ตารางพนักงาน ทุกอย่างถูกจัดการอย่างเรียบร้อย แม้เวลาจะล่วงเลยมาถึงกลางดึก เขาหยุดพิมพ์ชั่วครู่ เงยหน้าขึ้นมองไปทางเตียงคนไข้ ร่างของเจนนิสยังคงนอนนิ่ง ใบหน้าซีดแต่สงบ ลมหายใจขึ้นลงสม่ำเสมอ สายน้ำเกลือหยดช้า ๆ อย่างต่อเนื่อง ฟีนิกซ์มองอยู่อย่างนั้นครู่หนึ่ง ก่อนจะลดสายตากลับไปที่หน้าจอ แล้วพิมพ์ต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ทว่า… เสียงขยับตัวเบา ๆ จากเตียงคนไข้ทำให้ฟีนิกซ์ชะงัก นิ้วที่กำลังพิมพ์หยุดลงทันที เขาเงยหน้าขึ้นมองโดยอัตโนมัติ เมื่อเห็นร่างบางบนเตียงขยับเล็กน้อย ฟีนิกซ์ก็ปิดหน้าจอ MacBook อย่างเงียบ ๆ วางมันลงบนโซฟาข้างตัว ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปหยุดอยู่ข้างเตียง ฟีนิกซ์เอ่ยถามเสียงเรียบ แต่แฝงความใส่ใจ “เป็นไง ดีขึ้นไหม” เจนนิสกะพริบตาถี่ ๆ เหมือนพยายามปรับสายตาให้ชินกับภาพตรงหน้า สมองยังมึนงงเล็กน้อย เธอไม่คิดเลยว่าเมื่อลืมตาขึ้นมา…คนที่นั่งอยู่ข้างเตียงจะเป็นเขา “ขอน้ำหน่อยได้ไหมคะ” เสียงของเธอแหบแผ่ว “หิวน้ำ…” พูดจบก็ยกมือขึ้นเกาที่หลังคอเบา ๆ ตามความเคยชิน ก่อนจะชะงักเหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าร่างกายยังไม่ปกติดีนัก ฟีนิกซ์ไม่พูดอะไรต่อ เขาเพียงพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะหยิบแก้วน้ำจากโต๊ะข้างเตียงขึ้นมา เสียบหลอดให้เรียบร้อย แล้วค่อย ๆ ประคองเข้ามาใกล้ “ค่อย ๆ ดื่ม” น้ำเสียงยังนิ่ง แต่ชัดเจน เขายืนอยู่ใกล้พอที่จะเผื่อว่าเธอจะไม่มีแรง มือยังคงประคองแก้วไว้มั่นคง จนกว่าเจนนิสจะดื่มเสร็จ ลมหายใจของเธอเริ่มสม่ำเสมอขึ้น สีหน้าผ่อนคลายลงเล็กน้อย ฟีนิกซ์วางแก้วกลับที่เดิม สายตายังคงจับจ้องเธออยู่เงียบ ๆ ทั้งคู่ทั้งคู่สบตากันอยู่ครู่หนึ่ง แต่คนที่เสียอาการเห็นจะมีแค่เจนนิส เธอหลบสายตาเล็กน้อย มือกำผ้าห่มแน่น ไม่รู้จะวางตัวหรือพูดอะไรดี ภาพเมื่อคืนกับเรื่องที่ตัวเองทำพลาดยังวนอยู่ในหัวไม่หยุด แต่แล้ว… “มีปากไว้ทำไม” เสียงของฟีนิกซ์ดังขึ้น เรียบ นิ่ง แต่คมจนคนฟังสะดุ้ง “คะ?” เจนนิสเผลอเงยหน้าขึ้นมองอย่างตกใจ “มีปากก็พูดสิ” เขาพูดต่อ น้ำเสียงยังคงระดับเดิม ไม่ได้ดุ ไม่ได้ตะคอก “ตัวเองแพ้อาหารทะเล มันยากหรอ แค่พูดออกมา” เจนนิสนิ่งไป คำพูดนั้นเหมือนโดนแทงตรงจุด เธอเม้มปากแน่น ก่อนจะพูดเสียงเบาลงอย่างรู้สึกผิด “เจน…ไม่อยากเรื่องมากค่ะ แล้วก็คิดว่ากินนิดเดียวคงไม่เป็นไร” ฟีนิกซ์ถอนหายใจเบา ๆ เพียงครั้งเดียว แทบจะไม่ทันสังเกต สายตาคมยังคงมองเธออย่างตรงไปตรงมา “เรื่องมาก กับ เกือบตาย มันคนละเรื่องกัน” คำพูดนั้นทำให้เจนนิสชะงัก หัวใจวูบลงเล็กน้อย เธอก้มหน้าลงทันที “ขอโทษนะคะ…” ฟีนิกซ์พยักหน้าเล็กน้อย สีหน้ายังคงเรียบเหมือนเดิม “อืม ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว” เจนนิสลังเลนิดหนึ่ง ก่อนจะรวบรวมความกล้าเอ่ยขึ้น “แล้วทำไมพี่ถึงมา…” ยังพูดไม่ทันจบ เสียงทุ้มก็ตัดขึ้นมาอย่างตรงไปตรงมา “เฮีย” “คะ?” เจนนิสเอียงคอเล็กน้อย สีหน้างง ๆ “เรียกเฮีย” ฟีนิกซ์พูดเรียบ “เหมือนโซดา เป็นเพื่อนกันนี่” เจนนิสชะงักไปเสี้ยววินาที ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย “อ่อ…ค่ะ เฮีย” คำเรียกนั้นหลุดออกมาพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ ที่เธอเผลอเก็บไม่อยู่ ฟีนิกซ์มองเห็น แต่ไม่ได้ทักอะไร เพียงแค่ละสายตาไปทางหน้าต่างชั่วครู่ ทั้งคู่นั่งเงียบกันอยู่พักใหญ่ ไม่มีใครเอ่ยอะไรขึ้นมาก่อน จนเจนนิสเริ่มรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำ เธอจึงขยับตัวอีกครั้ง ค่อย ๆ หย่อนขาลงจากเตียงทีละข้าง มือที่มีสายน้ำเกลือเสียบอยู่เอื้อมไปคว้าเสาน้ำเกลือมาไว้ใกล้ตัว พยายามตั้งหลักอย่างระมัดระวัง ทันทีที่เท้าทั้งสองข้างเหยียบลงบนพื้น แรงในร่างกายก็หายวูบไปในฉับพลัน เข่าทรุด ใจลอย โลกหมุนวูบหนึ่ง แต่ยังไม่ทันที่ร่างบางจะล้มลงกับพื้น แขนแข็งแรงก็เข้ามาคว้าไว้ได้ทัน ฟีนิกซ์ดึงตัวเธอเข้ามาอย่างรวดเร็ว เจนนิสหายใจติดขัดเล็กน้อย ศีรษะเอนพิงอกเขาโดยไม่ตั้งใจ หัวใจเต้นแรงทั้งจากอาการหน้ามืดและความใกล้ชิดที่ไม่ทันตั้งตัว แต่ว่า… ร่างใหญ่ของฟีนิกซ์ที่พุ่งเข้ามาจากด้านหลังอย่างรวดเร็ว แขนกล้ามเนื้อแน่นของเขาควงรอบตัวเจนนิสได้ทันเวลาก่อนที่เธอจะล้มลงพื้น แต่ในจังหวะที่คว้าตัวเธอ มือของเขากลับจับโดนหน้าอกอวบอิ่มของเจนนิสเต็มฝ่ามือผ่านเนื้อผ้าบางๆ ของชุดคนไข้ที่ไม่มีชั้นในรองรับเลยสักชิ้น ทั้งคู่ยืนนิ่งอยู่ในระยะประชิด ความเงียบแผ่คลุมจนได้ยินเพียงเสียงเครื่องวัดชีพจรที่ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ฟีนิกซ์ชะงักไปเล็กน้อย เขาไม่ใช่คนที่คุ้นเคยกับการสัมผัสใคร โดยเฉพาะผู้หญิง ปกติแล้วเขาเป็นคนที่รักษาระยะห่างเสมอ ไม่ชอบเข้าใกล้ ไม่ชอบให้ใครเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัว แต่ตอนนี้ มือของเขายังคงจับโดนเนินอกอวบอิ่มของเธออยู่นิ่งๆ ความรู้สึกแรกที่สัมผัส มันบอกไม่ถูก ทั้งร้อนผ่าว ทั้งนุ่มนวลเกินคาด จนเขายอมรับในใจว่าปฏิเสธไม่ได้เลยสักนิด ความไม่เคยชินกับการสัมผัสแบบนี้ ทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้นโดยไม่ตั้งใจ แม้จะรู้ว่ามันไม่ควรเกิดขึ้นก็ตาม ฟีนิกซ์เป็นฝ่ายขยับตัวก่อน เสียงของเขานิ่งและต่ำลงเล็กน้อย “เอ่อ…ขอโทษ” พูดจบเขาก็รีบผละมือออกทันที ราวกับเพิ่งรู้ตัวว่าระยะห่างเมื่อครู่นั้นใกล้เกินไปสำหรับตัวเองแค่ไหน “มะ…ไม่เป็นไรค่ะ” เจนนิสตอบเสียงเบา หน้าแดงวาบ ก่อนจะรีบหลบสายตา แล้วก้าวหนีเข้าไปในห้องน้ำแทบจะทันที ประตูห้องน้ำปิดลง ความเงียบกลับเข้ามาแทนที่ เจนนิสยืนอยู่หน้ากระจก สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พยายามทำให้หัวใจที่เต้นแรงเกินเหตุสงบลง แต่ยิ่งมองเงาสะท้อนของตัวเอง แก้มที่ยังขึ้นสีชมพูระเรื่อก็ยิ่งฟ้องทุกอย่างชัดเจน เธอยกมือขึ้น ชี้นิ้วไปที่หน้าอกตัวเอง แล้วพึมพำเบา ๆ อย่างคนทั้งเขินทั้งขำ “แกทำดีมาก…” เสียงหัวเราะแผ่ว ๆ หลุดออกมา “สัมผัสแรกก็โดนแกเลย เริ่ดว่ะ” ก่อนจะยืนส่ายหน้าอกตัวเองใส่กระจกเบา ๆ ภาพสะท้อนตรงหน้าทำให้เธอหลุดยิ้มออกมาเอง กลับกัน ในห้องพักฟื้นที่กลับมาเงียบอีกครั้ง ฟีนิกซ์ยืนอยู่ตรงเดิม สายตายังจ้องลงไปที่ฝ่ามือตัวเองราวกับมันยังไม่หายอุ่น เขากำมือเข้า คลายออกช้า ๆ ก่อนจะหลุดพึมพำเสียงต่ำอย่างไม่ทันคิด “เชี่ยเอ๊ย…” เขาหลับตาลงแผ่ว ๆ “แม่ง…นุ่มชิบหาย” คำสบถหลุดออกมาอย่างหงุดหงิดใส่ตัวเอง ฟีนิกซ์ยกมืออีกข้างขึ้นเกาศีรษะแรง ๆ เหมือนต้องการดึงสติกลับมาให้เร็วที่สุด “ตบะแตกเลยกู…” เขาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามกดทุกความรู้สึกลงให้เรียบเหมือนเดิม พยายามทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD